preloder

ความลับ 5 ข้อ ที่เซียน E-commerce ไม่อยากบอกคุณ!

แม้ว่าธุรกิจ E-commerce ดูมีทิศทางการเติบโตที่สดใส แต่การที่ใครๆก็หันมาทำแบบเดียวกัน คู่แข่งที่มากขึ้น นอกจากเราต้องควบคุมคุณภาพสินค้า มีหน้าร้านออนไลน์ที่สวยงาม มีบริการที่ดีเยี่ยมแล้ว เคล็ดลับต่อไปนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่รู้มาก่อน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ให้ร้านของคุณก้าวนำคู่แข่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

1. สร้างฐานลูกค้าตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัวสินค้า

เจ้าของธุรกิจมักจะเริ่มทำการตลาดหลังเปิดตัวสินค้าไปแล้ว ซึ่งหากคุณทำการตลาดออนไลน์ก็ต้องให้เวลาแคมเปญออนไลน์ได้ทำงานสักระยะในการเปลี่ยนความสนใจจากผู้ที่พบเห็นแคมเปญไปเป็นคำสั่งซื้อ ซึ่งระหว่างนี้ก็ต้องทำใจสักนิดว่าคุณจะต้องจ่ายเงินไปกับการทำแคมเปญโฆษณาก่อนที่จะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นคำสั่งซื้อ

แทนที่จะทำแบบนั้นคุณก็เปลี่ยนมาทำการตลาดและสร้างฐานลูกค้าตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัวสินค้าเลย โดยการสร้างแคมเปญให้คนมามีส่วนร่วมได้ในรูปแบบต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น กิจกรรมแข่งขันแจกของรางวัลเป็นสินค้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว  หรือหากมีข้อมูลติดต่อลูกค้าอยู่ในมือก็สามารถส่งข่าวสารแจ้งข่าวสุดเอ็กคลูซีพเกี่ยวกับสินค้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวให้พวกเขาได้ทราบก่อนใครพร้อมกับให้สิทธิพิเศษต่างๆสำหรับผู้ที่ได้รับอีเมล์ เมื่อถึงวันเปิดตัวสินค้าคุณก็จะมีฐานลูกค้าที่พร้อมซื้อสินค้ารออยู่แล้ว

 

2. ให้ความสำคัญกับการสร้างลูกค้าระยะยาว

นักการตลาดออนไลน์ทราบกันดีว่าการจะเปลี่ยนผู้ชมมาเป็นลูกค้าทำได้ค่อนข้างยากและค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาก็มีแต่จะแพงขึ้น คุณจึงไม่ควรมุ่งสร้างลูกค้าใหม่ที่อาจจะซื้อของกับคุณแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ควรให้ความสนใจกับการสร้างฐานลูกค้าประจำที่จะซื้อของกับคุณในระยะยาวด้วย โดยการสร้างประสบการณ์ในการซื้อที่ดีให้กับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อที่ทำได้ง่าย ได้รับบริการที่ใส่ใจจากเรา รวมถึงการบริการหลังการขายและการติดตามผลภายหลังการซื้อ ทั้งโดยการส่งอีเมล์ไปสอบถามความคิดเห็นภายหลังการซื้อสินค้า การส่งอีเมล์แนะนำสินค้าและโปรโมชั่นช่วงเทศกาล การมีฐานลูกค้าประจำนี้นอกจากช่วยคุณลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาแล้วยังช่วยให้คุณได้ยอดขายต่อเนื่องจากคนกลุ่มนี้ด้วย

 

ที่มา: www.monsterinsights.com

 

3. Remarketing คือพลังผลักดันยอดขาย

ขอย้ำอีกครั้งว่าคุณไม่ควรสนใจแค่การหาลูกค้าใหม่เท่านั้น อย่าลืมกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่เขาปันใจมาให้คุณแล้วด้วย (ก่อนเขาจะหันไปปันใจให้คู่แข่งของคุณ) คนที่เคยซื้อและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากร้านของคุณนอกจากจะมีโอกาสซื้อซ้ำ 60-70% แล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะใช้เงินกับการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนด้วย (ผลตอบแทนจากคนกลุ่มนี้อาจคุ้มค่ากว่าที่ได้จากลูกค้าหน้าใหม่ที่คุณได้มาจากการเสียเงินทำโฆษณาก็เป็นได้) ดังนั้นในการทำกิจกรรมหรือโฆษณาออนไลน์แต่ละครั้ง ต้องไม่ลืมที่จะรวมลูกค้าเก่าเข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญด้วย

 

4. ใครรักแบรนด์ของเรา ขอเสียงหน่อย!

การมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยให้คุณสานความสัมพันธ์กับลูกค้าที่อินกับเรื่องราว ความเป็นแบรนด์ของคุณได้ไม่ยาก เมื่อลูกค้ารักคุณเขาก็ย่อมเต็มใจที่จะช่วยกระจายชื่อเสียงแบรนด์ออกไปสู่คนอื่นๆ ด้วย แต่ก็ใช่ว่าลูกค้าที่รักคุณทุกคนจะลุกขึ้นมากล่าวชื่นชมคุณให้ใครต่อใครฟัง เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องกระตุ้นให้เกิดการพูดถึงแบรนด์จากลูกค้า โดยอาจส่งข้อความไปขอให้พวกเขาช่วยพูดถึงคุณ โดยเฉพาะถ้าเขาเพิ่งซื้อสินค้าและกำลังประทับใจในบริการของเรามากๆ เป็นเวลาที่เหมาะสุดๆ (ยิ่งมีของสมนาคุณให้เป็นการขอบคุณไปด้วย ก็เป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไปในตัว) อะไรจะน่าเชื่อถือไปกว่าเสียงตอบรับที่ดีจาก Brand Ambassadors ที่เป็นลูกค้าตัวจริงของคุณ..จริงไหม?

 

5. อย่าพลาดท่าเพราะระบบ Drop-shipping ที่ไม่ลื่นไหล

Drop-shipping หรือระบบตัวแทนจำหน่ายที่สินค้าจะถูกส่งโดยตรงจากโรงงานหรือ Supplier ไปยังลูกค้า ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายมีหน้าที่เพียงโฆษณาและรับออเดอร์จากลูกค้า วิธีนี้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกให้เจ้าของร้านและลูกค้าได้รับของเร็วขึ้นก็จริงแต่หากจัดการไม่ดีก็สร้างความเสียหายให้แบรนด์ได้ ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่ เช่น การจัดส่งที่ล่าช้า ไม่มีหมายเลข Tracking เพื่อให้ลูกค้าติดตามสินค้าระหว่างการขนส่ง ไม่มีการ QC สินค้าก่อนส่ง ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมระบบ Fulfillment ของตัวเองให้ดี หรือใช้อีกวิธีคือการให้บริษัทเอกชนที่ให้บริการ Fulfillment ดูแลงาน Drop-shipping แทน ซึ่งบริษัทจะมีพนักงานที่เชี่ยวชาญมาดูแลงานให้ตั้งแต่การช่วย QC จัดเก็บสินค้าอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยรักษาคุณภาพสินค้า เมื่อมีออเดอร์เข้ามาก็รู้วิธีการแพ็กอย่างถูกต้อง จัดส่งให้ลูกค้าได้รวดเร็วทันเวลา มีระบบที่ช่วยให้ทั้งเราและลูกค้าติดตามงานได้ง่าย เพื่อรักษาชื่อเสียงของเราและความมั่นใจจากลูกค้า
สำหรับใครที่สนใจบริการ Fulfillment สามารถขอคำแนะนำจาก Akita Warehouse ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำบริการที่ตรงความต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าได้ตามช่องทางด้านล่างเลย

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

ที่มา: smallbiztrends.com