preloder

นักช็อปเมืองรอง โอกาสทองทางธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

จากรายงาน “เปิดประตูสู่เมืองรอง” โดยนีลเส็น ที่ทำการศึกษาเฉพาะจังหวัดที่มีประชากร 1-5 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด คิดเป็น 35% พบว่าไทยมีเมืองรอง 18 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเมืองรอง จะมีการขยายตัวของสังคมเมืองเพิ่มเป็น 62% เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯที่มี 18% ขณะเดียวกัน ประชากรส่วนใหญ่ของเมืองรอง คือ กลุ่มอายุ 12-39 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 77% ของประชากร โดยคนกลุ่มนี้กล้าใช้จ่าย กล้าลองอะไรใหม่ ๆ

 

อีกศักยภาพที่น่าสนใจ คือ ความสามารถในการดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว จากการศึกษาพบว่ารายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ใช้จ่ายในเมืองรองสูงถึง 30% ของรายได้นักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท และนั่นก็หมายถึงเมืองรองกำลังจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต ประกอบกับอีก 5-10 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ กระจายเข้าไปในแต่ละจังหวัดทำให้อัตราการจ้างงานมีโอกาสเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในจังหวัดนั้น ๆ ก็จะโตขึ้น นำมาซึ่งโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

เรามองเห็นโอกาสแล้วก็จริง แต่ก็ต้องมาคิดกันต่อว่าจะเข้าหาผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างไร เพราะไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรองแต่ละภาคก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทีเดียว ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละภาคให้ชัดเจน และสร้างกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือมีความคล้ายกันเรื่องการอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าไซซ์เล็ก เพราะมีกำลังซื้อน้อย ส่วนภาคใต้ชอบสินค้าพรีเมี่ยม เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ประชากรมีรายได้สูง ส่วนภาคกลางจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะมีคนจากที่ต่าง ๆ ย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงาน ทำให้สินค้าที่มีนวัตกรรมขายดี เป็นต้น

 

อยากเข้าถึงคนเมืองรอง ต้องเริ่มที่การเข้าใจพฤติกรรม

 

มีอิสระในการสร้างทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น

สะท้อนได้จากการเลือกประกอบอาชีพ เดิมในต่างจังหวัดพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเป็นข้าราชการ เพื่อความมั่นคงในชีวิต แต่อาชีพของคนในปัจจุบันรวมทั้งเมืองรองต้องการในสิ่งที่อยากทำ อยากเป็นนายตัวเองกันมากขึ้น พ่อแม่เองก็ไม่บังคับให้เป็นข้าราชการแล้ว เพราะเห็นว่าอาชีพอื่น ๆ ก็มีโอกาสสร้างรายได้เช่นกัน
ในแง่การใช้ชีวิตประจำวันหรือการใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกที่ชอบก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากคนกรุง เพราะทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้สามารถซื้อสินค้าทุกอย่างได้แบบคนเมือง บริการขนส่งสินค้าก็ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น จากการขยายพื้นที่และการปรุบปรุงบริการของทั้งบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทยให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพขึ้น

 

ภาพจาก: Tesco Lotus

 

 

อีคอมเมิร์ซสำคัญแต่ผู้บริโภคยังต้องการการปฏิสัมพันธ์กับคน

คนกลุ่มนี้จะมองหา Trust Point (ประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ) ไม่ใช่ Touch Point คือทั้งสินค้าและช่องทางอีคอมเมิร์ซต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะต้องไม่หลอกลวง หรือ สร้างความผิดหวังให้กับผู้บริโภค แม้อีคอมเมิร์ซเติบโตแต่การจ่ายเงินยังเป็นรูปแบบการจ่ายเงินปลายทาง (Cash on delivery) สำหรับกลุ่มที่เรียนรู้การใช้งาน Mobile Banking หรือ Mobile Payment หากเริ่มต้นใช้บริการกับธนาคารใดจะมีความภักดี (Loyalty) สูงมากและไม่เปลี่ยนใจไปใช้ของแบรนด์อื่น และในขณะเดียวกันการซื้อสินค้าเพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันที่หน้าชั้นวางยังเป็นช่องทางที่คนต่างจังหวัดชอบ เพราะผู้บริโภคต้องการสัมผัสสินค้าจริง รวมทั้งได้พูดคุยกับพนักงานเพื่อให้แนะนำสินค้าและโปรโมชั่น

 

ความคุ้มค่ายังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา

ชาวเมืองรองมีความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ในตัว มีการวางแผนการใช้ชีวิตทุกด้าน ทั้งการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ต และพื้นที่จัดเก็บในมือถือ ที่ต้องใช้งานอย่างคุ้มค่า การเห็นโฆษณาแบรนด์ต่าง ๆ แล้วตั้งใจจะไปซื้อสินค้าที่ชั้นวาง บางครั้งก็ลืม หรือ เห็นแบรนด์อื่นให้ข้อเสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่ากว่าก็เปลี่ยนใจได้เช่นกัน ดังนั้นการสื่อสารเพื่อย้ำเตือนแบรนด์ที่ชั้นวางยังมีความจำเป็น หรือ การย้ำเตือนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อและข้อเสนอโปรโมชั่นก็ต้องทำ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมซื้อสินค้าที่คุ้มราคา

 

 

 

พฤติกรรมการรับชมและเข้าถึงสื่อที่เปลี่ยนไป

ตอนนี้ “อายุ” ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกรับสื่อแล้ว แต่เป็นเรื่องของ “พฤติกรรมและความสนใจ” เป็นตัวกำหนดการเสพคอนเทนต์ ในปัจจุบันประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 82% มีการใช้งานในทุกวัย เมื่อมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ผู้บริโภคพร้อมที่จะค้นหาคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นการค้นหาเราต้องทำให้ผู้บริโภครู้จักคอนเทนต์ก่อน โดยการโปรโมตผ่านหลาย ๆ ช่องทาง ปีนี้คอนเทนต์ก็ยังมีความสำคัญกับผู้บริโภคสูงสุด ดังนั้นคอนเทนต์จึงไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่แค่บนหน้าจออุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ต้องไปได้ในทุกที่กับสื่อทุกรูปแบบ และแบรนด์ควรโฟกัสเรื่องความสนใจระดับปัจเจก (individual) เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยข้อมูลที่อ้างอิงถึงพฤติกรรมด้วย ไม่ใช่แค่ข้อมูลประชากรศาสตร์

 

แม้จะนิยมแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ออฟไลน์ก็ยังไม่หายไปไหน

“ฟอร์แมต” หรือ รูปแบบของสื่อ มีความสำคัญมากกับการรับชมคอนเทนต์ในยุคนี้ แม้สื่อสิ่งพิมพ์จะได้รับความนิยมลดลง แต่ความต้องการในสื่อนั้น ๆ จากผู้บริโภคยังคงอยู่ วันนี้คนยังต้องการอ่านข่าว แม้กลุ่มที่อ่านข่าวผ่านสื่อรูปเล่มลดลงและเปลี่ยนไปชมผ่านออนไลน์แทน แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากลุ่มที่บริโภคสื่อแบบรูปเล่มจะหายไปทั้งหมด
Live Content เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเมืองรองให้ความสนใจรับชมเช่นกัน ทั้งไลฟ์ของคนทั่วไป ไลฟ์ของคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ คนขายของ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากช่องทาง Facebook ดูเพราะสนุกเหมือนดูคอนเทนต์บันเทิงทั่วไป และดูเพราะสนใจซื้อสินค้า ซึ่งขณะที่ดูสินค้าผ่าน Facebook Live ยังถามคำถามจากผู้ขายได้เลย ทำให้เกิดความมั่นใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งการซื้อขายรูปแบบนี้เรียกว่า Conversational Commerce ที่สำคัญคือการทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ ต้องมีความย่อยง่าย เข้าใจง่าย ตลก บันเทิงและจริงใจ เช่น เพจตามใจตุ๊ด เทยเที่ยวไทย เป็นคอนเทนต์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย รู้สึกสมจริงและเป็นเรื่องความสนใจใกล้ตัว

 

*เปิดตลาดได้แล้วอยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา:
prachachat.net
positioningmag.com