preloder

รวมเว็บขายของต่างประเทศ สำหรับร้านที่อยากไปให้สุดไม่หยุดแค่ตลาดในไทย

ทำไมเปิดการขายที่เว็บขายของต่างประเทศจึงน่าสนใจ คำตอบก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้ธุรกิจ E-commerce อัตรการเติบโตแต่จะสูงขึ้นทุกปี จากผลการสำรวจของ ETDA ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่มาแรงธุรกิจ E-commerce 4.0 ที่การขายสินค้าและบริการออนไลน์สู่ต่างประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 23.06% (จากปีก่อนที่มีเพียง 13.47% ) ทั้งนี้เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุน E-commerce ไทยให้ขยายตลาดไปได้ทั่วโลก และการเข้าถึงตลาดต่างประเทศนั้นก็ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะเรามีเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อคนทั้งโลกเข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบให้ใครก็เข้าถึงข้อมูลได้ อย่างเช่นเว็บขายหรือ Online Marketplace ของต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจจากหลากหลายประเทศเข้ามาเปิดการขายบนช่องทางเดียวกันได้ และนี่คือตัวอย่างของเว็บที่กำลังได้รับความสนใจในตอนนี้

เข้าถึงลูกค้าจากทั่วโลก

 

 

eBay

เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้เข้ามาซื้อหรือขายสินค้ากันได้ที่เว็บไซต์ โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเป็นสมาชิกของ eBay ก่อน รูปแบบการขายที่เป็นจุดเด่นนั่นก็คือการขายทั้งแบบปกติในราคาตายตัว และการขายแบบประมูลราคาที่ผู้ซื้อเสนอราคาสูงสุดที่เขาต้องการจะซื้อ สินค้าที่ขายมีตั้งแต่สินค้ามือสองจากบุคคลทั่วไปหรือสินค้าผลิตเอง ไปจนถึงสินค้าที่ผลิตโดยเจ้าของแบรนด์ ซึ่งต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้าม ยกตัวอย่างเช่น สินค้าปลอม ละเมิลลิขสิทธิ์ อาวุธหรือยาเสพติด เป็นต้น การที่ eBay มีระบบให้ดาวที่ลูกค้าสามารถลงคะแนนให้ร้านค้าได้ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าได้เป็นอย่างมาก สำหรับการชำระเงินสินค้าสามารถชำระผ่าบัตรเครดิต เดบิต หรือโอนข้ามประเทศได้ทันทีผ่านบัญชี Paypal ระบบจ่ายเงินออนไลน์ที่นักช็อปและนักขายสายอินเตอร์คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

 

Amazon

เว็บขายของที่เริ่มจากการขายหนังสือออนไลน์และวิดีโอหนัง จนในช่วงเวลาต่อมาที่มีการขยายกิจการทำให้ Amazon มีการเพิ่มหมวดสินค้าออกเป็นหลายหมวดจนเรียกได้ว่าแทบจะมีทุกอย่างวางขาย จากเดิมที่ Amazon มีเว็บสำหรับให้บริการลูกค้าในอเมริกาเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ทำเว็บไซต์ย่อยซึ่งเป็นเหมือนเว็บสาขาเพื่อขายสินค้าให้ประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น  (ประเทศอื่นนอกเหนือจากนี้สามารถสั่งสินค้าผ่านเว็บหลักได้) รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรือชำระผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Amazon Pay นอกจากการมีระบบให้คะแนนรีวิวเหมือนแพลตฟอร์มอื่น Amazon ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการมีระบบ Fulfillment ไว้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าในสังกัด (ซึ่งต้องคุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม) มีเครื่องมือสำหรับทำการตลาดที่คุณสร้างโฆษณาและทำโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าบนเว็บ Amazon ที่มีระบบสถิติเพื่อให้คุณนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

Etsy

เว็บนี้จะต่างกับ eBay และ Amazon ที่มีการแข่งขันสูงตรงที่มีความเป็น Community มากกว่า (ค่าธรรมเนียมเปิดร้านค่อนข้างถูกกว่าด้วย) คนขายและคนซื้อต่างเป็นคนที่ชอบงานฝีมือจากทัวโลก ดังนั้นเว็บนี้จึงไม่เน้นขายสินค้าหลายหมวดหมู่ แต่จะเน้นสินค้างาน Handmade งาน Craft ที่เราทำด้วยตัวเองหรือมีส่วนในการออกแบบและผลิต (ซึ่งตรงนี้ต้องระวังให้ดีถ้าใครลักไก่ไปรับสินค้าจากโรงงานมาขายมีสิทธิ์โดนแบนเสียจนเสียชื่อเสียงร้านและโดนห้ามขายได้) และสินค้าวินเทจที่มีอายุมากกว่า 20 ปี สำหรับวิธีรับชำระเงินก็ทำได้ผ่าน Paypal เช่นกัน

 

เน้นลูกค้าจีน

 

 

 

Taobao

เว็บไซต์สัญชาติจีนที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีร้านขายของออนไลน์ของตัวเองได้ เน้นแบรนด์หรือกิจการท้องถิ่น ร้านค้าปลีกส่วนบุคคล รูปแบบการซื้อขายจึงทำในลักษณะ C2C ที่ผู้บริโภคซื้อขายกับผู้บริโภค เงื่อนไขตั้งร้านก็ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก ดังนั้นสินค้าที่ขายจึงมักเป็นของที่ซื้อขายได้เร็ว ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพมากนักเพราะราคาถูก ใครที่สนใจเปิดร้านกับ Taobao เอกสารที่ต้องเตรียมได้แก่ พาสปอร์ต เบอร์โทรศัพท์ในจีน (แนะนำให้เปิดเบอร์ที่สำนักงานค่ายมือถือเพราะเขาจะใช้พาสปอร์ตของเรายืนยันตัวตนให้เราได้) บัญชี Alipay ที่ยืนยันตัวตนแล้ว และบัญชีธนาคารจีนที่เปิดในประเทศจีน ซึ่งวิธีชำระเงินทำได้ทั้งผ่านบัตรเครดิต  Alipay

 

 

JD Worldwide

เป็นแพลตฟอร์มขายตรงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน เปิดโอกาสให้นักธุรกิจชาวต่างชาติได้ขายตรงสินค้าคุณภาพและของแท้ในราคาจับต้องได้แก่ลูกค้าชาวจีน (ลักษณะการขายแบบ B2C) โดยไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่หรือเปิดบัญชีธนาคารในจีน พูดง่ายๆ คือจุดเด่นของเจ้านี้อาจเปรียบได้กับ Amazon ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับแรกในการให้ความสำคัญกับระบบ Fulfillment และการจัดส่งที่รวดเร็ว สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการเปิดร้านบน JD Worldwide ต้องเป็นผู้ที่จดทะเบียนนิติบุคคลนอกจีน มีใบอนุญาตประกอบการค้าปลีกและการค้าในต่างประเทศ และเป็นเจ้าของแบรนด์ชาวหรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ โดยผู้ขายสามารถสร้าง JD store บนแพลตฟอร์ม JD ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ต้องมีการเสียค่าประกันโดยจำนวนขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นให้ทางแพลตฟอร์ม สำหรับวิธีชำระเงินมีทั้งบัตรเครดิต WeChat Pay JD Pay

 

นี่เป็นเพียงบางส่วนของเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ E-commerce ที่เราได้นำมาแนะนำ แพลตฟอร์มไหนตอบโจทย์ธุรกิจของคุณก็ลองพิจารณากันดู ไม่เพียงแค่การเลือกแพลตฟอร์มที่ดีจะเป็นการการันตีความสำเร็จของเราได้ ตัวเราเองก็ต้องมีการศึกษาลู่ทาง หาข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ดีด้วย และจะเห็นได้ว่าแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ Fulfillment ของตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อส่งมอบประสบการณ์ซื้อขายที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าผ่านสินค้าและบริการที่ได้คุณภาพ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าระบบ Fulfillment จะเหมาะกับบริษัทใหญ่ๆเท่านั้น ไม่ว่านักธุรกิจระดับไหนก็สามารถใช้ได้ แน่นอนว่าถ้าเรามีการจัดการระบบหลังบ้านที่ดี ผลงานออกมาดี เราก็ทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะสร้างระบบ Fulfillment เอง หรืออยากมีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระบบ Fulfillment ที่พร้อมให้คำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจของคุณ

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

ที่มา:
www.etda.or.th
www.smmagonline.com
www.digitalfodder.com