preloder

10 เทคนิคขายของออนไลน์ 2019 ที่มือโปรชอบใช้จนขายดีมาแล้ว

ร้านขายของออนไลน์เปิดง่าย แต่จะทำอย่างไรให้ปัง ยอดสั่งซื้อทล่มทลายนี่สิครับเป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมตัวกันดีๆหน่อย ก่อนจะขายได้ก็ต้องมีคนรู้จักร้านออนไลน์ของเราผ่านการโปรโมต ที่นิยมใช้กันปัจจุบัน และคนเข้าถึงได้ง่ายก็คือการใช้โซเชียลมีเดียนั่นเอง ใครที่ยังสับสนว่าควรเริ่มจากตรงไหนหรือไม่แน่ใจว่าแผนที่เราใช้อยู่ไปได้ถูกทางหรือไม่ มาเช็คไปด้วยกันทีละข้อกับ 10 เทคนิคขายของออนไลน์ สำหรับปี 2019 ดังต่อไปนี้

 

1. เน้นใช้แพลตฟอร์มเดียวในการโปรโมตช่วงเริ่มต้น

เลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ โดยช่วงเริ่มต้นควรเริ่มที่แพลตฟอร์มเดียวก่อนแล้วโฟกัสช่องทางนั้นให้เต็มที่จนสามารถสร้างฐานแฟนและธุรกิจมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง ก่อนจะขยายช่องทางโปรโมตไปแพลตฟอร์มอื่นที่ช่วยส่งเสริมช่องทางหลักในการขยายฐานลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น เช่น เริ่มจากขายทาง Facebook แล้วสร้างฐานแฟนได้ระดับหนึ่งจนเรานำฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่าลูกค้าของเราส่วนมากอยู่ในกลุ่มไหน หากวัยรุ่นเป็นกลุ่มหลักอาจลองใช้ Instagram ช่วยกระจายคอนเทนต์ที่เน้นรูปภาพสวยงามและ Lifestyle ควบคู่กับการโปรโมตบน Facebook ซึ่งเป็นหน้าร้านออนไลน์ช่องทางหลักได้

 

2. คอนเทนต์ที่ใช้บนทุกสื่อต้องแสดงถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์

ไม่ว่าเราจะใช้กี่ช่องทางในการโปรโมตธุรกิจก็ตาม ควรใช้คอนเทนต์ที่สื่อถึงความเป็นแบรนด์ของเราให้เหมือนกันทุกๆช่องทาง ลูกค้าเห็นเราจากที่ไหนก็จดจำเราได้ ซึ่งทำได้โดยการใช้สี ภาพ ตัวอักษรโลโก้ ที่เปรียบเสมือนลายเซ็นของแบรนด์

 

3. ทำคอนเทนต์ที่สอดคล้องความสนใจ ในเวลาที่ใช่ ดูได้เพลินๆ (RITE Formula)

ทำคอนเทนต์ตามหลักการ RITE นั่นคือ มีความสอดคล้องกับสิ่งที่ขายและกลุ่มลูกค้า (Relevant) มีความน่าสนใจ (Interesting) ทำออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่คนกำลังสนใจ (Timely) และดูแล้วให้ความบันเทิงได้ (Entertaining)

 

 

4. แอบส่องว่าลูกค้าด้วยกันเองเขาพูดถึงเราอย่างไรบนโซเชียลมีเดีย

ดูว่าลูกค้ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับเราว่าอย่างไรผ่านการคอมเมนต์ทั้งบนโซเชียลมีเดียร้านค้าออนไลน์ของเราเองหรือช่องทางที่เกี่ยวข้อง เช่น เพจรีวิวสินค้า แฮชแท็ก (Hashtag) ที่มีการกล่าวถึงแบรนด์ของเรา ซึ่งเราควรแอบส่องอย่างเงียบๆ ไม่ควรพยายามไปบิดเบือนการสนทนาโดยการแกล้งเป็นลูกค้าแล้วเข้าไปคอมเมนต์สร้างการชี้นำให้คนอื่นๆคล้อยตามไป หากทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าเป็นการทำให้เราเองไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง หากโดนจับได้ธุรกิจของเราก็จะเสียชื่อไปด้วย

 

5. นำสิ่งที่ลูกค้าโพสต์เกี่ยวกับคุณบนโซเชียลมีเดียของเขามาโพสต์ซ้ำ

สิ่งที่ลูกค้าโพสต์ถึงคุณบนโซเชียลมีเดีย เช่น ภาพลูกค้ากำลังใช้สินค้าของคุณใน Instagram เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าคนอื่นได้เป็นอย่างดีเพราะเป็นความคิดเห็นจากลูกค้าตัวจริงและมีความน่าเชื่อถือสูงจากการโพสต์ผ่านช่องทางส่วนตัวของลูกค้าเอง

 

6. อย่าลืมให้ความสำคัญคะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย

ช่องทางแรกที่ลูกค้ามักจะมองหารีวิวสินค้าคือส่วนให้คะแนนความคิดเห็นที่มีอยู่ในแต่ละแพลตฟอร์มออนไลน์นั่นเอง เช่น Facebook จะมีการให้แสดงความคิดเห็นในลักษณะการ recommend  ส่วน Google มีการให้จำนวนดาวเป็นคะแนนรีวิว ยิ่งมีคะแนนรีวิวหรือได้รับการแนะนำมากก็ยิ่งน่าเชื่อถือ ดังนั้นคุณจึงควรใช้ประโยชน์จากส่วนนี้ให้มากโดยการขอให้ลูกค้าช่วยให้คะแนนรีวิวในทุกครั้งที่มีโอกาส

 

 

7. กับลูกค้าบ้าง อย่าใช้แค่การตลาดแบบอัตโนมัติช่วยสื่อสาร

แม้ว่าคุณจะให้ระบบช่วยทำงานได้ทั้งการส่งอีเมล์อัตโนมัติ การจัดตารางการโพสต์คอนเทนต์ล่วงหน้าไปยังหลากหลายช่องทางในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งช่วยให้ประหยัดเงินและเวลาก็จริง แต่ในขณะเดียวกันลูกค้าก็ยังต้องการการสื่อสารที่ให้ความรู้สึกถึงความ “เป็นมนุษย์” คือได้พุดคุยกับคนจริงๆ ไม่ใช่แค่รอชมคอนเทนต์ที่ระบบคอยป้อนให้ชมตามตารางเวลาที่ถูกกำหนดไว้ การที่เราคุยกับลูกค้าด้วยตัวเองช่วยสร้างความเชื่อมั่นที่นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีระยะยาวและความจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้

 

8. ใช้การ Live สื่อสารกับลูกค้าแบบ Real Time

การ Live ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมได้เป็นอย่างดีเพราะสามารถโต้ตอบได้แบบ Real Time พร้อมกันทีละหลายคน โดยการ Live ที่นิยมในไทยจะเป็นการ Live บน Facebook และ Instagram การ Live ยังส่งเสริมให้เกิดการติดตามอย่างต่อเนื่องได้หากคุณมี Live เป็นประจำทุกสัปดาห์ คนดูก็จะเกิดการจดจำและตามเข้ามาดูเมื่อถึงเวลา นอกจากนี้คุณยังสามารถนำคอนเทนต์ภายหลังจากการ Live ไปอัปโหลดในช่องทาง Podcast ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ได้อีกช่องทางด้วย

 

9. ขอความคิดเห็นและข้อมูลจากลูกค้าผ่านแบบสอบถาม

อยากได้ข้อมูลเจาะลึกจากกลุ่มเป้าหมายจริงๆ วิธีที่ดีที่สุดก็คือถามเขาไปตรงๆเลย ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทุกวันนี้ทำให้เราเก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้นผ่านการสร้างแบบสอบถามออนไลน์ที่ทำได้หลายรูปแบบ ไม่ต้องเสียเวลาไปหาผู้ตอบถึงที่แถมยังเข้าถึงคนได้จำนวนมาก ที่ง่ายที่สุดสำหรับร้านออนไลน์ที่มีร้านบน Facebook ก็คือการสร้างแบบสอบถาม หรือโพลวัดผลโหวตบนแพลตฟอร์มให้สมาชิกทุกคนได้เห็นพร้อมกันในทีเดียว ทั้งนี้อาจมีการให้รางวัลตอบแทนเล็กน้อยเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้อีกด้วย

 

10. จัดโปรโมชั่น การแข่งขัน แจกรางวัล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากลูกค้า

อะไรจะดึงดูดคนได้ดีไปกว่าการลด แลก แจก  แถม ซึ่งเป็นวิธีที่ใครก็ใช้ได้ผลทั้งนั้น นอกจากได้การมีส่วนร่วมจากลูกค้า คุณยังได้สร้างการรับรู้ในแบรนด์ต่อไปยังคนในกลุ่มอื่นๆที่อาจกลายมาเป็นลูกค้าร้านออนไลน์ของคุณได้ด้วย ซึ่งทำได้โดยการแชร์คอนเทนต์ต่างๆออกไปโดยผู้ร่วมกิจกรรม การติดแฮชแท็ก หรือแม้แต่การบอกปากต่อปาก

อ่านจบแล้วก็จะเห็นว่าทั้ง 10 เทคนิคสำหรับร้านออนไลน์ที่เราได้นำมาฝากนั้นค่อนข้างต้องใช้เวลาเหมือนกันนะครับ เพราะทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งผ่านการทำคอนเทนต์ และการพูดคุย การตอบคอมเมนต์ เมื่องานหน้าบ้านต้องดูแลให้ดี งานหลังบ้านอย่างการจัดการสินค้าตั้งแต่การเก็บและดูแลสต็อก การแพ็กสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าก็ต้องใส่ใจทำให้ดีไม่ต่างกันครับ งานได้มาตรฐาน บริการประทับใจ ลูกค้าไม่หนีไปไหนแน่นอน แต่ถ้าเกรงว่างาน เก็บ แพ็ก ส่ง จะจัดการเองไม่ไหวก็ส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Fulfillment ช่วยทำแทนคุณได้ อย่าง Akita Warehouse ที่นักธุรกิจตัวจริงยังเลือกใช้จากความประทับใจในบริการและผลงานที่คุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ (อยากรู้ว่าดีอย่างไรตามมาอ่านต่อได้เลย >> Akita Warehouse)

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

ที่มาบทความ : https://smallbiztrends.com/2018/10/15-social-media-marketing-strategies-the-pros-use