preloder
คลังสินค้า

4 เทคนิคประหยัดพลังงาน คลังสินค้า ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง

คลังสินค้า (Warehouse) เป็นพื้นที่ที่ต้องมีการควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างให้พอเหมาะกับการรักษาคุณภาพสินค้า การใช้พลังงานเยอะจึงนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายที่สูงตาม แล้วเราจะประหยัดพลังงานเพื่อลดต้นทุนได้อย่างไรบ้าง? ขอบอกเลยครับว่าเคล็ดลับที่จะนำมาแชร์ในบทความนี้ทำได้ง่ายและช่วยคุณประหยัดพลังงาน คลังได้แน่นอน

1. ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง

เริ่มจากการพิจารณา 2 เรื่องหลัก ๆ คือ ปริมาณแสงสว่างที่จำเป็นต้องใช้ในจริงๆ มีจำนวนเท่าไร และใช้กับส่วนใดบ้าง คลังสินค้า ที่มีระบบ Automated เช่น มีรถเข็น รถยกอัตโนมัติซึ่งทำงานในที่มืดได้ ก็จะใช้แรงงานคนและแสงสว่างที่น้อยกว่า (อันนี้อาจเป็นตัวอย่างที่ไกลตัวสำหรับบางคนไปหน่อย) ขณะเดียวกันในแต่ละส่วนงานของคลังก็ต้องการใช้แสงสว่างทั้งในปริมาณและชนิดของแสงที่ต่างกันด้วย

การวางระบบให้แสงสว่างที่มีประสิทธิภาพช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด ซึ่งในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือที่มาช่วยให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งระบบเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวและสวิตซ์หรี่ไฟที่ช่วยลดแสงในคลังสินค้า แม้คุณจะเปิดไฟในทุกบริเวณ ตัวหรี่ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวจะปรับระดับแสงในบริเวณที่มีคนทำงานให้มีความสว่างมากกว่าบริเวณที่ไม่มีคน ซึ่งแสงสว่างจะถูกปรับลดความลง และเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น การใช้ระบบดังกล่าวควรทำควบคู่กับการหมั่นดูแลความสะอาดและเช็คอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างเป็นประจำ การใช้สีโทนสว่างหรือขาวทาผนัง ติดตั้งหน้าต่างและกระเบื้องหลังคาที่เปิดรับแสงธรรมชาติก็ช่วยให้คุณลดปริมาณการใช้แสงสว่างจากหลอดไฟลงได้

warehouse energy cost saving
ที่มาภาพ: www.remaxdoors.com

2. ระบบหลังคา

นอกจากการควบคุมแสงไฟแล้ว หลังคา ก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการใช้พลังงานในคลังที่ขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากหลังคาบางประเภทมีคุณสมบัติดูดซับความร้อน ซึ่งส่งผลต่อคลังที่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวคุณสามารถใช้เทคโนโลยีหลังคาเย็นเข้ามาช่วย ระบบหลังคาเย็นมีคุณสมบัติเด่น 2 แบบ คือ แบบที่สะท้อนแสงอาทิตย์ได้สูงซึ่งทำให้หลังคาดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์น้อยลง และแบบที่แผ่รังสีความร้อนได้สูง โดยวัสดุจะดูดซึมความร้อนแล้วปล่อยกลับสู่ท้องฟ้า หลังคาเย็นจึงเหมาะกับคลังที่ใช้ระบบทำความเย็นในการจัดเก็บสินค้า และยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานได้ 5-10% นอกจากห้องเย็นที่ต้องควบคุมระดับความเย็นแล้ว คลังที่อุณหภูมิปกติก็ยังคงต้องรักษาอุณหภูมิให้คงที่เช่นกัน ระบบหลังคาเย็นจึงสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นในอาคารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศเพราะระบบหลังคาเย็นช่วยลดระดับอุณหภูมิเพื่อไม่ให้รบกวนประสิทธิภาพการทำงานของคนงาน

warehouse energy cost saving

3. ระบบประตู

สิ่งที่ทำให้แอร์ใน คลังสินค้า ทำงานหนักขึ้นก็คือการที่คุณปล่อยให้มีอากาศจากภายนอกซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าผ่านเข้ามาในโกดังสินค้า โดยเฉพาะโกดังที่มีตู้แช่แข็งหรือห้องเย็น คุณจึงควรหมั่นตรวจสอบหารอยรั่วตามจุดต่าง ๆ อยู่เสมอ ทั้งดูว่ามีรอยแตกหรือทะลุที่ผนังอาคารหรือไม่ ประตูและหน้าต่างปิดสนิทไหมมีช่องว่างที่เกิดจากการชำรุดหรือไม่ ในส่วนของประตูนั้นคุณควรใส่ใจมากเป็นพิเศษเพราะเป็นจุดที่คนและสิ่งของเคลื่อนย้ายเข้าออกอยู่เสมอ ซึ่งหมายถึงโอกาสในการผ่านเข้ามาของอากาศจากภายนอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นในขณะที่คุณไม่ต้องผ่านประตูต้องมั่นใจว่าไม่มีช่องว่างให้อากาศข้างนอกผ่านเข้ามาและรักษาอุณหภูมิภายในโกดังไม่ให้ออกไปได้ โดยการหุ้มฉนวนกันความร้อนที่ขอบประตูซึ่งช่วยให้ประตูปิดสนิท แต่สำหรับกรณีที่ห้องเย็นเชื่อมกับห้องอื่นและต้องมีการเดินเข้าออกตลอดเวลาคุณควรติดม่านตรงประตูที่เชื่อมสองห้องเพื่อช่วยลดการสูญเสียความเย็นจากห้องเย็นออกมาสู่ข้างนอกให้น้อยที่สุด

4. การใช้เครื่องควบคุมอุณหภูมิ

การปรับอุณหภูมิบ่อยๆ เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน การใช้เทอร์โมสตัท (thermostat) หรือเครื่องควบคุมอุณหภูมิจะช่วยรักษาอุณหภูมิห้องให้ใกล้เคียงกับค่าอุณหภูมิเริ่มต้นที่เรากำหนดไว้เสมอ เคล็ดลับการตั้งค่าให้ตั้งที่อุณหภูมิปานกลางในชั่วโมงทำงาน ทุกครั้งที่มีการตั้งค่าอุณหภูมิเทอร์โมสตัทเพิ่มขึ้น 1 องศา สามารถช่วยคุณประหยัดพลังงานได้ 1-3%  และเมื่อถึงเวลาเลิกงานไม่มีคนทำงานในส่วนนั้นแล้วให้ตั้งค่าเทอร์โมสตัทโดยการเพิ่มอุณหภูมิขึ้น 5-10 องศา หากอาคารของคุณใช้เครื่องปรับอากาศหลายเครื่องโดยแต่ละเครื่องมีเทอร์โมสตัทของตัวเอง ให้ตั้งเวลาเริ่มทำงานต่างกันในแต่ละจุด ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องปรับอากาศทุกจุดเริ่มทำงานพร้อมกัน โดยเฉพาะในจุดที่ยังไม่เริ่มงานซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ หากเปิดทิ้งไว้ก่อนเริ่มงานก็เท่ากับเป็นการใช้พลังงานโดยเปล่าประโยชน์

warehouse energy cost saving

เรียกได้ว่าค่าใช้จ่ายในด้านพลังงานเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่คุณต้องแบกรับและต้องใช้อย่างระมัดระวังเป็นอย่างมาก การละเลยจุดบกพร่องเพียงเล็กน้อยและไม่รีบแก้ไขอาจสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายจำนวนมากได้ หากคุณคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะจัดการระบบคลังสินค้าด้วยตัวเอง การใช้คลังสินค้าเอกชนที่มีพร้อมทั้งระบบจัดการสต็อกแบบ Real-Time และบริการ Fulfillment ที่ช่วยงานหลังการขายทั้งแพ็คและจัดส่งสินค้า ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากคุณไม่ต้องคอยกังวลกับการจัดการระบบคลังเองทั้งระบบแล้ว คุณยังไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ค่าแรงงาน และต้นทุนเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ควบคุมได้ยากด้วย แต่การใช้คลังเอกชนจะมีการคิดค่าบริการในอัตราที่แน่นอนไว้ให้แล้วแถมควบคุมคุณภาพงานได้ไม่ต่างกับคุณทำเอง

คลิก! เพื่ออ่าน >> รวมบทความ Fulfillment

อยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าแทนคุณ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ที่มา: Source