preloder

ไขข้อสงสัย Fulfillment เมื่อคุณไม่ต้อง เก็บ แพ็ค ส่งสินค้าเอง มันดีอย่างไร

Fulfillment บริการที่จะมาทำหน้าที่ เก็บ แพ็ค ส่งสินค้าแทนคุณมีความจำเป็นแค่ไหน? หากคุณเกิดคำถามที่ว่านี้แสดงว่าคุณอาจจะยังไม่เข้าใจกระบวนการทำงานจนเกิดความไม่แน่ใจนี้ขึ้นมา หรือในอีกแง่หนึ่งก็คือคุณยังรู้สึกว่างานเก็บ แพ็ค ส่งสินค้า ยังไม่หนักพอที่คุณจะต้องขอความช่วยเหลือจากใคร และสิ่งที่เราอยากถามคุณบ้างก็คือ คุณวางแผนบริหารงานระยะยาวไว้อย่างไรเมื่อถึงเวลาที่กิจการของคุณเติบโตขึ้นกว่าเดิม? เมื่อคุณนึกคำตอบได้แล้ว (หรือยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร) มาดูกันว่าจุดเด่นของบริการของเรา สอดคล้องกับคำตอบที่คุณคิดไว้ไหม หรือให้ผลอะไรที่คุณยังคาดไม่ถึงเพิ่มเติมหรือไม่

ไม่ต้องเก็บสินค้าและดูแลจัดการคลังสินค้าเอง

Fulfillment_keep-send-pack

เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายรายมักจะเริ่มจากการเก็บสินค้าเองในพื้นที่ที่เราแป็นเจ้าของอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่โรงจอดรถ ซึ่งแน่นอนครับว่าต้องสร้างความลำบากให้การใช้ชีวิตพอสมควร พื้นที่เองก็อาจไม่ค่อยเหมาะสมกับการจัดเก็บสินค้าในระยะยาว มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ที่ทำให้จัดการงานได้ลำบาก หากคุณตัดสินใจเช่าตึกหรือลงทุนสร้างคลังเก็บสินค้าเองปัญหาที่คุณอาจต้องเจอก็คือความไม่แน่นอนของจำนวนออเดอร์ในแต่ละช่วง เนื่องจากสินค้าบางประเภทไม่ได้เป็นที่ต้องการตลอดปีและขายได้ตามฤดูกาลเท่านั้น ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าคุณมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอในช่วงที่ต้องสต็อกสินค้าจำนวนมาก นั่นแปลว่าคลังสินค้าต้องมีพื้นที่ใหญ่พอสมควร (อาจต้องเช่าพื้นที่เพิ่มหรือขยายพื้นที่คลัง) ในขณะที่ถึงช่วงสินค้าขายได้น้อยลงต้องลดจำนวนสินค้าที่สต็อก คุณก็ยังคงต้องรับผิดชอบค่าเช่าเท่าเดิมเพื่อเช่าพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่

ไม่ต้องวุ่นวายกับการแพ็คสินค้าแล้วยังต้องจัดส่งเอง

งานแพ็คสินค้าเป็นงานที่ดูเหมือนง่าย แต่ก็จุกจิกและต้องใช้เวลาพอสมควร ไหนจะต้องเตรียมกล่องขนาดต่าง ๆ สำหรับสินค้าคนละประเภท ต้องห่อกันกระแทก ยิ่งสินค้าที่แตกหักง่ายยิ่งต้องใช้เวลาห่ออย่างพิถีพิถัน ปิดผนึก แปะป้ายชื่อที่-อยู่ลูกค้า และยังต้องออกไปจัดส่งสินค้าเองอีก หรือหากคุณมีคลังสินค้าเองจ้างคนมาช่วยดูแลงานคุณก็ต้องรับผิดชอบค่าใช่จ่ายแฝงในช่วง Low Season ที่ขายสินค้าได้น้อยลง แต่ก็ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายพนักงานเท่าเดิม หรือช่วง High Season ที่ต้องหาพนักงานเพิ่ม และต้องเตรียมรับมือกับความยุ่งยากบางอย่าง เช่น เสียเวลาสอนงานในช่วงแรก งานเสร็จช้ากว่ากำหนดเพราะพนักงานใหม่ยังทำงานได้ช้า โอกาสผิดพลาดจากความไม่ชำนาญ และความน่าเชื่อถือของพนักงานใหม่เอง

เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปโฟกัสงานสำคัญอื่น ๆ มากขึ้น

Fulfillment_keep-send-pack

ยิ่งธุรกิจเติบโตมากเท่าไหร่ คุณต้องจัดการเองคุณก็ต้องแบ่งเวลาให้งานส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่คุณจะมาจัดการสต็อกเอง แพ็ค ส่งสินค้าเอง คุณควรเอาเวลาไปทำงานด้านอื่นที่ช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ สร้างแบรนด์ วางแผนการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (อย่าลืมนะครับว่าต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่สูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าที่รักในแบรนด์ของคุณแล้ว) รวมทั้งการบริหารงานส่วนอื่นซึ่งผู้บริหารอย่างคุณเท่านั้นที่ทำได้ ดังนั้นการส่งต่องานเก็บ แพ็ค ส่ง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรับภาระเป็นงานหลักประจำวัน ให้บริษัทผู้ให้บริการคลังสินค้าครบวงจร เก็บแพ็ค ส่ง ทำหน้าที่ดูแลงานนี้เป็นหลักแทนคุณดีกว่า

ลดข้อจำกัดด้านการขนส่งและจัดส่ง

หากคุณอยู่ต่างจังหวัดหรือพื้นที่ที่การเดินทางลำบากย่อมส่งผลถึงการลำเลียงสินค้าเข้าไปจัดเก็บที่คลังสินค้า รวมทั้งการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าของคุณ แต่ถ้าคุณใช้บริการคลังสินค้าครบวงจร ที่มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ระบบการจัดการ เครือข่ายหรือพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดำเนินการด้านการขนส่ง คุณก็สามารถจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดส่งรวดเร็วเป็นไปตามกำหนด สามารถควบคุมและประมาณการค่าใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดระยะทางในการขนส่งที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งได้

บริหารงานอย่างเป็นระบบยิ่งขึ้นผ่านเทคโนโลยีของผู้ให้บริการ Fulfillment

Fulfillment_keep-send-pack

แม้คุณจะส่งต่องาน เก็บ แพ็ค ส่ง ให้คนอื่นทำแทน คุณก็ยังคงตรวจสอบการทำงานได้ผ่านระบบจัดการคลังสินค้าครบวงจร ให้คุณเข้าถึงการทำงานแต่ละขั้นตอนได้แม้ไม่ได้ทำงานอยู่ที่คลังสินค้าด้วยตัวเอง ทั้งการเช็คสต็อก เช็คสถานะการทำงานในขั้นต่าง ๆ ตั้งแต่คุณส่งออเดอร์เข้าไปที่คลังสินค้า ให้พนักงานช่วยหยิบ (ส่วนมากมักเช็คผ่านระบบได้ด้วยว่าหยิบสินค้ามาถูกต้องตามออเดอร์หรือไม่) แพ็คสินค้า ไปจนถึงจัดส่ง รวมทั้งการจัดการสมาชิกในกรณีที่คุณมีระบบตัวแทนจำหน่าย

อยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1]

นักช็อปเมืองรอง โอกาสทองทางธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

จากรายงาน “เปิดประตูสู่เมืองรอง” โดยนีลเส็น ที่ทำการศึกษาเฉพาะจังหวัดที่มีประชากร 1-5 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด คิดเป็น 35% พบว่าไทยมีเมืองรอง 18 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเมืองรอง จะมีการขยายตัวของสังคมเมืองเพิ่มเป็น 62% เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯที่มี 18% ขณะเดียวกัน ประชากรส่วนใหญ่ของเมืองรอง คือ กลุ่มอายุ 12-39 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 77% ของประชากร โดยคนกลุ่มนี้กล้าใช้จ่าย กล้าลองอะไรใหม่ ๆ

 

อีกศักยภาพที่น่าสนใจ คือ ความสามารถในการดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว จากการศึกษาพบว่ารายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ใช้จ่ายในเมืองรองสูงถึง 30% ของรายได้นักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท และนั่นก็หมายถึงเมืองรองกำลังจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต ประกอบกับอีก 5-10 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ กระจายเข้าไปในแต่ละจังหวัดทำให้อัตราการจ้างงานมีโอกาสเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในจังหวัดนั้น ๆ ก็จะโตขึ้น นำมาซึ่งโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

เรามองเห็นโอกาสแล้วก็จริง แต่ก็ต้องมาคิดกันต่อว่าจะเข้าหาผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างไร เพราะไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรองแต่ละภาคก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทีเดียว ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละภาคให้ชัดเจน และสร้างกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือมีความคล้ายกันเรื่องการอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าไซซ์เล็ก เพราะมีกำลังซื้อน้อย ส่วนภาคใต้ชอบสินค้าพรีเมี่ยม เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ประชากรมีรายได้สูง ส่วนภาคกลางจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะมีคนจากที่ต่าง ๆ ย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงาน ทำให้สินค้าที่มีนวัตกรรมขายดี เป็นต้น

 

อยากเข้าถึงคนเมืองรอง ต้องเริ่มที่การเข้าใจพฤติกรรม

 

มีอิสระในการสร้างทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น

สะท้อนได้จากการเลือกประกอบอาชีพ เดิมในต่างจังหวัดพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเป็นข้าราชการ เพื่อความมั่นคงในชีวิต แต่อาชีพของคนในปัจจุบันรวมทั้งเมืองรองต้องการในสิ่งที่อยากทำ อยากเป็นนายตัวเองกันมากขึ้น พ่อแม่เองก็ไม่บังคับให้เป็นข้าราชการแล้ว เพราะเห็นว่าอาชีพอื่น ๆ ก็มีโอกาสสร้างรายได้เช่นกัน
ในแง่การใช้ชีวิตประจำวันหรือการใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกที่ชอบก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากคนกรุง เพราะทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้สามารถซื้อสินค้าทุกอย่างได้แบบคนเมือง บริการขนส่งสินค้าก็ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น จากการขยายพื้นที่และการปรุบปรุงบริการของทั้งบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทยให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพขึ้น

 

ภาพจาก: Tesco Lotus

 

 

อีคอมเมิร์ซสำคัญแต่ผู้บริโภคยังต้องการการปฏิสัมพันธ์กับคน

คนกลุ่มนี้จะมองหา Trust Point (ประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ) ไม่ใช่ Touch Point คือทั้งสินค้าและช่องทางอีคอมเมิร์ซต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะต้องไม่หลอกลวง หรือ สร้างความผิดหวังให้กับผู้บริโภค แม้อีคอมเมิร์ซเติบโตแต่การจ่ายเงินยังเป็นรูปแบบการจ่ายเงินปลายทาง (Cash on delivery) สำหรับกลุ่มที่เรียนรู้การใช้งาน Mobile Banking หรือ Mobile Payment หากเริ่มต้นใช้บริการกับธนาคารใดจะมีความภักดี (Loyalty) สูงมากและไม่เปลี่ยนใจไปใช้ของแบรนด์อื่น และในขณะเดียวกันการซื้อสินค้าเพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันที่หน้าชั้นวางยังเป็นช่องทางที่คนต่างจังหวัดชอบ เพราะผู้บริโภคต้องการสัมผัสสินค้าจริง รวมทั้งได้พูดคุยกับพนักงานเพื่อให้แนะนำสินค้าและโปรโมชั่น

 

ความคุ้มค่ายังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา

ชาวเมืองรองมีความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ในตัว มีการวางแผนการใช้ชีวิตทุกด้าน ทั้งการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ต และพื้นที่จัดเก็บในมือถือ ที่ต้องใช้งานอย่างคุ้มค่า การเห็นโฆษณาแบรนด์ต่าง ๆ แล้วตั้งใจจะไปซื้อสินค้าที่ชั้นวาง บางครั้งก็ลืม หรือ เห็นแบรนด์อื่นให้ข้อเสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่ากว่าก็เปลี่ยนใจได้เช่นกัน ดังนั้นการสื่อสารเพื่อย้ำเตือนแบรนด์ที่ชั้นวางยังมีความจำเป็น หรือ การย้ำเตือนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อและข้อเสนอโปรโมชั่นก็ต้องทำ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมซื้อสินค้าที่คุ้มราคา

 

 

 

พฤติกรรมการรับชมและเข้าถึงสื่อที่เปลี่ยนไป

ตอนนี้ “อายุ” ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกรับสื่อแล้ว แต่เป็นเรื่องของ “พฤติกรรมและความสนใจ” เป็นตัวกำหนดการเสพคอนเทนต์ ในปัจจุบันประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 82% มีการใช้งานในทุกวัย เมื่อมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ผู้บริโภคพร้อมที่จะค้นหาคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นการค้นหาเราต้องทำให้ผู้บริโภครู้จักคอนเทนต์ก่อน โดยการโปรโมตผ่านหลาย ๆ ช่องทาง ปีนี้คอนเทนต์ก็ยังมีความสำคัญกับผู้บริโภคสูงสุด ดังนั้นคอนเทนต์จึงไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่แค่บนหน้าจออุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ต้องไปได้ในทุกที่กับสื่อทุกรูปแบบ และแบรนด์ควรโฟกัสเรื่องความสนใจระดับปัจเจก (individual) เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยข้อมูลที่อ้างอิงถึงพฤติกรรมด้วย ไม่ใช่แค่ข้อมูลประชากรศาสตร์

 

แม้จะนิยมแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ออฟไลน์ก็ยังไม่หายไปไหน

“ฟอร์แมต” หรือ รูปแบบของสื่อ มีความสำคัญมากกับการรับชมคอนเทนต์ในยุคนี้ แม้สื่อสิ่งพิมพ์จะได้รับความนิยมลดลง แต่ความต้องการในสื่อนั้น ๆ จากผู้บริโภคยังคงอยู่ วันนี้คนยังต้องการอ่านข่าว แม้กลุ่มที่อ่านข่าวผ่านสื่อรูปเล่มลดลงและเปลี่ยนไปชมผ่านออนไลน์แทน แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากลุ่มที่บริโภคสื่อแบบรูปเล่มจะหายไปทั้งหมด
Live Content เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเมืองรองให้ความสนใจรับชมเช่นกัน ทั้งไลฟ์ของคนทั่วไป ไลฟ์ของคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ คนขายของ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากช่องทาง Facebook ดูเพราะสนุกเหมือนดูคอนเทนต์บันเทิงทั่วไป และดูเพราะสนใจซื้อสินค้า ซึ่งขณะที่ดูสินค้าผ่าน Facebook Live ยังถามคำถามจากผู้ขายได้เลย ทำให้เกิดความมั่นใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งการซื้อขายรูปแบบนี้เรียกว่า Conversational Commerce ที่สำคัญคือการทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ ต้องมีความย่อยง่าย เข้าใจง่าย ตลก บันเทิงและจริงใจ เช่น เพจตามใจตุ๊ด เทยเที่ยวไทย เป็นคอนเทนต์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย รู้สึกสมจริงและเป็นเรื่องความสนใจใกล้ตัว

 

*เปิดตลาดได้แล้วอยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา:
prachachat.net
positioningmag.com

6 ขั้นตอนทำธุรกิจ Online Drop Shipping ให้รุ่ง

Drop Shipping คือการขายแบบมีตัวแทนจำหน่ายรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้เป็นตัวแทนทำหน้าที่หาลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าแล้วส่งต่อออเดอร์ไปยังผู้ขายที่จะเป็นผู้สต็อกสินค้า เมื่อได้รับออเดอร์จากตัวแทนก็จะทำการแพ็คและจัดส่งให้ แล้วถ้าเราอยากเริ่มธุรกิจ Online Drop Shipping ที่ลูกค้าเลือกสินค้าเราได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เราควรเริ่มอย่างไร

ศึกษาตลาดหาสินค้าที่จะขาย

เริ่มจากการเลือกสินค้าที่คุณสนใจเป็นพิเศษ เมื่อคุณอินกับมันคุณจะมีไฟในการขายและการพัฒนาธุรกิจ ต่อมาคือดูความต้องการของตลาดสินค้าประเภทใดเป็นที่ต้องการหรือมีคนซื้ออยู่เสมอและถูกค้นหาบนอินเตอร์เน็ตในอัตราที่ค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกันก็ต้องดูจำนวนคู่แข่งด้วย ยิ่งสินค้าขายได้ง่ายย่อมเปิดตลาดได้ง่ายกว่า คู่แข่งจึงเยอะตาม ดังนั้นคุณจึงต้องทำการบ้านต่อว่าคุณจะทำอย่างไรให้สินค้าของคุณมีข้อแตกต่างจากเจ้าอื่น หรือหากคุณไม่อยากลงเล่นในสนามที่มีผู้ร่วมเล่นเยอะ คุณอาจเลือกสินค้าที่ niche ขึ้น คือเป็นที่ต้องการของคนบางกลุ่ม หรือไม่มีขายในท้องตลาด ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการจัดส่งก็สำคัญ อย่าลืมว่าลูกค้ายังมีตัวเลือกอีกมากมายที่เสนอค่าจัดส่งที่ถูกหรือแม้แต่จัดส่งให้ฟรี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก

ศึกษาคู่แข่งให้รอบด้าน

Drop Shiping ไม่ใช่เรื่องใหม่ ฉะนั้นคุณมีคู่แข่งอยู่ในสนามเดียวกันแน่นอน การรู้เขารู้เราจึงสำคัญ เพราะทำให้เรารู้ว่ามีอะไรที่จะทำให้ดีกว่าเขาได้และในการศึกษาคู่แข่งคุณควรดูให้ครอบคลุมทั้งเจ้าเล็กและเจ้าใหญ่ หรือแม้แต่รายที่ขายสินค้าประเภทใกล้เคียงกันแม้ว่าการพยายามสร้างจุดต่างหรือหาสินค้าที่ไม่ซ้ำกับใครจะทำให้คุณมีคู่แข่งน้อยลงก็จริง แต่การไม่มีคู่แข่งก็บอกใบ้ในตัวมันเองอยู่แล้วว่าสินค้านั้นอาจไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนอกจากนี้การไม่มีคู่แข่งอาจหมายความได้ถึงต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงเป็นสินค้าที่ให้ผลกำไรน้อยไม่คุ้มทุน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโรงงานหรือ Supplier และอื่นๆ ดังนั้นการที่สินค้านั้นยังมีคู่แข่งบ้างดูจะเป็นทางเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่าสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งเลย

ดูให้แน่ใจก่อนเลือก Supplier

อย่าด่วนตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตหรือ Supplier เร็วเกินไป ธุรกิจคุณก็มีโอกาสพังได้ง่ายๆ เพราะเขาคือต้นทางสินค้าที่เราต้องทำงานด้วยในระยะยาว ควรหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดและพูดคุยตกลงในทุกประเด็นให้เป็นที่เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจสินค้าและระบบการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Supplier ที่เป็นชาวต่างชาติซึ่งใช้ภาษาต่างกับเราและเราไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ง่ายหากเกิดปัญหา

มีระบบจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพ

การจัดการสต็อกถือเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและต้องการความรอบคอบมาก เพราะผู้ขายจะเป็นผู้ดำเนินงานแทนหลังรับออเดอร์ไปจนถึงจัดส่ง ควรศึกษาระบบการทำงานของ Drop Shipping Partner ด้วยว่ามีระบบบริหารสมาชิกอย่างไร ติดตามทุกขั้นตอนดำเนินงานได้หรือไม่ ไปจนถึงการติดตามสถานะสต็อกที่ต้องมีการอัปเดตตลอดเวลาเช่นกัน เปิดร้านบนอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ วิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างร้านออนไลน์สำหรับธุรกิจ drop shipping คือคุณสามารถสร้างบน Ecommerce Platform หรือใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีโครงสร้างเว็บไซต์ที่เกือบสมบูรณ์มาให้แล้ว ซึ่งไม่ต้องใช้ทักษะด้านเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนา แต่อาจจะมีข้อจำกัดสำหรับการพัฒนาปรับแต่งเพื่ออัปเดตเว็บให้ตอบโจทย์ธุรกิจในอนาคตและ โดยเฉพาะกรณีที่คุณไม่มีทักษะ
มากพอสำหรับงานพัฒนาเว็บไซต์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ดังนั้นก็ต้องลองวางแผนและตัดสินใจอย่างรอบคอบ แต่ทั้งนี้ก็ควรเผื่อทางเลือกและมองในระยะยาวด้วย


วางแผนโปรโมตทั้งระยะยาวและสั้น

มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าสินค้าน่าสนใจและเว็บไซต์ดึงดูด แต่คุณไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตัวจริงได้เสียทีคุณจึงต้องอาศัยแพลตฟอร์มทำโฆษณาออนไลน์ที่ช่วยพาสินค้าของคุณออกสู่สายตาคนกลุ่มนั้น อย่างการทำโฆษณาบน Facebook ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้ทันที เพราะคุณสามารถนำเสนอสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่คุณเลือกเองได้ แต่ก็อย่าเตรียมแผนโปรโมตใน
ระยะยาวด้วย อย่างการทำ SEO หรือ Email Marketing ที่ช่วยให้ลูกค้ายังคงเห็นคุณวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผ่านการค้นหาบน Google หรือ คอยส่งข่าวสาร แจ้งสิทธิพิเศษผ่าน Email อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับผู้ผลิตที่สนใจทำ Drop Shipping และกำลังมองหาคลังสินค้ามาตรฐาน พร้อมระบบ Fulfillment

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1]

She-economy เมื่อพลังสตรี ขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดสุดเจ๋ง

She-economy คือแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังหญิง จากผลวิจัยโดยฮาร์วาร์ด บิสิเนส รีวิว ระบุว่า ผู้หญิงตัดสินใจด้วยตัวเองสูงกว่าร้อยละ 80 สำหรับการซื้อสินค้าประเภทที่อยู่อาศัย รถ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งแพ็กเกจท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยมาจากรายได้ ความสามารถในการประกอบอาชีพที่ส่งผลให้ผู้หญิงมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

เมื่อบทบาทของสตรี ( She-economy ) ได้ถูกยกระดับและได้รับการยอมรับมากขึ้นตามที่เห็นได้ทั่วไป ทั้งในภาคแรงงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับผู้บริหาร ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารมากเป็นอันดับที่ 3 รองจากอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ พวกเธอยังเข้ามามีบทบาทสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

หลายๆ ธุรกิจก็หันมาให้ความสำคัญกับผู้บริโภคหญิงมากขึ้น มีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น ที่จอดรถ Lady Parking ห้องพักในโรงแรมที่แบ่งโซนสำหรับผู้หญิงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความพึงพอใจและเพิ่มความนิยมในกลุ่มลูกค้าหญิง ซึ่งการจะพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นชื่นชอบของผู้บริโภค เจ้าของแบรนด์ต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการให้ได้มากที่สุด เพราะภายในกลุ่มผู้บริโภคหญิงเองก็ประกอบด้วยหลายๆ กลุ่มย่อยที่มีไลฟ์สไตล์และรสนิยมที่แตกต่างกัน

จากการสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความชื่นชอบแบรนด์ไทย แต่ในทางเดียวกันก็กล้าที่จะลองซื้อและบริโภคสินค้าแปลกใหม่ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ ดังนั้นเจ้าของแบรนด์ไทยต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกอินไปกับตัวสินค้า นำไปสู่กระแสให้คนพูดถึงแบบปากต่อปาก รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมในความเป็นสินค้าของคนไทยหรือความภูมิใจในแบรนด์ไทยซึ่งเปรียบเสมือนการสร้าง Brand Royalty ที่จะส่งผลต่อแบรนด์ในแง่ความนิยมในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ที่มา: verdict.co.uk

ไม่เพียงแค่ในแง่พัฒนาสินค้า การให้บริการด้านอื่นก็ปรับตัวตามเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคอย่างการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์รูปแบบต่างๆ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อผู้บริโภคเพศใดเพศหนึ่ง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายนั่นเอง พวกเธอไม่เพียงใช้จ่ายไปกับเรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่ยังเป็นตัวแทนของครอบครัวในการบริหารการเงินในบ้าน การซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่มักจะกลายมาเป็นหน้าที่ของผู้หญิงและทำให้พวกเธอกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ยุคสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society อย่างแท้จริง

จากการเก็บสถิติของทรูมันนี่ใช่ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2562 พบว่าผู้หญิงทำธุรกรรมบน TrueMoney Wallet เป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท และผลสำรวจจากฝั่ง Marketplace เจ้าดังอย่าง Lazada ก็พบว่าบนแพลตฟอร์มมีลูกค้ากลุ่มผู้หญิงเติบโตถึง 8% โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจสูงสุดอยู่ในกลุ่มสินค้าเพื่อความงาม 36% รองลงมาคือสินค้าแฟชั่น 29% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการใช้จ่ายของผู้หญิงที่สามารถผลักดันอุตสาหกรรม e-Wallet ได้เป็นอย่างดี

ไหนๆ ก็ She-economy กำลังมา Lazada จึงไม่พลาดที่จะฉวยโอกาสเปิดตัว Lazada Woman’s Festival ซึ่งเป็น mega campaign ที่จัดหนักไม่แพ้แคมเปญ 11.11 ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยแคมเปญ Woman’s Festival ยังมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างประสบการณ์การซื้อที่แปลกใหม่เพื่อหวังสร้างความประทับใจในกลุ่มลูกค้า อาทิ Innovative Magic Mirror ที่เปรียบเสมือนตู้ลองเสื้อผ้าที่มีระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ผลให้อัตโนมัติและสามารถซื้อผ่านตู้ได้ทันที และ See Now Buy Now Livestream Fashion Show การแสดงแฟชั่นโชว์จากดาราที่มีการไลฟ์สตรีมผ่านแอปฯ หากลูกค้าชอบชุดที่ดาราใส่ก็สามารถซื้อได้เลย

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เจ้าของธุรกิจรายเล็กอาจจะยังไม่สามารถใช้วิธีการแบบเจ้าใหญ่ได้ทุกวิธี แต่สิ่งที่คุณเอามาปรับใช้ได้คือการพยายามทำเข้าใจความชอบ พฤติกรรมลูกค้าและรู้จักปรับตัวตามเสมอ แน่นอนว่าการก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเป็นสิ่งที่เราต้องเจอในอนาคตอีกไม่ช้า คุณอาจจะเริ่มจากการปรับตัวที่ละนิด เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความพร้อมของคุณเองและลูกค้าเป้าหมาย พร้อมกับการวางระบบบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1], [2] & [3]

Social Media ช่วยหนุน E-commerce อย่างไร ในวันที่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าผู้บริโภคมักจะศึกษาข้อมูลให้แน่ใจในตัวสินค้าเสียก่อนและโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเข้าถึงข้อมูลนั้นง่ายมาก ไม่เพียงแค่หาข้อมูลเองผ่านสื่อออนไลน์ แต่พวกเขายังมองหารีวิวจากผู้บริโภครายอื่นๆ เพื่อย้ำความน่าเชื่อถือ จะมีช่องทางไหนกันที่พวกเขาจะรับข้อมูลที่มาจากการบอกต่อในกลุ่มเพื่อนถ้าไม่ใช่ Social Media ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว หลายๆองค์กรธุรกิจเองก็เลือกใช้ Social Media เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเช่นกัน เพราะพวกเขาได้พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เมื่อมีเรื่องเร่งด่วนก็สื่อสารได้รวดเร็วขึ้นด้วย  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการใช้ Social Media กับการทำธุรกิจเท่านั้น มาดูกันว่าในระยะยาว Social Media จะช่วยธุรกิจ E-commerce คุณได้อย่างไรบ้าง

ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าตัวจริง (Leads)

จากการที่องค์กรธุรกิจและร้านค้ามักจะมีการเก็บข้อมูลและช่องทางติดต่อลูกค้าผ่านการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ อยู่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการทำโฆษณาออนไลน์ไปหาคนกลุ่มนี้ได้ หรือถ้าอยากกรอง Lead ให้มีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาคือลูกค้าตัวจริงที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าของคุณสูงมาก ก็สามารถทำโฆษณาที่มีการ personalized หรือใส่ตัวแปรด้านความสนใจต่างๆ เข้าไป เพื่อเจาะกลุ่มคัดเฉพาะคนที่สนใจในเรื่องนั้นจริงๆ

ช่วยให้ร้านค้าปิดการขายได้เร็วขึ้น

การมี Social Media เป็นอีกหนึ่งช่องทางการขาย ช่วยให้คุณปิดการขายได้เร็วขึ้นอย่างไร? ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อก็มักจะหาข้อมูลก่อนซื้อ อาจจะใช้เวลามากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ซื้อ เมื่อจุดเด่นของ Social Media คือการสื่อสารกันได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้จึงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจของลูกค้าลงได้ โดยการที่คุณให้แอดมินร้านค้าคอยสังเกตการณ์และตอบคำถามลูกค้าให้เร็วที่สุดเมื่อมีข้อสงสัยเข้ามา และหากมีการคอมเมนต์ การกล่าวพาดพิงถึง แบรนด์แอดมินก็สามารถเข้าไปช่วยตอบคำถาม นำเสนอสินค้าในคอมเมนต์นั้นได้ เมื่อลูกค้ารู้ในสิ่งที่สงสัยเร็วขึ้น ก็ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

ช่วยสร้างการรับรู้ กระจายชื่อเสียงให้แบรนด์

เมื่อ Social Media คือช่องทางยอดนิยมที่คนยุคปัจจุบันใช้รับข่าว เราก็ใช้เป็นช่องทางสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ได้ ก่อนอื่นเราต้องศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าของเรากระจายตัวอยู่บนแพลตฟอร์มไหนบ้าง จากนั้นเราก็เลือกทำคอนเทนต์ขายสินค้าและนำเสนอในแบบที่ “ถูกจริต” ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย และสามารถสื่อสารความเป็นแบรนด์ของเราให้คนจดจำได้ สามารถเลือกทำคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบตามเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่คุณอยากนำเสนอ เช่น บทความสำหรับให้รายละเอียดข้อมูล มีมสำหรับสร้างอารมณ์ร่วมด้วยภาพและข้อความสั้นๆ คอนเทนต์ Real-time โดยอาจจะเป็น LIVE หรือภาพโพสต์ต่างๆที่พูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ เป็นต้น นอกจากสร้างการรับรู้หรือ Awareness แล้ว ยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากคนที่เข้ามาติดตาม และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการขอรีวิวออนไลน์จากลูกค้าเพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ด้วย

รักษาลูกค้าไม่ให้หนีไปไหน

การรักษาลูกค้าไม่ให้หายไปไหน นั่นคือการทำให้เขากลับมาซื้อกับเราต่อเนื่องไม่ใช่แค่ซื้อครั้งเดียวแล้วหายไป ทำได้โดยการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เริ่มจากการที่คุณต้องทำให้เขาเห็นหน้าบ่อยๆ ซึ่งก็กลับไปที่เรื่องการทำคอนเทนต์และการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ท่องไว้เสมอว่าการสร้างลูกค้าใหม่ยากกว่าการรักษาลูกค้าเก่าไว้แน่นอน เพราะลูกค้าเก่ารู้จักและเชื่อถือคุณในระดับหนึ่งแล้วสิ่งที่คุณต้องทำจึงมีเพียงแค่การให้บริการที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย ต่างกับคนที่ยังไม่เป็นลูกค้าที่คุณต้องใช้สารพัดวิธีชักชวนให้เขาหันมาสนใจแถมใช้ต้นทุนสูงกว่าด้วย

โดยสรุปแล้วการทำธุรกิจ E-commerce ยุคใหม่จึงหนีไม่พ้นเรื่องของการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวโดยใช้ Social Media เป็นตัวช่วย เมื่อพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนคุณก็ต้องปรับวิธีการเข้าหาลูกค้า และไม่เพียงการสื่อสารเท่านั้น การบริหารจัดการงานภายในร้านของคุณก็ต้องรักษาประสิทธิภาพให้ดีด้วย เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ในทุกครั้งที่ซื้อ รวมถึงรู้จักใช้เทคโนโลยี หาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาช่วยงานและแบ่งงานให้กับคนที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ที่มา : www.krusecontrolinc.com

4 เทคนิคดึงลูกค้าบน Online Marketplace มาเป็นของเรา

Online Marketplace คือแพลตฟอร์มที่ใครต่างเป็นเจ้าของธุรกิจได้ไม่ยาก ถูกออกแบบให้ใช้งานระบบได้ง่าย เงื่อนไขการเป็นสมาชิกก็น้อย แถมมีฟังก์ชั่นส่งเสริมการตลาดช่วยร้านค้าโปรโมตสินค้าที่บางครั้งเจ้าของแพลตฟอร์มก็ใจดีเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทำการตลาดให้ฟรีๆด้วย

สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงดึงดูดร้านค้าเข้าไปร่วมทำธุรกิจ แต่รวมถึงลูกค้าที่ถูกดึงดูดเพราะส่วนลด และความสะดวกสบาย แน่นอนว่าร้านค้าปลีกทั้งออฟไลน์และออนไลน์ที่ไม่ได้เติบโตบน Marketplace ตั้งแต่แรกต่างก็ได้รับผลกระทบจากที่โดนเจ้าใหญ่แย่งตลาดไป ซึ่งการจะหาทางสู้เพื่อแย่งตลาดคืนมานั้นแทบจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ถ้าคุณเป็นเพียงบริษัทเล็กๆที่ไม่ได้มีทุนหนาหรือมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งพอ เมื่อล้มไม่ได้ก็ต้องปรับตัวโดยเพื่อเป็นทางลัดเติบโตธุรกิจของคุณซะเลย ซึ่งทำได้ดังนี้

ใช้ Online Marketplace เป็นอีกช่องทางเพิ่มโอกาสขาย

นอกจากมีเว็บไซต์หรือเปิดร้านบน Social Media Platform แล้ว การเปิดร้านออนไลน์บน Marketplace ก็เหมือนเป็นการขยายสาขาร้านออกไปยังพื้นที่อื่นที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายซึ่งพร้อมจะซื้อสินค้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเปิดร้านบน Marketplace ที่ตัวระบบจะมีการแนะนำร้านเปิดใหม่บนหน้าแรกหรือร้านที่ขายสินค้าที่ใกล้เคียงกับประวัติการค้นหาของลูกค้าขึ้นมาแนะนำ ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามองเห็นเราได้มากขึ้น หากพิจารณาในแง่ Customer Journey ลูกค้ามี Awareness ในสินค้าของคุณได้ผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น รู้จักร้านคุณผ่านการแชร์ต่อบน Social Media Platform เมื่อสนใจในสินค้า พวกเขาก็ต้องการพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งอาจเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มในเว็บไซต์ แล้วไปจบที่การตัดสินใจสั่งซื้อผ่านหน้าร้านบน Online Marketplace ก็เป็นได้ ดังนั้นยิ่งมีช่องทางการขายหลายทางก็ยิ่งได้เปรียบ

ขายความสะดวกสบายที่เราให้ได้มากกว่า

แม้ว่าจะขายอยู่แพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ละร้านค้ากลับมีตัวเลือกในการจัดส่งที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นการส่งฟรีผ่านตัวแทนทั้งแบบธรรมดาหรือส่งด่วน ร้านเราสามารถเพิ่มทางเลือกที่มากกว่าโดยการให้ลูกค้าไปรับสินค้าที่หน้าร้านได้ (หรือแม้แต่การนัดรับตามสถานที่ต่างๆ) ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าที่อยากได้สินค้าเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้ตรวจสอบคุณภาพสินค้าจริงก่อน (แถมคุณยังได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งด้วย)

ที่มา : openbusinesscouncil.org


ถือโอกาสโปรโมตร้านบน
Marketplace 

ตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้เรื่อง Customer Journey ที่ลูกค้าสามารถเกิด Awareness กับร้านเราได้จากหลายช่องทาง การมีร้านบน Marketplace เป็นอีกที่ที่สร้าง Awareness ให้เราได้ ซึ่งหากลูกค้ารู้จักเราแล้วชอบก็อาจไปติดตามบน Social Media หรือ Website ของเราอีกที โดยพวกเขาอาจนำชื่อร้านไปค้นหาต่อเองหรือเห็นช่องทางติดต่อจากที่เราใส่ไว้ในส่วนข้อมูลบนหน้าโปรไฟล์ร้าน Marketplace ไม่เพียงแค่ช่องทางออนไลน์ หากคุณมีหน้าร้านก็สามารถเพิ่มโลเคชั่นลงไปด้วยได้เพื่อให้ลูกค้าที่อยากลองสินค้าจริงสามารถมาเลือกสินค้าที่ร้านได้  (พฤติกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับเทรนด์การซื้อขายแบบ Omni-Channel ที่ลูกค้าจะหาข้อมูลออนไลน์ก่อนจะเลือกชมสินค้าจริงและตัดสินใจซื้อนั่นเอง)

รู้จักใช้ประโยชน์จากการทำการตลาดบน Marketplace

ตามที่เรามักจะเห็นอยู่บ่อยๆ (แทบจะทุกเดือนเลยก็ว่าได้) ที่ Marketplace มักกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ต่างๆ ออกมายั่วใจนักช็อป บางแพลตฟอร์มก็ใจป้ำช่วยออกค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดให้บรรดาร้านๆฟรีๆกันไปเลย เรียกได้ว่าแฮปปี้ทั้งเจ้าของร้านที่ได้ประหยัดงบการตลาดและลูกค้าที่ได้ซื้อของถูก หากเรามีร้านก็ควรใช้โอกาสนี้ในการโปรโมตร้านและสร้างยอดขายได้ ขณะเดียวกันเราก็สามารถเรียนรู้และนำแนวทางการทำการตลาด มาเป็นแนวทางทำกี่ตลาดของเรา เช่น ดูว่าโปรไหนลูกค้าชอบ ช่วงวันและเวลาใดที่ควรทำหรือหลีกเลี่ยงการจัดโปรโมชั่น หรือแม้แต่เพิ่มลูกเล่นให้โปรโมชั่นร้านเราน่าดึงดูดกว่าของเขา

อีกเคล็ดลับที่ขอฝากทิ้งท้ายคือการมีระบบ Fulfillment ที่ช่วยจัดการงานสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเห็นได้จากที่ Marketplace หลายๆ เจ้าพยายามพัฒนาระบบ Fulfillment ของตัวเองให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพเพราะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ซื้อขายที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งร้านของเราก็สามารถนำแนวคิดนี้มาพัฒนาระบบ Fulfillment ของเราเองได้เหมือนกัน ซึ่งคุณอาจจะมีคลังสินค้าและสร้างระบบด้วยตนเองหรืออีกทางเลือกคือการใช้บริการจากบริษัทเอกชนที่มีความพร้อม ให้ช่วยดูแลงาน Fulfillment แทนเรา

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

4 เทคนิค ช่วยประหยัดงบ Ad Facebook ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

การกำหนดงบ Ad Facebook อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกำหนดได้ยาก ไม่มีสูตรตายตัวเนื่องจากวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา ประเภทคอนเทนต์ งบประมาณที่ต่างกัน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทำให้นักทำโฆษณาไม่สามารถใช้วิธีเหมือนกันได้ซะทีเดียวต้องอาศัยประสบการณ์ การรู้จักพลิกแพลง การสังเกต ปรับปรุงจนกระทั่งมีแนวทางเป็นของตัวเอง และความรู้ที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ก็เป็นเทคนิคที่คุณสามารถนำไปลองใช้และพลิกแพลงจนได้แนวทางในการทำโฆษณาให้ประหยัดขึ้นได้เช่นกัน

ปรับปรุง Ad ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละ Placement

ในช่วงเริ่มต้นของการทำโฆษณา ( Ad Facebook ) เราควรเลือกให้โฆษณาไปแสดงบนทุก Placement ปล่อยให้แคมเปญได้ทำงานสักพักแล้วกลับมาดูผลที่ฟังก์ชั่น  Breakdown อีกครั้งว่า Placement ใดให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ซึ่งคุณดูได้ด้วยว่าโฆษณาของคุณถูกมองเห็นผ่านช่องทางใดมากที่สุด (desktop mobile app หรือ mobile web)

หากคุณ Optimized โฆษณาโดยเหลือไว้แค่ Placement ที่ให้ผลดีที่สุดเท่านั้น แล้วตัด Placement อื่นๆ ที่ราคาแพงกว่าและให้ผลลัพธ์น้อยกว่าออก เท่ากับเป็นการจำกัดยอด Reach รวมถึงผลลัพธ์ที่อาจทำได้ดีขึ้นหากปล่อยให้แคมเปญทำงานอีกสักระยะก็เป็นได้  แทนที่จะตัด Placement ออกไปเลย คุณสามารถสร้าง ad ที่ต่างกันสำหรับใช้กับแต่ละ Placement โดยเฉพาะ การทำแบบนี้นอกจากจะเป็นการ Optimized ที่ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้คุณได้พิจารณาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจตัด Placement ใดๆ ออกไปเลย

ทดลองใช้การ Bid หลายๆ แบบ

แม้ว่า Facebook จะมีวิธี bid ให้เลือก 4 แบบ แต่การเลือก Objective และ Ad Delivery ของคุณอาจไปจำกัดตัวเลือกในการ Bid ได้ ถ้าไม่อยากให้ตัวเลือกน้อยลงคุณสามารถสร้างโฆษณาโดยเลือก Objective เป็น Conversion ซึ่งให้ทางเลือกในการ Bid  มากขึ้น จากนั้นไปที่ส่วน Optimization for Ad Delivery เลือกเป็น Conversions

ส่วนของ Bid Strategy ที่อยู่ถัดไป หากคุณเลือกเป็น Bid Cap ที่ช่วยให้คุณใช้งบไปกับ Impression และ Click ที่ถูกที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็อาจเป็นการตัดโอกาสการมองเห็นจากกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงไปด้วย ส่งผลไปถึง Click Through Rate และ Relevance Score ได้ แต่ถ้าคุณเลือกการ Bid  เป็น Target Cost เป็นการเพิ่มโอกาสให้โฆษณาถูกแสดงบน Placement ที่มีคุณภาพขึ้น ในขณะที่งบประมาณจะมีค่าเฉลี่ยที่คงตัว การได้ Placement ที่ดีขึ้นก็ยิ่งมีโอกาสที่การทำโฆษณาชุดนั้นจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มากขึ้น Click และ Relevance Score ก็สูงขึ้น แต่ Cost Per Result ถูกลง

กล่าวโดยสรุปคือ Bid Strategy ที่คุณเลือกมีผลต่อจำนวนงบประมาณและเวลาที่คุณจะใช้ไปกับงบก้อนนั้น ดังนั้นการลองใช้ Bid Strategy หลายๆแบบร่วมกับการใช้ Target Cost จะช่วยให้คุณได้แนวทางในการ Bid ที่ได้ผลลัพธ์ราคาถูกและคุ้มยิ่งขึ้น

ตั้งค่าให้ Ad แสดงเฉพาะวันและเวลาที่ให้ผลลัพธ์ดี

ก่อนจะตั้งค่าโฆษณาให้แสดงตามวันและเวลา เราต้องรู้ก่อนว่าวันและช่วงเวลาใดมีผลลัพธ์ที่ดีบ้าง ซึ่งดูได้จาก Facebook Ads Dashboard เลือก Reports drop-down menu แล้วเลือก All > Time of Day (Viewer) เมื่อเข้าสู่หน้า Report จะมีเมนูซ้ายมือให้เลือกแท็บ Metrics และพิมพ์Spent ในช่องค้นหา จากนั้นจะมีผลลัพธ์แสดงขึ้นมาด้านล่าง ให้คลิกเลือกAmount Spent เพื่อเพิ่มการวัดผล Amount Spent เข้าไปใน Report ช่วยให้เห็นช่วงเวลาและวันที่มีการแสดงโฆษณาแต่ไม่เกิด Conversion ที่สร้างรายได้ การที่คุณตั้งค่าไม่ให้โฆษณาแสดงในช่วงเวลานั้นจึงช่วยคุณประหยัดงบประมาณได้ แต่หากวัตถุประสงค์ของคุณไม่ได้เน้นให้เกิด Conversion ที่เป็นรายได้คุณสามารถปรับที่การเลือกโฆษณาในช่วงเวลาที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ก่อนที่คุณจะเข้าไปตั้งค่าให้โฆษณาแสดงตามเวลา คุณต้องไปเปลี่ยน Budget ให้เป็น Lifetime Budget ในส่วน Budget & Schedule จากนั้นเลือก Start และ End Date เลื่อนลงมาที่ส่วน Ad Scheduling ให้เลือก Run Ads on a Schedule จะมีตารางเวลาขึ้นมาให้คุณเลือกไฮไลท์เฉพาะวันและเวลาที่คุณต้องการให้โฆษณาแสดง

เลือกใช้ Saved Audience ร่วมกับ Lookalike Audience และ Custom Audience

โดยทั่วไป Facebook Custom Audiences และ Lookalike Audiences ช่วยเพิ่ม Relevance Score และมักให้ผลที่ดีกว่า Saved Audiences  ดังนั้นการรวม Audience ทั้งสามประเภทจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงที่สุด

ขั้นแรกคุณต้องดูก่อนว่า Audience ในแคมเปญนั้นๆให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ดูได้ที่ส่วน Breakdown อาจเลือกดูผลการ Delivery ตามช่วงอายุ (Age) หรือเพศ (Gender) โดยคุณสามารถ Optimized กลุ่ม Audience ได้ด้วยการเลือกตัดอายุหรือเพศที่ให้ผลลัพธ์ไม่ดีออกไป แต่หากตัดเพศใดเพศหนึ่งออกไปเลยจะทำให้จำนวน Audience ของคุณลดลงไปเยอะ ดังนั้นคุณอาจสร้าง Ad Sets และ Ads ที่ต่างกันสำหรับ Audience แต่ละเพศเพื่อให้การวัดผลทำได้แม่นยำขึ้น

นอกจากการปรับตามที่เพิ่งยกตัวอย่างไปคุณยังเลือกปรับที่ตั้ง (Location) ภาษา (Language) การลดหรือเพิ่มคุณลักษณะอื่นๆลงไปทั้ง  ความสนใจ (Interests) พฤติกรรม (Behaviors) และข้อมูลประชากร (Demographic Data) ยิ่งคุณเจาะจงได้มากเท่าไรก็ยิ่งช่วยให้คุณได้กลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงมากขึ้น

แต่ถ้าคุณปรับ Audience ตามที่ยกตัวอย่างนี้แล้ว สิ่งที่คุณควรระวังอย่างหนึ่งคือจำนวน Audience ที่เป็น Potential Reach อาจจะเหลือน้อยมาก รวมทั้งค่า Ad Frequency ที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ Audience กลุ่มเป้าหมาย ยิ่งเห็นโฆษณาบ่อยจนเกิดความรำคาญและเลือกปิดโฆษณาไม่ให้แสดงอีกต่อไปได้

ปรับปรุงโฆษณาออนไลน์เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมจัดการงานหลังบ้านให้เรียบร้อย ดูแลลูกค้า จัดการงานสต็อก ตรวจสอบงานให้เป็นไปตามคุณภาพเสมอ หากคุณรู้จักวางระบบให้ดีไม่ว่าจะงานขั้นตอนไหนก็จัดการได้ตรงตามมาตรฐาน แต่ถ้าไม่อยากสร้างระบบจัดการสต็อกเองก็ปรึกษาผู้ให้บริการ Fulfillment ที่รับจัดการงานสต็อกตั้งแต่การ QC และจัดเก็บของในโกดัง ช่วยดูแลงานแพ็คสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งที่รวดเร็วทันเวลา ที่ช่วยคุณประหยัดทั้งแรงและเวลา ไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมคุณภาพงาน ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ที่มา : www.socialmediaexaminer.com

ความลับ 5 ข้อ ที่เซียน E-commerce ไม่อยากบอกคุณ!

แม้ว่าธุรกิจ E-commerce ดูมีทิศทางการเติบโตที่สดใส แต่การที่ใครๆก็หันมาทำแบบเดียวกัน คู่แข่งที่มากขึ้น นอกจากเราต้องควบคุมคุณภาพสินค้า มีหน้าร้านออนไลน์ที่สวยงาม มีบริการที่ดีเยี่ยมแล้ว เคล็ดลับต่อไปนี้อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่รู้มาก่อน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ให้ร้านของคุณก้าวนำคู่แข่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

1. สร้างฐานลูกค้าตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัวสินค้า

เจ้าของธุรกิจมักจะเริ่มทำการตลาดหลังเปิดตัวสินค้าไปแล้ว ซึ่งหากคุณทำการ E-commerce ก็ต้องให้เวลาแคมเปญออนไลน์ได้ทำงานสักระยะในการเปลี่ยนความสนใจจากผู้ที่พบเห็นแคมเปญไปเป็นคำสั่งซื้อ ซึ่งระหว่างนี้ก็ต้องทำใจสักนิดว่าคุณจะต้องจ่ายเงินไปกับการทำแคมเปญโฆษณาก่อนที่จะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นคำสั่งซื้อ

แทนที่จะทำแบบนั้นคุณก็เปลี่ยนมาทำการตลาดและสร้างฐานลูกค้าตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดตัวสินค้าเลย โดยการสร้างแคมเปญให้คนมามีส่วนร่วมได้ในรูปแบบต่างๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น กิจกรรมแข่งขันแจกของรางวัลเป็นสินค้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว  หรือหากมีข้อมูลติดต่อลูกค้าอยู่ในมือก็สามารถส่งข่าวสารแจ้งข่าวสุดเอ็กคลูซีพเกี่ยวกับสินค้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวให้พวกเขาได้ทราบก่อนใครพร้อมกับให้สิทธิพิเศษต่างๆสำหรับผู้ที่ได้รับอีเมล์ เมื่อถึงวันเปิดตัวสินค้าคุณก็จะมีฐานลูกค้าที่พร้อมซื้อสินค้ารออยู่แล้ว

2. ให้ความสำคัญกับการสร้างลูกค้าระยะยาว

นักการตลาดออนไลน์ทราบกันดีว่าการจะเปลี่ยนผู้ชมมาเป็นลูกค้าทำได้ค่อนข้างยากและค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาก็มีแต่จะแพงขึ้น คุณจึงไม่ควรมุ่งสร้างลูกค้าใหม่ที่อาจจะซื้อของกับคุณแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ควรให้ความสนใจกับการสร้างฐานลูกค้าประจำที่จะซื้อของกับคุณในระยะยาวด้วย โดยการสร้างประสบการณ์ในการซื้อที่ดีให้กับลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อที่ทำได้ง่าย ได้รับบริการที่ใส่ใจจากเรา รวมถึงการบริการหลังการขายและการติดตามผลภายหลังการซื้อ ทั้งโดยการส่งอีเมล์ไปสอบถามความคิดเห็นภายหลังการซื้อสินค้า การส่งอีเมล์แนะนำสินค้าและโปรโมชั่นช่วงเทศกาล การมีฐานลูกค้าประจำนี้นอกจากช่วยคุณลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาแล้วยังช่วยให้คุณได้ยอดขายต่อเนื่องจากคนกลุ่มนี้ด้วย

ที่มา: www.monsterinsights.com

3. Remarketing คือพลังผลักดันยอดขาย

ขอย้ำอีกครั้งว่าคุณไม่ควรสนใจแค่การหาลูกค้าใหม่เท่านั้น อย่าลืมกลุ่มลูกค้าปัจจุบันที่เขาปันใจมาให้คุณแล้วด้วย (ก่อนเขาจะหันไปปันใจให้คู่แข่งของคุณ) คนที่เคยซื้อและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากร้านของคุณนอกจากจะมีโอกาสซื้อซ้ำ 60-70% แล้ว ยังมีแนวโน้มที่จะใช้เงินกับการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนด้วย (ผลตอบแทนจากคนกลุ่มนี้อาจคุ้มค่ากว่าที่ได้จากลูกค้าหน้าใหม่ที่คุณได้มาจากการเสียเงินทำโฆษณาก็เป็นได้) ดังนั้นในการทำกิจกรรมหรือโฆษณาออนไลน์แต่ละครั้ง ต้องไม่ลืมที่จะรวมลูกค้าเก่าเข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญด้วย

4. ใครรักแบรนด์ของเรา ขอเสียงหน่อย!

การมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยให้คุณสานความสัมพันธ์กับลูกค้าที่อินกับเรื่องราว ความเป็นแบรนด์ของคุณได้ไม่ยาก เมื่อลูกค้ารักคุณเขาก็ย่อมเต็มใจที่จะช่วยกระจายชื่อเสียงแบรนด์ออกไปสู่คนอื่นๆ ด้วย แต่ก็ใช่ว่าลูกค้าที่รักคุณทุกคนจะลุกขึ้นมากล่าวชื่นชมคุณให้ใครต่อใครฟัง เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องกระตุ้นให้เกิดการพูดถึงแบรนด์จากลูกค้า โดยอาจส่งข้อความไปขอให้พวกเขาช่วยพูดถึงคุณ โดยเฉพาะถ้าเขาเพิ่งซื้อสินค้าและกำลังประทับใจในบริการของเรามากๆ เป็นเวลาที่เหมาะสุดๆ (ยิ่งมีของสมนาคุณให้เป็นการขอบคุณไปด้วย ก็เป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไปในตัว) อะไรจะน่าเชื่อถือไปกว่าเสียงตอบรับที่ดีจาก Brand Ambassadors ที่เป็นลูกค้าตัวจริงของคุณ..จริงไหม?

5. อย่าพลาดท่าเพราะระบบ Drop-shipping ที่ไม่ลื่นไหล

Drop-shipping หรือระบบตัวแทนจำหน่ายที่สินค้าจะถูกส่งโดยตรงจากโรงงานหรือ Supplier ไปยังลูกค้า ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายมีหน้าที่เพียงโฆษณาและรับออเดอร์จากลูกค้า วิธีนี้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกให้เจ้าของร้านและลูกค้าได้รับของเร็วขึ้นก็จริงแต่หากจัดการไม่ดีก็สร้างความเสียหายให้แบรนด์ได้ ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่ เช่น การจัดส่งที่ล่าช้า ไม่มีหมายเลข Tracking เพื่อให้ลูกค้าติดตามสินค้าระหว่างการขนส่ง ไม่มีการ QC สินค้าก่อนส่ง ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมระบบ Fulfillment ของตัวเองให้ดี หรือใช้อีกวิธีคือการให้บริษัทเอกชนที่ให้บริการ Fulfillment ดูแลงาน Drop-shipping แทน ซึ่งบริษัทจะมีพนักงานที่เชี่ยวชาญมาดูแลงานให้ตั้งแต่การช่วย QC จัดเก็บสินค้าอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยรักษาคุณภาพสินค้า เมื่อมีออเดอร์เข้ามาก็รู้วิธีการแพ็กอย่างถูกต้อง จัดส่งให้ลูกค้าได้รวดเร็วทันเวลา มีระบบที่ช่วยให้ทั้งเราและลูกค้าติดตามงานได้ง่าย เพื่อรักษาชื่อเสียงของเราและความมั่นใจจากลูกค้า
สำหรับใครที่สนใจบริการ Fulfillment สามารถขอคำแนะนำจาก Akita Warehouse ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำบริการที่ตรงความต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าได้ตามช่องทางด้านล่างเลย

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ที่มา: smallbiztrends.com

กระตุ้นยอดขาย หลังหยุดยาวด้วยเคล็ดลับเพิ่มยอดต่อเนื่อง

หลังวันหยุดยาวใครๆ ก็มักจะไม่อยากใช้จ่ายสักเท่าไหร่เพราะจ่ายหนักไปแล้วกับการท่องเที่ยวช่วงวันหยุด หรือแม้แต่เสียเงินช็อปปิ้งให้กับร้านค้าที่แข่งขันกันจัดโปรโมชั่นก่อนหยุดยาว ร้านค้าจึงอาจจะทำยอดขายได้ยากสักหน่อยเมื่อต้องเจอสภาวะแบบนี้ แต่ก็อย่าเพิ่งถอดใจไปเพราะยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยได้ ‘กระตุ้นยอดขาย’ บางวิธีก็ทำได้เลยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก จะมีอะไรบ้างนั้นลองไปติดตามกันต่อได้เลย

 

กระตุ้นยอดขาย-1
ที่มา: www.easynetwork.co.th

นำแคมเปญวันหยุดไปใช้ต่อ /ขยายเวลาจัดโปรโมชั่น

เราสามารถนำแคมเปญที่จัดไปแล้วในช่วงก่อนวันหยุดยาวมาจัดซ้ำอีกได้ หรือแม้แต่ขยายเวลาให้ลูกค้าที่พลาดช่วงเวลาโปรโมชั่นได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม หากเคยแจกส่วนลด คูปองต่างๆ ก็ขยายเวลาการใช้สิทธิ์ออกไปอีกนิดหน่อย ซึ่งหนึ่งในจำนวนผู้ที่กลับมาซื้อซ้ำก็คือลูกค้าขาประจำที่ชื่นชอบแบรนด์ของคุณ การขยายระยะเวลาโปรโมชั่นจึงเท่ากับเป็นการสัมนาคุณพวกเขาไปในตัว กระตุ้นยอดขาย ไปอีกด้วย

นำสินค้าสุดฮิตมาจัดโปรโมชั่นหลังหยุดยาว

ใช้ข้อมูลสถิติการขายให้เป็นประโยชน์ ดูว่ามีสินค้าตัวไหนบ้างที่ทำยอดขายได้ดี เป็นที่ต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ ก็เอาออกมาจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายได้ในช่วงนี้ โดยอาจนำมาจับคู่ทำโปรโมชั่นรวมกับสินค้าตัวอื่นเพื่อกระตุ้นยอดคู่กันไปด้วยได้

กระตุ้นยอดขาย-2
ที่มา: tcatcargo.com

 

จัดกิจกรรมร่วมสนุกกับสินค้า

ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำได้ง่ายนั่นคือให้ลูกค้าถ่ายรูปกับสินค้าของคุณ ถ้าเป็นธุรกิจประเภทบริการก็ให้ถ่ายรูปขณะมาใช้บริการหรือเช็คอินสถานที่แล้วโพสต์ลง Social Media โดยคนที่ร่วมกิจกรรมจะได้รับส่วนลดหรือสิทธิ์พิเศษต่างๆ เมื่อซื้อสินค้าในครั้งต่อไป การทำแบบนี้คุณได้ทั้งกระตุ้นยอดขาย ได้สมนาคุณลูกค้าเก่า และยังเป็นการสร้าง Awareness ในกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ตามมาซื้อหลังจากที่เห็นการแชร์โพสต์สินค้าของคุณ

ชวนลูกค้าประจำที่รักคุณมาช่วยทำ Review หรือ Testimonial

ชวนลูกค้าที่ประทับใจในสินค้าและการบริการของคุณมาช่วยเขียน Review ซึ่งอาจจะเป็นการ Review บนคอนเทนต์ที่คุณโพสต์หรือบนฟังก์ชั่น Review ของ Social Media ที่มีพื้นที่ให้เขียนคอมเมนต์และให้คะแนนบนแพลตฟอร์มได้เลย หรือชวนลูกค้าประจำมาช่วยทำ Testimonial บอกเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้สินค้าของคุณ โดยที่คุณสามารถนำคอนเทนต์ Review หรือ Testimonial ไปแชร์ต่อบนช่องทางต่างๆ ได้ นับเป็นการโปรโมตสินค้าผ่านการสร้างความเชื่อมั่นซึ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

กระตุ้นยอดขาย-3
ที่มา: www.listrak.com

ส่งอีเมล์ขอบคุณลูกค้า /แนะนำสินค้าแบบ Personalized

จบช่วงเทศกาลไม่ได้หมายถึงคุณต้องขาดการติดต่อกับลูกค้าแล้วรอจนเทศกาลใหม่มาถึง การสื่อสารกับลูกค้าเป็นสิ่งที่คุณควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการได้ลูกค้ามาใหม่นั้นทำได้ไม่ยากเท่าการรักษาลูกค้าเก่า หรือแม้แต่การจะเปลี่ยนใจให้คนที่เข้ามาชมสินค้ากลายมาเป็นลูกค้าก็ต้องอาศัยการสื่อสารเช่นกัน นอกจากการสื่อสารบน Social Media การส่งคอนเทนต์ ส่งข้อความไปขอบคุณทางอีเมล์ก็ช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับคุณมากขึ้น คุณอาจแนะนำสินค้าใหม่หรือแนะนำสินค้าแบบ Personalized ที่ลูกค้าน่าจะสนใจโดยอ้างอิงจากประวัติการซื้อที่ผ่านมาของพวกเขา

นำสินค้าตัวใหม่มาวางขาย เปิดตัวบริการใหม่

แทนที่คุณจะเปิดตัวสินค้าในช่วงเทศกาลที่ใครๆ ก็แข่งกันจัดโปรโมชั่น  แล้วเลือกเปิดตัวสินค้าใหม่หลังจบเทศกาลที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองและกระตุ้นให้คนสนใจสินค้าใหม่ได้ไม่ยากนักไปพร้อมกับการเปิดตัวแคมเปญการตลาด ซึ่งคุณสามารถใช้วิธีให้ร่วมสนุกกับสินค้า หรือการทำ Review ตามที่ยกตัวอย่างข้างต้นมาเป็นเงื่อนไขในการให้สิทธิพิเศษ ยิ่งลูกค้าคนไหนชอบซื้อสินค้าใหม่ๆ ก็ย่อมไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้ใช้สินค้าก่อนใครแน่นอน

เลือกช่วงเวลาและเลือกทำโปรโมชั่นหลังวันหยุดที่เหมาะกับคุณได้แล้ว ก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมในการจัดการสต็อกให้ดี ต่อให้คุณจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจแค่ไหนแต่ละเลยเรื่องการควบคุมคุณภาพการทำงานจนส่งผลถึงคุณภาพสินค้า เกิดความล่าช้าในการทำงาน จนลูกค้าได้รับสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐาน ก็อาจเสียลูกค้าจากความผิดพลาดเหล่านี้ได้ง่ายๆ ซึ่งการทำธุรกิจในยุคนี้คุณไม่จำเป็นจะต้องจัดการเองทุกอย่าง ในส่วนของขั้นตอนบริหารคลังสินค้าที่ประกอบด้วยงานหลักอย่าง เก็บ แพ็ก ส่ง คุณสามารถส่งต่อให้ผู้ให้บริการ Fulfillment ช่วยดูแลแทนคุณได้ ควบคุมคุณภาพงานได้ง่ายแถมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่คุณใช้งานจริงเท่านั้น

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1] & [2] 

โปรโมตเพจร้าน อย่างไรให้คนอยากติดตามซื้อสินค้าคุณ

โปรโมตเพจร้าน เป็นเรื่องที่ทั้งเพจเปิดใหม่หรือเปิดมานานแล้วควรใส่ใจทำอยู่สม่ำเสมอ เพราะช่วยทั้งสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน และรักษาฐานคนติดตามเอาไว้ ให้เขาเห็นว่าเรามีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ซึ่งการโปรโมตเพจร้านนั้นคุณสามารถวางแผนและเริ่มลงมือทำได้เลยจากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว

เมื่อฐานแฟนแข็งแรงขึ้นระดับหนึ่งก็อาจลองปรับใช้เทคนิคอื่นๆ เข้าไปด้วยได้ เพราะการทำการตลาดไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่อยู่ที่ว่าเราจะพลิกแพลงอย่างไรให้บรรลุเป้าหมายที่เราต้องการ และเคล็ดลับที่เรานำเสนอด้านล่างนี้คุณก็สามารถนำไปปรับใช้ได้เลยเช่นกัน อาจจะไม่ต้องนำไปใช้ทุกข้อในทันที แต่รับรองได้ว่าถ้าคุณไม่หยุดพัฒนา คุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากยอดคนติดตามที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน

เริ่มสร้างฐานคนติดตามจากคนใกล้ตัว คือ ครอบครัว เพื่อน

เพจที่เพิ่งเริ่มสร้างควรให้ความสนใจในการเพิ่มผู้ติดตามที่มีคุณภาพเป็นอันดับแรกนั่นก็คือคนในครอบครัว เพื่อน และคนที่ติดตามเราบน Facebook ส่วนตัวของเราอยู่แล้ว คนกลุ่มนี้จะเปิดใจหรือ “อิน” กับธุรกิจของเราได้ง่ายๆ ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม (engagement) กับโพสต์ต่างๆ บนหน้าเพจของเราได้ดี เมื่อเป็นเช่นนี้เพจของเราก็มีโอกาสที่จะโปรโมตร้าน ออกไปยังกลุ่มผู้ชมที่มีคุณภาพและเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราคนอื่นๆได้สูงขึ้น เพราะระบบมองว่าเพจของเราเป็นเพจที่มีคุณภาพนั่นเอง

ที่มา: optinmonster.com

แนะนำเพจให้ลูกค้าที่มีอยู่ใน E-mail List และผู้ติดตามใน Social Media ช่องทางอื่นๆ

อย่าลืมใช้ Contact ลูกค้าที่อยู่ในมือคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ใน E-mail List ให้เป็นประโยชน์ โดยการส่ง E-mail เชิญชวนให้พวกเขาติดตามเพจธุรกิจเพื่อรับข่าวสารข้อมูลต่างๆ การเพิ่มปุ่ม Social Media ลงไปในส่วนท้ายของ E-mail ช่วยดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้พวกเขารับรู้ได้ทันทีที่เห็นว่าสามารถติดตามคุณได้บน Social Media แพลตฟอร์มใดได้บ้าง


เพิ่มปุ่มติดตามบนเว็บไซต์หรือบล็อก

อีกช่องทางที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือเว็บไซต์หรือบล็อกของคุณ การเพิ่มปุ่มติดตามสามารถทำได้โดยการใช้เพจปลั๊กอินที่คุณสามารถฝังและโปรโมตเพจ Facebook บนเว็บไซต์ของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยที่ผู้ชมของคุณสามารถถูกใจและแชร์เพจโดยไม่ต้องออกจากเว็บไซต์ของคุณ

ที่มา: adespresso.com

ทำโฆษณาบน Facebook โปรโมตในทุกสื่อออนไลน์ที่มี

นับว่าเป็นทางลัดที่ช่วยให้เพจของคุณไปแสดงในกลุ่มผู้ชมที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายๆ โดยการใช้ฟังก์ชั่นที่คุณกำหนดได้ว่าจะให้โฆษณาไปแสดงในกลุ่มผู้ชมที่มีลักษณะแบบไหน จากการเลือกช่วงอายุ โลเคชั่น ความสนใจนอกจากนี้คุณยังอัปโหลด E-mail List ของคุณลงไปในฟังก์ชั่น Custom Audiences เพื่อทำโฆษณาไปยังคนที่อยู่ใน E-mail List ได้ และหากคุณใช้งาน Social Media ช่องทางอื่นๆ Twitter Pinterest LinkedIn อยู่ด้วย ก็สามารถแนะนำเพจของคุณผ่านช่องทางเหล่านั้นได้เช่นกัน

ผลิตคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และให้ประโยชน์

พึงระลึกอยู่เสมอว่า Social Media ไม่ว่าจะแพลตฟอร์มใดก็ตามเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่อยากจะเชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน ให้คนมามีปฏิสัมพันธ์บนช่องทางนั้นๆ หัวใจสำคัญสำหรับการเริ่มทำแฟนเพจจึงไม่ควรตั้งต้นที่ความต้องการสร้าง “ยอดขาย” แต่คือการชักชวนให้คนที่มีความสนใจเหมือนกับเราเข้ามามีส่วนร่วมและติดตามให้ได้ก่อน เมื่อเปลี่ยนจากผู้ชมมาเป็นผู้ติดตามได้ ก็ไม่ยากที่จะเปลี่ยนไปเป็นลูกค้าในโอกาสต่อไปได้ ดังนั้นคุณต้องให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์ที่ตรงใจและให้ประโยชน์กับผู้ชมออกมาอย่างสม่ำเสมอ และทำคอนเทนต์ออกมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปภาพ VDO หรือแม้แต่ LIVE เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซากน่าเบื่อและเป็นการทดสอบว่าผู้ติดตามชอบคอนเทนต์แบบไหนเป็นพิเศษ

โปรโมตทางออฟไลน์ เช่น นามบัตร ป้ายร้าน

แม้เราต้องการโปรโมตแฟนเพจออนไลน์ของเราแต่ก็ใช่ว่าเราจะต้องโปรโมตทางออนไลน์อย่างเดียว เพราะในชีวิตประจำวันผู้คนไม่ได้ติดอยู่กับช่องทางออนไลน์ตลอดเวลา การใช้สื่อออฟไลน์ที่คนสามารถมองเห็นได้ตามสถานที่ต่างๆ ควบคู่กับสื่อออนไลน์จึงช่วยเพิ่มโอกาสโปรโมตแฟนเพจของคุณได้มากขึ้น คุณใส่ช่องทางติดตามแฟนเพจได้ทั้งบนใบปลิว นามบัตร เมนู ป้ายร้าน เสื้อยืด หรือในสื่ออื่นๆที่คนมองเห็นได้ง่าย ไม่เพียงแค่การใช้สื่อเท่านั้น ถ้าคุณมีโอกาสได้จัดงาน Workshop หรือร่วมบรรยายในงานสัมนาคุณก็สามารถใส่ช่องทางติดตามแฟนเพจบนสไลด์เนื้อหาที่คุณใช้ประกอบการบรรยายได้เช่นกัน

 

จัดกิจกรรมและคอยอัปเดตโปรโมชั่นบนเพจเสมอ

เพียงแค่คุณโปรโมตสินค้าและบริการของคุณบนแฟนเพจ Facebook ก็เท่ากับเป็นการโปรโมตแฟนเพจของคุณแล้ว และยิ่งคุณอัปเดตโปรโมชั่นบนแฟนเพจอย่างสม่ำเสมอในทุกครั้งที่จัดโปรโมชั่น แฟนเพจก็จะเกิดการรับรู้ว่าถ้าอยากได้สิทธิพิเศษดีๆ ต้องเข้ามาติดตามแฟนเพจของคุณ ซึ่งการจัดโปรโมชั่นและจัดกิจกรรมแจกรางวัลยิ่งจัดได้น่าสนใจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดึงดูดความสนใจให้คนต้องการเข้าร่วม อยากกดไลค์และแชร์ต่อได้มาก โดยคุณสามารถหาไอเดียได้จากสิ่งที่คนให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็นข่าวสารจากแหล่งต่างๆ จากการเก็บสถิติคอนเทนต์ของคุณเอง การถามความคิดเห็น ดูจากคู่แข่งหรือเพจที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน

สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพจธุรกิจอื่นๆ และอินฟลูเอนเซอร์

การสร้างพันธมิตรและเครือข่ายช่วยกระจายชื่อเสียงแฟนเพจของคุณได้ ทำได้โดยการติดตามและเข้าไปมีส่วนร่วมกับเพจธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งแฟนเพจของอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่อุตสาหกรรมเดียวกับคุณ แล้วช่วยโปรโมตคอนเทนต์หรือข่าวสารจากเพจของเขาโดยการแชร์ต่อมายังเพจของคุณ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้เขาอยากติดตามแฟนเพจของคุณกลับบ้างและเป็นการง่ายที่จะชักชวนพวกเขามาจัดกิจกรรมด้วยกัน หรือร่วมเป็นช่องทางในการแชร์ข่าวสารของกันและกันในโอกาสต่อไป และอีกช่องทางที่ลืมไม่ได้คือแฟนเพจข่าวสารประจำท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพล คนมีชื่อเสียงและมีคนติดตามเป็นจำนวนมากในพื้นที่นั้นๆ ที่คุณควรให้ความสำคัญและสามารถเริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในลักษณะเดียวกันนี้ได้

 

ตอบกลับผู้ติดตามที่มาคอมเมนต์หรือกล่าวถึงเรา

อีกวิธีที่ช่วยเพิ่มยอดไลค์และผู้ติดตามได้ดีคือการตอบกลับคอมเมนต์อย่างสม่ำเสมอ ทำได้ตั้งแต่การขอบคุณ การตอบคำถามและข้อสงสัย หรือแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาเข้ามาคอมเมนต์ การเข้าไปตอบกลับนี้เองช่วยเพิ่มการมองเห็นในแฟนเพจจากการที่ระบบจะแสดงโพสต์ที่คุณตอบกลับคนคนนั้นบนหน้าฟีดของเขา รวมถึงบนหน้าฟีดของผู้ชมที่กำลังติดตามคุณอยู่ด้วย

โปรโมตเพจร้าน จนดังแล้วก็อย่าลืมดูแลงานหลังบ้านให้ดีคู่กันด้วย การใช้ระบบ Fulfillment ที่ช่วยตั้งแต่งานเก็บ แพ็ค ส่ง นอกจากจะช่วยให้จัดการงานหลังบ้านได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณมีเวลาเหลือไปวางแผนพัฒนาธุรกิจและแผนการตลาดได้อีกยาวๆ

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1] & [2]