preloder

เข้าหาผู้บริโภคจีนอย่างเข้าใจ สร้างกำไรธุรกิจส่งออกได้แน่นอน

ในขณะที่คุณอยากเริ่มส่งออกสินค้าไปจีน หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่าลืมว่าคุณยังมีคู่แข่งเป็นนักธุรกิจรายอื่นที่จ้องจะฉวยโอกาสนี้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่คุณทำได้คือการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด การรู้จักเพียงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้ง Taobao Tmall Aliexpress JD.com ยังไม่เพียงพอที่จะให้คุณเริ่มธุรกิจได้ และอย่างที่รู้กันว่าจีนยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก มีการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน การทำความเข้าใจผู้บริโภคจีนจึงต้องเรียนรู้ในทุกมุมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคของพวกเขาให้มากที่สุด

 

กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แล้วทำความเข้าใจพฤติกรรมที่ต่าง

กลุ่ม Gen Y (เกิดในช่วง 1980-1990) ที่มีศักยภาพในการซื้อ จะเป็นกลุ่มชั้นกลางที่ชื่นชอบความทันสมัย มีอำนาจซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในเมืองชั้นนำอย่างมหานครเซี่ยงไฮ้ และเมืองในฝั่งตะวันออกของจีนเพราะเป็นเมืองท่านำเข้าสินค้า ขณะที่เมืองชั้นรองที่อยู่ถัดเข้าไปก็ยังคงน่าเข้าไปเปิดตลาดเช่นกัน (เพราะจีนแผ่นดินใหญ่คนต้องกินต้องใช้จึงมีอยู่ทุกที่) แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนแต่ละท้องที่จะมีความชอบและกำลังซื้อที่เหมือนกันทั้งประเทศ คุณจึงต้องวางแผนเจาะตลาดให้สอดคล้องกับคนในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย

อีกกลุ่มที่ไม่ควรมองข้ามคือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มประชากรสูงขึ้นเรื่อย ๆ (มูลค่าทางการตลาดก็สูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย) สถิติจาก Tmall เผยว่ามีลูกค้ากลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปเกือบ 30 ล้านคน โดยเฉลี่ยซื้อสินค้า 5,000 หยวน/ปี ลักษณะการซื้อมีทั้งลูกซื้อสินค้าสำหรับพ่อแม่ และพ่อแม่ซื้อสินค้าสำหรับลูกหลาน ซึ่งจะมีทั้งสินค้าสุขภาพและสินค้าแฟชั่น

 

export-china_sokochan

 

 

อยากขายได้ต้องสร้างความแปลกใหม่และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผู้บริโภคจีนชอบสินค้าที่แปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ที่แสดงถึงลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น เช่น ผลไม้อบแห้ง ยาดม แผ่นปิดหลังบรรเทาปวดตราเสือ ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว นมอัดเม็ดสวนจิตรลดา พูดง่าย ๆ คือมักเป็นสินค้าสำหรับอุปโภคและบริโภคที่ใช้แล้วหมดไปแต่ละวันหรือแต่ละเดือน อ่านถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปว่าคุณจะขายสินค้าที่ว่านี้ให้กับคนจีนได้ทุกคน โดยเฉพาะกับคนจีนชนชั้นกลางที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างสูง หรือเรียกได้ว่าเป็น “เศรษฐีใหม่” ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างฐานะ และมักจะใช้จ่ายเงินเพื่อปรนเปรอตนเองในแง่ความสะดวกสบาย เช่น บ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจีนในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมไม่มีโอกาสได้รับ

 

ชีวิตขาดเงินสดได้ แต่ขาดอินเตอร์เน็ตไม่ได้

นี่คือคำนิยามใหม่ของวิถีชีวิตชาวจีนในเมือง ซึ่งธุรกิจไทยควรปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคนี้ การใช้อินเทอร์เน็ตของชาวจีนเป็นสิ่งที่ทำควบคู่กับการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น WeChat Weibo จนแทบจะแยกจากกันไม่ออกและการเข้าไปอ่านรีวิวสินค้าก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเขามักเข้าไปดูบนโซเชียลมีเดีย ดังนั้นหากคุณอยากให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในหมู่คนจีนคุณต้องพาแบรนด์ไปแนะนำตัวผ่านช่องทางนี้ด้วย (การใช้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยริวิวแบ่งปันประสบการณ์การใช้ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย) สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ก็จะนิยมสั่งซื้อผ่านเว็บอีคอมเมิร์ซยอดนิยม เช่น Taobao Tmall Aliexpress JD.com

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็ดูจะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผู้สูงอายุอีกต่อไป เนื่องจากการพัฒนาของสมาร์ทโฟน แอปพลิเคชั่นบนมือถือ และการชำระเงินในรูปแบบ e-payment ผ่าน  Alipay WeChat Pay ที่ใช้งานสะดวก ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ชื่อดัง

 

export-china_mycloudfulfillment

 

เพราะใคร ๆ ก็ไม่ชอบของแพง ราคาขายต้องปรับให้เหมาะสม

อย่างที่พูดไปแล้วว่าผู้บริโภคจีนก็ชอบดูรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อไม่ต่างจากผู้บริโภคจากภูมิภาคอื่นบนโลกเช่นกัน ซึ่งรีวิวนั้นนอกจากจะดูเพื่อหาข้อมูลเรื่องคุณภาพแล้ว ก็จะเปรียบเทียบราคาควบคู่ไปด้วย อีกทั้งตลาดออนไลน์ในจีนมีการแข่งขันด้านราคาที่ค่อนข้างดุเดือด ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเปรียบเทียบราคากับสินค้าของคู่แข่งด้วยว่าคุณไม่ได้ตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาดเกินไป หรือถ้าหากคุณเข้าไปเปิดตลาดจีนในฐานะเจ้าของแบรนด์ที่ไม่ได้เปิดการขายด้วยตัวเอง แต่มีคนกลางที่นำสินค้าเข้าไปขายให้อีกที คุณก็ต้องกำหนดและควบคุมราคาสินค้าให้ชัดเจนตัวแทนจะกำหนดราคาตามใจชอบไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์และสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์นั่นเอง

 

เรียกได้ว่าการทำธุรกิจส่งออกต้องรู้รอบด้านและใส่ใจทุกขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด โดยเฉพาะการทำการตลาดเพื่อแข่งขันบนสมรภูมิการค้าที่ดุเดือด ดังนั้นถ้าอยากเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้นอีกระดับ ลองปรึกษาผู้ให้บริการ Fulfillment มืออาชีพ อย่างเช่น Akita Warehouse เพื่อให้มืออาชีพช่วยลดงานกินเวลาที่คุณไม่ต้องทำด้วยตัวเองก็ได้ ซึ่งก็คืองานบริหารสต็อก ที่เจ้าหน้าที่จะช่วยตั้งแต่ดูความเรียบร้อยของสินค้าก่อนเก็บเข้าคลัง จากนั้นก็ช่วยจัดเก็บให้ในคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน พอได้ออเดอร์สินค้ามาคุณก็ส่งต่อมาให้เจ้าหน้าที่คลังช่วยหยิบจากชั้นวางสินค้า มาแพ็คให้เรียบร้อย พร้อมจัดการส่งให้ลูกค้าของคุณ โดยเลือกได้ทั้งตัวแทนจัดส่งเอกชนรวมทั้งบริการของไปรษณีย์ไทย อยากส่งไปต่างประเทศก็ช่วยประสานงานให้ได้

 

 

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา:

source1

source2

source3

บริการ EMS World ส่งพัสดุต่างประเทศโดยไปรษณีย์ไทย พร้อมอัปเดตใหม่แอปฯ Track & Trace

ก่อนแนะนำบริการ EMS World โดยไปรษณีย์ไทย ก็ขอเล่าเรื่องการอัปเดตแอปพลิเคชั่น Track & Trace  สำหรับติดตามสถานะสิ่งของเวอร์ชั่นใหม่ที่ไปรษณีย์ไทยได้ปล่อยให้ดาวโหลดไปใช้ตั้งแต่ 20 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบ iOS และ Android นอกจากจะได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังมีความพิเศษที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่นใหม่นี้คือ รองรับการติดตามสถานะได้จำนวนมากในครั้งเดียว รวมทั้งการติดตามสถานะด้วยเลขที่ใบเสร็จ รองรับการเชื่อมต่อระบบผ่าน API เพื่อติดตามสถานะสิ่งของจำนวนมากได้สูงสุด 10,000 หมายเลขต่อวัน (อันนี้สำหรับสมาชิกระดับองค์กรนะครับ) ใครยังไม่มีแอปฯ ก็ลองไปดาวโหลดมาใช้งานกันได้เลยครับ

 

ทำความรู้จัก EMS World

ems-world

 

EMS World บริการส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยไปรษณีย์ไทยกัน เรียกได้ว่าเป็นบริการที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ที่อยากโกอินเตอร์ ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ และรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการบริการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็ว  EMS World ให้บริการจัดส่งสิ่งของด่วนระหว่างประเทศทางอากาศทั้งในรูปแบบ Document (เอกสาร) และ Merchandise (สิ่งของทั่วไป) สามารถจัดส่งที่น้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม เหมาะกับสินค้าระดับพรีเมี่ยมและต้องการความเร่งด่วน ครอบคลุมพื้นที่ปลายทางกว่า 95 ประเทศ 

ในส่วนของราคานั้นคิดตามน้ำหนักที่ฝากส่งจริง ประเภท Document เช่น จดหมายเอกสารทางธุรกิจการค้า หรือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ และประเภท Merchandise เช่น ตัวอย่างสินค้า ของที่ระลึก หรือ ของขวัญ เป็นต้น โดยไม่คิดค่าบริการตามปริมาตรของกล่อง (Volumetric) ไม่มีค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) และภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

อีกทางเลือกแบบเหมาจ่ายกับบริการ EMS One Price

ems world ONE_PRICE  

เป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ e-Commerce ให้สามารถส่งสิ่งของโดยใช้ซองหรือกล่องที่ไปรษณีย์ไทยจัดทำขึ้นตามขนาดและน้ำหนักที่กำหนด โดยบริการแบบเหมาจ่ายเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกและประหยัดในการส่งไปต่างประเทศด้วยราคาสุทธิไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) และค่าธรรมเนียมอื่นๆ

 

มั่นใจในบริการ ติดตามสถานะจัดส่งได้ 24 ชั่วโมง

track-and-trace-thaipost

 

EMS World ของไปรษณีย์ไทยช่วยดูแลสินค้าของคุณ ให้ถึงมือผู้รับต่างประเทศอย่างรวดเร็วปลอดภัย ด้วยมาตรฐานระดับสากล  ติดตามสถานะจัดส่งได้สะดวกสุด ๆ ผ่านเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th และแอปพลิเคชั่น Track & Trace เวอร์ชั่นใหม่ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ตามที่เราได้พูดถึงไปแล้วในตอนต้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสถานะได้ในจำนวนมากต่อครั้ง มีระบบแจ้งเตือนแบบ Real Time ตรวจสอบสถานะด้วยเลขที่ใบเสร็จได้ เรียกได้ว่าถูกใจผู้ใช้ โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจแน่นอน

และที่สำคัญไปรษณีย์ไทยยังมีวงเงินชดใช้กรณีพัสดุสูญหาย เสียหาย ที่เกิดจากความผิดพลาดของไปรษณีย์ โดยจะชดใช้ตามมูลค่าที่เกิดขึ้นจริงไม่เกิน 3,000 บาทสำหรับ Document และ 7,000 บาท สำหรับ Merchandise

 

จัดส่งรวดเร็วด้วยบริการ EMS World จากไปรษณีย์ไทยแล้ว ถ้าอยากเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้นอีกระดับ ลองปรึกษาผู้ให้บริการ Fulfillment มืออาชีพ อย่างเช่น Akita Warehouse ที่รับจัดการงานสต็อกช่วยคุณ ตั้งแต่นำสินค้าเข้าคลังสินค้าก็จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูความเรียบร้อยและจัดเก็บให้ในคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน หลังจากนั้นคุณก็แค่มีหน้าที่คุยกับลูกค้า พอได้ออเดอร์สินค้ามาก็ส่งต่อมาให้เจ้าหน้าที่คลังช่วยหยิบจากชั้นวางสินค้า มาแพ็คให้เรียบร้อย พร้อมจัดการส่งให้ลูกค้าของคุณ โดยคุณเลือกจัดส่งได้กับทั้งตัวแทนจัดส่งเอกชนรวมทั้งบริการของไปรษณีย์ไทย ไม่ว่าจะส่งในประเทศ หรือ EMS World ทาง Akita ก็ช่วยประสานงานให้ได้

 

อยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา

thailandpost.co.th

Positioningmag.com

รับแพ็คสินค้าโดย Akita กับความพิเศษให้ลูกค้าประทับใจสุด ๆ

บริการรับแพ็คสินค้าโดย Akita จะช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้อย่างไร ต้องบอกก่อนครับว่าการจะนำมาซึ่งสิ่งที่ว่าต้องมาจากการมอบสิ่งที่เหนือความคาดหมายให้ลูกค้า ซึ่งการแพ็คสินค้าในรูปแบบที่พิเศษกว่าเดิมก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณทำได้ แต่การที่คุณแพ็คสินค้าเองลำพังแค่ทำให้ทันส่งก็ยากแล้ว หากต้องมาแพ็คในรูปแบบที่พิเศษและสวยงามขึ้นอีก คงไม่ต้องทำงานอย่างอื่นที่ส่งเสริมธุรกิจกันแล้วครับ แล้ว Akita ช่วยแพ็คสินค้าแบบพิเศษที่คุณเลือก Customized ได้รูปแบบใดบ้าง เรามาดูตัวอย่างไอเดียไปด้วยกันครับ

 

ห่อด้วยกระดาษหลากสีก่อนแพ็คสินค้าลงกล่อง

ถ้าสินค้าของคุณไม่ได้แพ็คใน Packaging สวยงาม แทนที่จะแพ็คในถุงพลาสติกใสธรรมดา การใช้กระดาษสีสันสดใสหรือมีลวดลายห่อสินค้าเข้าไป ผูกริบบิ้นตกแต่งอีกสักหน่อยก็ช่วยเพิ่มคุณค่าให้สินค้าดูมีมูลค่าขึ้นมาได้

 

ฟิลเลอร์กันกระแทกก็ช่วยเพิ่มสีสันได้

 

customized packing-fulfillment
รูปจาก eBay

 

เจ้าของร้านหลายท่านคงมีการห่อบับเบิ้ล กระดาษ หรือ ใช้โฟมกันกระแทกแบบต่าง ๆ ช่วยในการป้องกันความเสียหายก่อนแพ็คสินค้าลงกล่องพัสดุอีกทีกันอยู่แล้ว แต่แทนที่คุณจะขยำกระดาษเป็นก้อนแล้วยัดกล่องเพื่อกันกระแทก คุณสามารถนำมาตัดเป็นเส้นสวย ๆ (หรือซื้อที่เขาทำขายแบบสำเร็จรูปก็ได้)  หรือแม้แต่ใช้ฟิลเลอร์กันกระแทกที่ทำจากไม้ที่ให้ความรู้สึกละมุน อบอุ่น เป็นธรรมชาติ แก่ผู้รับ

 

แอบย้ำแบรนด์ด้วยสติ๊กเกอร์โลโก้

นอกจากคุณจะใช้กระดาษสวย ๆ ห่อก่อนแพ็คสินค้าลงกล่องแล้ว คุณสามารถปริ๊นต์สติ๊กเกอร์ที่เป็นโลโก้ร้านของคุณมาปิดผนึกด้านหน้า หรือ ติดการ์ดขอบคุณลูกค้าบนสินค้าที่จะแพ็ค ถือเป็นการโฆษณาแบรนด์ไปในตัว ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการสั่งผลิดกล่องหรือ Packaging เป็นลวดลายต่างๆได้

 

การ์ดขอบคุณลูกค้าพร้อมข้อความดี ๆ หรือส่วนลดโดน ๆ

 

customized packing fulfillment
รูปจาก : sevenprint

แนบการ์ดขอบคุณ หรือ นามบัตรพร้อมโปรโมชั่นลงในกล่องแพ็คสินค้า ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสกลับมาซื้อกับเราอีก  รวมทั้งแค็ตตาล็อกสินค้า ใบปลิวโปรโมตต่าง ๆ และคู่มือวิธีการใช้งานสินค้าก็สามารถแนบไปในกล่องแพ็คสินค้าได้

 

แถมของขวัญพิเศษ หรือ สินค้าทดลอง

คุณอาจใส่ของแถมไปกับกล่องแพ็คสินค้าสำหรับลูกค้าประจำ ลูกค้าที่ซื้อจำนวนมาก แถมสินค้าขนาดทดลองที่อาจใช้คู่กับสินค้าที่ลูกค้าซื้อได้ (เช่น ซื้อแชมพูแถมครีมนวด) หรือสินค้าที่เพิ่งเปิดตัว ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ นอกจากสร้างความประทับใจที่ได้ของแถมแล้วก็เป็นโอกาสในการได้ขายสินค้าเพิ่มหากลูกค้าลองใช้แล้วชอบ

 

ปิดผนึกกล่องสินค้าด้วยกระดาษกาวที่มีลวดลายสวยงาม

customized packing fulfillment

แม้แต่กระดาษกาวปิดผนึกก็ช่วยให้การแพ็คสินค้าดูพิเศษขึ้นได้ ลองเปลี่ยนจากเทปกาวใส หรือ กระดาษกาวสีทึบ ๆ มาเป็นกระดาษกาวที่คุณผลิตเองสิ โดยอาจนำโลโก้มาทำเป็นลวดลายตกแต่ง หรือ หากคุณมีตัวการ์ตูนมาสคอตของแบรนด์และเอามาทำเป็นลวดลายบนเทปกาวก็ช่วยยกระดับความน่ารักให้กล่องพัสดุของคุณได้อีก

 

ไม่ยากเลยใช่ไหมครับสำหรับไอเดียที่เรายกตัวอย่างวันนี้ แต่อาจเป็นเรื่องวุนวายสำหรับคนที่ออเดอร์เข้าเยอะต่อวันแน่นอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานส่งงาน Fulfillment มาให้ Akita ช่วยผ่อนงานหนักให้เป็นเบา เพียงคุณนำสินค้ามาเก็บที่คลังเราช่วยจัดการงานสต็อกให้ เมื่อคุณส่งออเดอร์มาทางระบบ เรารับแพ็คสินค้าแบบ Customized ให้ได้หลากหลายรูปแบบ (**ทั้งนี้ราคาก็จะแตกต่างกันไปตามรูปแบบการแพ็คนะครับ ของแถมหรือสิ่งที่คุณต้องการให้เราแนบในแพ็คสินค้า รวมทั้งวัสดุพิเศษที่ใช้ในการห่อบางอย่างลูกค้าต้องเป็นคนจัดเตรียมให้เรา) เมื่อจัดการแพ็คสินค้าเรียบร้อย เรายังช่วยคุณส่งสินค้าถึงลูกค้าผ่านผู้ให้บริการจัดส่งทั้งไปรษณีย์ไทยและเอกชนได้

 

อยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

ไขข้อสงสัย Fulfillment เมื่อคุณไม่ต้อง เก็บ แพ็ค ส่งสินค้าเอง มันดีอย่างไร

บริการ Fulfillment ที่จะมาทำหน้าที่ เก็บ แพ็ค ส่งสินค้าแทนคุณมีความจำเป็นแค่ไหน? หากคุณเกิดคำถามที่ว่านี้แสดงว่าคุณอาจจะยังไม่เข้าใจกระบวนการทำงานจนเกิดความไม่แน่ใจนี้ขึ้นมา หรือในอีกแง่หนึ่งก็คือคุณยังรู้สึกว่างานเก็บ แพ็ค ส่งสินค้า ยังไม่หนักพอที่คุณจะต้องขอความช่วยเหลือจากใคร และสิ่งที่เราอยากถามคุณบ้างก็คือ คุณวางแผนบริหารงานระยะยาวไว้อย่างไรเมื่อถึงเวลาที่กิจการของคุณเติบโตขึ้นกว่าเดิม? เมื่อคุณนึกคำตอบได้แล้ว (หรือยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร) มาดูกันว่าจุดเด่นของบริการ Fulfillment สอดคล้องกับคำตอบที่คุณคิดไว้ไหม หรือให้ผลอะไรที่คุณยังคาดไม่ถึงเพิ่มเติมหรือไม่

 

ไม่ต้องเก็บสินค้าและดูแลจัดการคลังสินค้าเอง

 

Fulfillment_keep-send-pack

 

เชื่อว่าเจ้าของธุรกิจหลายรายมักจะเริ่มจากการเก็บสินค้าเองในพื้นที่ที่เราแป็นเจ้าของอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่โรงจอดรถ ซึ่งแน่นอนครับว่าต้องสร้างความลำบากให้การใช้ชีวิตพอสมควร พื้นที่เองก็อาจไม่ค่อยเหมาะสมกับการจัดเก็บสินค้าในระยะยาว มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ที่ทำให้จัดการงานได้ลำบาก หากคุณตัดสินใจเช่าตึกหรือลงทุนสร้างคลังเก็บสินค้าเองปัญหาที่คุณอาจต้องเจอก็คือความไม่แน่นอนของจำนวนออเดอร์ในแต่ละช่วง เนื่องจากสินค้าบางประเภทไม่ได้เป็นที่ต้องการตลอดปีและขายได้ตามฤดูกาลเท่านั้น ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าคุณมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอในช่วงที่ต้องสต็อกสินค้าจำนวนมาก นั่นแปลว่าคลังสินค้าต้องมีพื้นที่ใหญ่พอสมควร (อาจต้องเช่าพื้นที่เพิ่มหรือขยายพื้นที่คลัง) ในขณะที่ถึงช่วงสินค้าขายได้น้อยลงต้องลดจำนวนสินค้าที่สต็อก คุณก็ยังคงต้องรับผิดชอบค่าเช่าเท่าเดิมเพื่อเช่าพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่

 

ไม่ต้องวุ่นวายกับการแพ็คสินค้าแล้วยังต้องจัดส่งเอง

งานแพ็คสินค้าเป็นงานที่ดูเหมือนง่าย แต่ก็จุกจิกและต้องใช้เวลาพอสมควร ไหนจะต้องเตรียมกล่องขนาดต่าง ๆ สำหรับสินค้าคนละประเภท ต้องห่อกันกระแทก ยิ่งสินค้าที่แตกหักง่ายยิ่งต้องใช้เวลาห่ออย่างพิถีพิถัน ปิดผนึก แปะป้ายชื่อที่-อยู่ลูกค้า และยังต้องออกไปจัดส่งสินค้าเองอีก หรือหากคุณมีคลังสินค้าเองจ้างคนมาช่วยดูแลงานคุณก็ต้องรับผิดชอบค่าใช่จ่ายแฝงในช่วง Low Season ที่ขายสินค้าได้น้อยลง แต่ก็ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายพนักงานเท่าเดิม หรือช่วง High Season ที่ต้องหาพนักงานเพิ่ม และต้องเตรียมรับมือกับความยุ่งยากบางอย่าง เช่น เสียเวลาสอนงานในช่วงแรก งานเสร็จช้ากว่ากำหนดเพราะพนักงานใหม่ยังทำงานได้ช้า โอกาสผิดพลาดจากความไม่ชำนาญ และความน่าเชื่อถือของพนักงานใหม่เอง

 

เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปโฟกัสงานสำคัญอื่น ๆ มากขึ้น

 

Fulfillment_keep-send-pack

 

ยิ่งธุรกิจเติบโตมากเท่าไหร่ สิ่งที่เพิ่มตามก็คืองาน Fulfillment ซึ่งหากคุณจัดการเองคุณก็ต้องแบ่งเวลาให้งานส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่คุณจะมาจัดการสต็อกเอง แพ็ค ส่งสินค้าเอง คุณควรเอาเวลาไปทำงานด้านอื่นที่ช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ สร้างแบรนด์ วางแผนการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (อย่าลืมนะครับว่าต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่สูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าที่รักในแบรนด์ของคุณแล้ว) รวมทั้งการบริหารงานส่วนอื่นซึ่งผู้บริหารอย่างคุณเท่านั้นที่ทำได้ ดังนั้นการส่งต่องานเก็บ แพ็ค ส่ง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรับภาระเป็นงานหลักประจำวัน ให้บริษัทผู้ให้บริการ Fulfillment ทำหน้าที่ดูแลงานนี้เป็นหลักแทนคุณดีกว่า

 

ลดข้อจำกัดด้านการขนส่งและจัดส่ง

หากคุณอยู่ต่างจังหวัดหรือพื้นที่ที่การเดินทางลำบากย่อมส่งผลถึงการลำเลียงสินค้าเข้าไปจัดเก็บที่คลังสินค้า รวมทั้งการจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าของคุณ แต่ถ้าคุณใช้บริการ Fulfillment ที่มีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ ระบบการจัดการ เครือข่ายหรือพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดำเนินการด้านการขนส่ง คุณก็สามารถจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดส่งรวดเร็วเป็นไปตามกำหนด สามารถควบคุมและประมาณการค่าใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดระยะทางในการขนส่งที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งได้

 

บริหารงานอย่างเป็นระบบยิ่งขึ้นผ่านเทคโนโลยีของผู้ให้บริการ Fulfillment

Fulfillment_keep-send-pack

 

แม้คุณจะส่งต่องาน เก็บ แพ็ค ส่ง ให้คนอื่นทำแทน คุณก็ยังคงตรวจสอบการทำงานได้ผ่านระบบจัดการคลังสินค้าที่ผู้ให้บริการ Fulfillment ให้คุณเข้าถึงการทำงานแต่ละขั้นตอนได้แม้ไม่ได้ทำงานอยู่ที่คลังสินค้าด้วยตัวเอง ทั้งการเช็คสต็อก เช็คสถานะการทำงานในขั้นต่าง ๆ ตั้งแต่คุณส่งออเดอร์เข้าไปที่คลังสินค้า ให้พนักงานช่วยหยิบ (ส่วนมากมักเช็คผ่านระบบได้ด้วยว่าหยิบสินค้ามาถูกต้องตามออเดอร์หรือไม่) แพ็คสินค้า ไปจนถึงจัดส่ง รวมทั้งการจัดการสมาชิกในกรณีที่คุณมีระบบตัวแทนจำหน่าย

 

อยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

 

ที่มา: www.shipbob.com

นักช็อปเมืองรอง โอกาสทองทางธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

จากรายงาน “เปิดประตูสู่เมืองรอง” โดยนีลเส็น ที่ทำการศึกษาเฉพาะจังหวัดที่มีประชากร 1-5 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด คิดเป็น 35% พบว่าไทยมีเมืองรอง 18 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเมืองรอง จะมีการขยายตัวของสังคมเมืองเพิ่มเป็น 62% เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯที่มี 18% ขณะเดียวกัน ประชากรส่วนใหญ่ของเมืองรอง คือ กลุ่มอายุ 12-39 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 77% ของประชากร โดยคนกลุ่มนี้กล้าใช้จ่าย กล้าลองอะไรใหม่ ๆ

 

อีกศักยภาพที่น่าสนใจ คือ ความสามารถในการดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว จากการศึกษาพบว่ารายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ใช้จ่ายในเมืองรองสูงถึง 30% ของรายได้นักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท และนั่นก็หมายถึงเมืองรองกำลังจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต ประกอบกับอีก 5-10 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ กระจายเข้าไปในแต่ละจังหวัดทำให้อัตราการจ้างงานมีโอกาสเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในจังหวัดนั้น ๆ ก็จะโตขึ้น นำมาซึ่งโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

เรามองเห็นโอกาสแล้วก็จริง แต่ก็ต้องมาคิดกันต่อว่าจะเข้าหาผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างไร เพราะไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรองแต่ละภาคก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทีเดียว ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละภาคให้ชัดเจน และสร้างกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือมีความคล้ายกันเรื่องการอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าไซซ์เล็ก เพราะมีกำลังซื้อน้อย ส่วนภาคใต้ชอบสินค้าพรีเมี่ยม เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ประชากรมีรายได้สูง ส่วนภาคกลางจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะมีคนจากที่ต่าง ๆ ย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงาน ทำให้สินค้าที่มีนวัตกรรมขายดี เป็นต้น

 

อยากเข้าถึงคนเมืองรอง ต้องเริ่มที่การเข้าใจพฤติกรรม

 

มีอิสระในการสร้างทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น

สะท้อนได้จากการเลือกประกอบอาชีพ เดิมในต่างจังหวัดพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเป็นข้าราชการ เพื่อความมั่นคงในชีวิต แต่อาชีพของคนในปัจจุบันรวมทั้งเมืองรองต้องการในสิ่งที่อยากทำ อยากเป็นนายตัวเองกันมากขึ้น พ่อแม่เองก็ไม่บังคับให้เป็นข้าราชการแล้ว เพราะเห็นว่าอาชีพอื่น ๆ ก็มีโอกาสสร้างรายได้เช่นกัน
ในแง่การใช้ชีวิตประจำวันหรือการใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกที่ชอบก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากคนกรุง เพราะทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้สามารถซื้อสินค้าทุกอย่างได้แบบคนเมือง บริการขนส่งสินค้าก็ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น จากการขยายพื้นที่และการปรุบปรุงบริการของทั้งบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทยให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพขึ้น

 

ภาพจาก: Tesco Lotus

 

 

อีคอมเมิร์ซสำคัญแต่ผู้บริโภคยังต้องการการปฏิสัมพันธ์กับคน

คนกลุ่มนี้จะมองหา Trust Point (ประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ) ไม่ใช่ Touch Point คือทั้งสินค้าและช่องทางอีคอมเมิร์ซต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะต้องไม่หลอกลวง หรือ สร้างความผิดหวังให้กับผู้บริโภค แม้อีคอมเมิร์ซเติบโตแต่การจ่ายเงินยังเป็นรูปแบบการจ่ายเงินปลายทาง (Cash on delivery) สำหรับกลุ่มที่เรียนรู้การใช้งาน Mobile Banking หรือ Mobile Payment หากเริ่มต้นใช้บริการกับธนาคารใดจะมีความภักดี (Loyalty) สูงมากและไม่เปลี่ยนใจไปใช้ของแบรนด์อื่น และในขณะเดียวกันการซื้อสินค้าเพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันที่หน้าชั้นวางยังเป็นช่องทางที่คนต่างจังหวัดชอบ เพราะผู้บริโภคต้องการสัมผัสสินค้าจริง รวมทั้งได้พูดคุยกับพนักงานเพื่อให้แนะนำสินค้าและโปรโมชั่น

 

ความคุ้มค่ายังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา

ชาวเมืองรองมีความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ในตัว มีการวางแผนการใช้ชีวิตทุกด้าน ทั้งการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ต และพื้นที่จัดเก็บในมือถือ ที่ต้องใช้งานอย่างคุ้มค่า การเห็นโฆษณาแบรนด์ต่าง ๆ แล้วตั้งใจจะไปซื้อสินค้าที่ชั้นวาง บางครั้งก็ลืม หรือ เห็นแบรนด์อื่นให้ข้อเสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่ากว่าก็เปลี่ยนใจได้เช่นกัน ดังนั้นการสื่อสารเพื่อย้ำเตือนแบรนด์ที่ชั้นวางยังมีความจำเป็น หรือ การย้ำเตือนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อและข้อเสนอโปรโมชั่นก็ต้องทำ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมซื้อสินค้าที่คุ้มราคา

 

 

 

พฤติกรรมการรับชมและเข้าถึงสื่อที่เปลี่ยนไป

ตอนนี้ “อายุ” ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกรับสื่อแล้ว แต่เป็นเรื่องของ “พฤติกรรมและความสนใจ” เป็นตัวกำหนดการเสพคอนเทนต์ ในปัจจุบันประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 82% มีการใช้งานในทุกวัย เมื่อมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ผู้บริโภคพร้อมที่จะค้นหาคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นการค้นหาเราต้องทำให้ผู้บริโภครู้จักคอนเทนต์ก่อน โดยการโปรโมตผ่านหลาย ๆ ช่องทาง ปีนี้คอนเทนต์ก็ยังมีความสำคัญกับผู้บริโภคสูงสุด ดังนั้นคอนเทนต์จึงไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่แค่บนหน้าจออุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ต้องไปได้ในทุกที่กับสื่อทุกรูปแบบ และแบรนด์ควรโฟกัสเรื่องความสนใจระดับปัจเจก (individual) เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยข้อมูลที่อ้างอิงถึงพฤติกรรมด้วย ไม่ใช่แค่ข้อมูลประชากรศาสตร์

 

แม้จะนิยมแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ออฟไลน์ก็ยังไม่หายไปไหน

“ฟอร์แมต” หรือ รูปแบบของสื่อ มีความสำคัญมากกับการรับชมคอนเทนต์ในยุคนี้ แม้สื่อสิ่งพิมพ์จะได้รับความนิยมลดลง แต่ความต้องการในสื่อนั้น ๆ จากผู้บริโภคยังคงอยู่ วันนี้คนยังต้องการอ่านข่าว แม้กลุ่มที่อ่านข่าวผ่านสื่อรูปเล่มลดลงและเปลี่ยนไปชมผ่านออนไลน์แทน แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากลุ่มที่บริโภคสื่อแบบรูปเล่มจะหายไปทั้งหมด
Live Content เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเมืองรองให้ความสนใจรับชมเช่นกัน ทั้งไลฟ์ของคนทั่วไป ไลฟ์ของคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ คนขายของ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากช่องทาง Facebook ดูเพราะสนุกเหมือนดูคอนเทนต์บันเทิงทั่วไป และดูเพราะสนใจซื้อสินค้า ซึ่งขณะที่ดูสินค้าผ่าน Facebook Live ยังถามคำถามจากผู้ขายได้เลย ทำให้เกิดความมั่นใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งการซื้อขายรูปแบบนี้เรียกว่า Conversational Commerce ที่สำคัญคือการทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ ต้องมีความย่อยง่าย เข้าใจง่าย ตลก บันเทิงและจริงใจ เช่น เพจตามใจตุ๊ด เทยเที่ยวไทย เป็นคอนเทนต์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย รู้สึกสมจริงและเป็นเรื่องความสนใจใกล้ตัว

 

*เปิดตลาดได้แล้วอยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา:
prachachat.net
positioningmag.com

6 ขั้นตอนทำธุรกิจ Online Drop Shipping ให้รุ่ง

Drop Shipping คือการขายแบบมีตัวแทนจำหน่ายรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้เป็นตัวแทนทำหน้าที่หาลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าแล้วส่งต่อออเดอร์ไปยังผู้ขายที่จะเป็นผู้สต็อกสินค้า เมื่อได้รับออเดอร์จากตัวแทนก็จะทำการแพ็คและจัดส่งให้ แล้วถ้าเราอยากเริ่มธุรกิจ Online Drop Shipping ที่ลูกค้าเลือกสินค้าเราได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เราควรเริ่มอย่างไร

 

ศึกษาตลาดหาสินค้าที่จะขาย

เริ่มจากการเลือกสินค้าที่คุณสนใจเป็นพิเศษ เมื่อคุณอินกับมันคุณจะมีไฟในการขายและการพัฒนาธุรกิจ ต่อมาคือดูความต้องการของตลาดสินค้าประเภทใดเป็นที่ต้องการหรือมีคนซื้ออยู่เสมอและถูกค้นหาบนอินเตอร์เน็ตในอัตราที่ค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกันก็ต้องดูจำนวนคู่แข่งด้วย ยิ่งสินค้าขายได้ง่ายย่อมเปิดตลาดได้ง่ายกว่า คู่แข่งจึงเยอะตาม ดังนั้นคุณจึงต้องทำการบ้านต่อว่าคุณจะทำอย่างไรให้สินค้าของคุณมีข้อแตกต่างจากเจ้าอื่น หรือหากคุณไม่อยากลงเล่นในสนามที่มีผู้ร่วมเล่นเยอะ คุณอาจเลือกสินค้าที่ niche ขึ้น คือเป็นที่ต้องการของคนบางกลุ่ม หรือไม่มีขายในท้องตลาด ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการจัดส่งก็สำคัญ อย่าลืมว่าลูกค้ายังมีตัวเลือกอีกมากมายที่เสนอค่าจัดส่งที่ถูกหรือแม้แต่จัดส่งให้ฟรี ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก

 

ศึกษาคู่แข่งให้รอบด้าน

Drop Shiping ไม่ใช่เรื่องใหม่ ฉะนั้นคุณมีคู่แข่งอยู่ในสนามเดียวกันแน่นอน การรู้เขารู้เราจึงสำคัญ เพราะทำให้เรารู้ว่ามีอะไรที่จะทำให้ดีกว่าเขาได้และในการศึกษาคู่แข่งคุณควรดูให้ครอบคลุมทั้งเจ้าเล็กและเจ้าใหญ่ หรือแม้แต่รายที่ขายสินค้าประเภทใกล้เคียงกันแม้ว่าการพยายามสร้างจุดต่างหรือหาสินค้าที่ไม่ซ้ำกับใครจะทำให้คุณมีคู่แข่งน้อยลงก็จริง แต่การไม่มีคู่แข่งก็บอกใบ้ในตัวมันเองอยู่แล้วว่าสินค้านั้นอาจไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนอกจากนี้การไม่มีคู่แข่งอาจหมายความได้ถึงต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงเป็นสินค้าที่ให้ผลกำไรน้อยไม่คุ้มทุน ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโรงงานหรือ Supplier และอื่นๆ ดังนั้นการที่สินค้านั้นยังมีคู่แข่งบ้างดูจะเป็นทางเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่าสินค้าที่ไม่มีคู่แข่งเลย

 

ดูให้แน่ใจก่อนเลือก Supplier

อย่าด่วนตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตหรือ Supplier เร็วเกินไป ธุรกิจคุณก็มีโอกาสพังได้ง่ายๆ เพราะเขาคือต้นทางสินค้าที่เราต้องทำงานด้วยในระยะยาว ควรหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดและพูดคุยตกลงในทุกประเด็นให้เป็นที่เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายทำความเข้าใจสินค้าและระบบการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Supplier ที่เป็นชาวต่างชาติซึ่งใช้ภาษาต่างกับเราและเราไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ง่ายหากเกิดปัญหา

มีระบบจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพ

การจัดการสต็อกถือเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและต้องการความรอบคอบมาก เพราะผู้ขายจะเป็นผู้ดำเนินงานแทนหลังรับออเดอร์ไปจนถึงจัดส่ง ควรศึกษาระบบการทำงานของ Drop Shipping Partner ด้วยว่ามีระบบบริหารสมาชิกอย่างไร ติดตามทุกขั้นตอนดำเนินงานได้หรือไม่ ไปจนถึงการติดตามสถานะสต็อกที่ต้องมีการอัปเดตตลอดเวลาเช่นกัน เปิดร้านบนอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ วิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างร้านออนไลน์สำหรับธุรกิจ drop shipping คือคุณสามารถสร้างบน Ecommerce Platform หรือใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีโครงสร้างเว็บไซต์ที่เกือบสมบูรณ์มาให้แล้ว ซึ่งไม่ต้องใช้ทักษะด้านเทคโนโลยีระดับสูงในการพัฒนา แต่อาจจะมีข้อจำกัดสำหรับการพัฒนาปรับแต่งเพื่ออัปเดตเว็บให้ตอบโจทย์ธุรกิจในอนาคตและ โดยเฉพาะกรณีที่คุณไม่มีทักษะ
มากพอสำหรับงานพัฒนาเว็บไซต์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน ดังนั้นก็ต้องลองวางแผนและตัดสินใจอย่างรอบคอบ แต่ทั้งนี้ก็ควรเผื่อทางเลือกและมองในระยะยาวด้วย

 


วางแผนโปรโมตทั้งระยะยาวและสั้น

มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าสินค้าน่าสนใจและเว็บไซต์ดึงดูด แต่คุณไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตัวจริงได้เสียทีคุณจึงต้องอาศัยแพลตฟอร์มทำโฆษณาออนไลน์ที่ช่วยพาสินค้าของคุณออกสู่สายตาคนกลุ่มนั้น อย่างการทำโฆษณาบน Facebook ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายได้ทันที เพราะคุณสามารถนำเสนอสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่คุณเลือกเองได้ แต่ก็อย่าเตรียมแผนโปรโมตใน
ระยะยาวด้วย อย่างการทำ SEO หรือ Email Marketing ที่ช่วยให้ลูกค้ายังคงเห็นคุณวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผ่านการค้นหาบน Google หรือ คอยส่งข่าวสาร แจ้งสิทธิพิเศษผ่าน Email อย่างสม่ำเสมอ

 

สำหรับผู้ผลิตที่สนใจทำ Drop Shipping และกำลังมองหาคลังสินค้ามาตรฐาน พร้อมระบบ Fulfillment

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

 

 

ที่มาบทความ: www.entrepreneur.com

She-economy เมื่อพลังสตรี ขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสด

เมื่อบทบาทของสตรีได้ถูกยกระดับและได้รับการยอมรับมากขึ้นตามที่เห็นได้ทั่วไป ทั้งในภาคแรงงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับผู้บริหาร ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารมากเป็นอันดับที่ 3 รองจากอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ พวกเธอยังเข้ามามีบทบาทสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากผลวิจัยโดยฮาร์วาร์ด บิสิเนส รีวิว ระบุว่า ผู้หญิงตัดสินใจด้วยตัวเองสูงกว่าร้อยละ 80 สำหรับการซื้อสินค้าประเภทที่อยู่อาศัย รถ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งแพ็กเกจท่องเที่ยว โดยมีปัจจัยมาจากรายได้ ความสามารถในการประกอบอาชีพที่ส่งผลให้ผู้หญิงมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เกิดเป็นแนวคิดที่เรียกว่า She-economy หรือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังหญิง และนำมาซึ่งโอกาสในการสร้างรายได้มหาศาลจากตลาดแห่งนี้

 

 

หลายๆ ธุรกิจก็หันมาให้ความสำคัญกับผู้บริโภคหญิงมากขึ้น มีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น ที่จอดรถ Lady Parking ห้องพักในโรงแรมที่แบ่งโซนสำหรับผู้หญิงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความพึงพอใจและเพิ่มความนิยมในกลุ่มลูกค้าหญิง ซึ่งการจะพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นชื่นชอบของผู้บริโภค เจ้าของแบรนด์ต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการให้ได้มากที่สุด เพราะภายในกลุ่มผู้บริโภคหญิงเองก็ประกอบด้วยหลายๆ กลุ่มย่อยที่มีไลฟ์สไตล์และรสนิยมที่แตกต่างกัน จากการสำรวจยังพบว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความชื่นชอบแบรนด์ไทย แต่ในทางเดียวกันก็กล้าที่จะลองซื้อและบริโภคสินค้าแปลกใหม่ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ ดังนั้นเจ้าของแบรนด์ไทยต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกอินไปกับตัวสินค้า นำไปสู่กระแสให้คนพูดถึงแบบปากต่อปาก รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมในความเป็นสินค้าของคนไทยหรือความภูมิใจในแบรนด์ไทยซึ่งเปรียบเสมือนการสร้าง Brand Royalty ที่จะส่งผลต่อแบรนด์ในแง่ความนิยมในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

 

ที่มา: verdict.co.uk

 

ไม่เพียงแค่ในแง่พัฒนาสินค้า การให้บริการด้านอื่นก็ปรับตัวตามเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคอย่างการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์รูปแบบต่างๆ ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อผู้บริโภคเพศใดเพศหนึ่ง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายนั่นเอง พวกเธอไม่เพียงใช้จ่ายไปกับเรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่ยังเป็นตัวแทนของครอบครัวในการบริหารการเงินในบ้าน การซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่มักจะกลายมาเป็นหน้าที่ของผู้หญิงและทำให้พวกเธอกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ยุคสังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society อย่างแท้จริง

 

จากการเก็บสถิติของทรูมันนี่ใช่ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2562 พบว่าผู้หญิงทำธุรกรรมบน TrueMoney Wallet เป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท และผลสำรวจจากฝั่ง Marketplace เจ้าดังอย่าง Lazada ก็พบว่าบนแพลตฟอร์มมีลูกค้ากลุ่มผู้หญิงเติบโตถึง 8% โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจสูงสุดอยู่ในกลุ่มสินค้าเพื่อความงาม 36% รองลงมาคือสินค้าแฟชั่น 29% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการใช้จ่ายของผู้หญิงที่สามารถผลักดันอุตสาหกรรม e-Wallet ได้เป็นอย่างดี

 

 

เมื่อโอกาสทองอยู่ในมือ Lazada จึงไม่พลาดที่จะฉวยโอกาสเปิดตัว Lazada Woman’s Festival ซึ่งเป็น mega campaign ที่จัดหนักไม่แพ้แคมเปญ 11.11 ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยแคมเปญ Woman’s Festival ยังมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างประสบการณ์การซื้อที่แปลกใหม่เพื่อหวังสร้างความประทับใจในกลุ่มลูกค้า อาทิ Innovative Magic Mirror ที่เปรียบเสมือนตู้ลองเสื้อผ้าที่มีระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ผลให้อัตโนมัติและสามารถซื้อผ่านตู้ได้ทันที และ See Now Buy Now Livestream Fashion Show การแสดงแฟชั่นโชว์จากดาราที่มีการไลฟ์สตรีมผ่านแอปฯ หากลูกค้าชอบชุดที่ดาราใส่ก็สามารถซื้อได้เลย

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เจ้าของธุรกิจรายเล็กอาจจะยังไม่สามารถใช้วิธีการแบบเจ้าใหญ่ได้ทุกวิธี แต่สิ่งที่คุณเอามาปรับใช้ได้คือการพยายามทำเข้าใจความชอบ พฤติกรรมลูกค้าและรู้จักปรับตัวตามเสมอ แน่นอนว่าการก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเป็นสิ่งที่เราต้องเจอในอนาคตอีกไม่ช้า คุณอาจจะเริ่มจากการปรับตัวที่ละนิด เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความพร้อมของคุณเองและลูกค้าเป้าหมาย พร้อมกับการวางระบบบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

 

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มาบทความ:

moveonblog.com
mgronline.com
marketingoops.com

Social Media ช่วยหนุน E-commerce อย่างไร ในวันที่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าผู้บริโภคมักจะศึกษาข้อมูลให้แน่ใจในตัวสินค้าเสียก่อนและโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเข้าถึงข้อมูลนั้นง่ายมาก ไม่เพียงแค่หาข้อมูลเองผ่านสื่อออนไลน์ แต่พวกเขายังมองหารีวิวจากผู้บริโภครายอื่นๆ เพื่อย้ำความน่าเชื่อถือ จะมีช่องทางไหนกันที่พวกเขาจะรับข้อมูลที่มาจากการบอกต่อในกลุ่มเพื่อนถ้าไม่ใช่ Social Media ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว หลายๆองค์กรธุรกิจเองก็เลือกใช้ Social Media เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเช่นกัน เพราะพวกเขาได้พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เมื่อมีเรื่องเร่งด่วนก็สื่อสารได้รวดเร็วขึ้นด้วย  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการใช้ Social Media กับการทำธุรกิจเท่านั้น มาดูกันว่าในระยะยาว Social Media จะช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไรบ้าง

 

 

ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าตัวจริง (Leads)

จากการที่องค์กรธุรกิจและร้านค้ามักจะมีการเก็บข้อมูลและช่องทางติดต่อลูกค้าผ่านการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ อยู่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการทำโฆษณาออนไลน์ไปหาคนกลุ่มนี้ได้ หรือถ้าอยากกรอง Lead ให้มีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาคือลูกค้าตัวจริงที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าของคุณสูงมาก ก็สามารถทำโฆษณาที่มีการ personalized หรือใส่ตัวแปรด้านความสนใจต่างๆ เข้าไป เพื่อเจาะกลุ่มคัดเฉพาะคนที่สนใจในเรื่องนั้นจริงๆ

 

ช่วยให้ร้านค้าปิดการขายได้เร็วขึ้น

การมี Social Media เป็นอีกหนึ่งช่องทางการขาย ช่วยให้คุณปิดการขายได้เร็วขึ้นอย่างไร? ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อก็มักจะหาข้อมูลก่อนซื้อ อาจจะใช้เวลามากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ซื้อ เมื่อจุดเด่นของ Social Media คือการสื่อสารกันได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้จึงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจของลูกค้าลงได้ โดยการที่คุณให้แอดมินร้านค้าคอยสังเกตการณ์และตอบคำถามลูกค้าให้เร็วที่สุดเมื่อมีข้อสงสัยเข้ามา และหากมีการคอมเมนต์ การกล่าวพาดพิงถึง แบรนด์แอดมินก็สามารถเข้าไปช่วยตอบคำถาม นำเสนอสินค้าในคอมเมนต์นั้นได้ เมื่อลูกค้ารู้ในสิ่งที่สงสัยเร็วขึ้น ก็ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

 

 

ช่วยสร้างการรับรู้ กระจายชื่อเสียงให้แบรนด์

เมื่อ Social Media คือช่องทางยอดนิยมที่คนยุคปัจจุบันใช้รับข่าว เราก็ใช้เป็นช่องทางสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ได้ ก่อนอื่นเราต้องศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าของเรากระจายตัวอยู่บนแพลตฟอร์มไหนบ้าง จากนั้นเราก็เลือกทำคอนเทนต์ขายสินค้าและนำเสนอในแบบที่ “ถูกจริต” ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย และสามารถสื่อสารความเป็นแบรนด์ของเราให้คนจดจำได้ สามารถเลือกทำคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบตามเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่คุณอยากนำเสนอ เช่น บทความสำหรับให้รายละเอียดข้อมูล มีมสำหรับสร้างอารมณ์ร่วมด้วยภาพและข้อความสั้นๆ คอนเทนต์ Real-time โดยอาจจะเป็น LIVE หรือภาพโพสต์ต่างๆที่พูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ เป็นต้น นอกจากสร้างการรับรู้หรือ Awareness แล้ว ยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากคนที่เข้ามาติดตาม และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการขอรีวิวออนไลน์จากลูกค้าเพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ด้วย

 

รักษาลูกค้าไม่ให้หนีไปไหน

การรักษาลูกค้าไม่ให้หายไปไหน นั่นคือการทำให้เขากลับมาซื้อกับเราต่อเนื่องไม่ใช่แค่ซื้อครั้งเดียวแล้วหายไป ทำได้โดยการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เริ่มจากการที่คุณต้องทำให้เขาเห็นหน้าบ่อยๆ ซึ่งก็กลับไปที่เรื่องการทำคอนเทนต์และการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ท่องไว้เสมอว่าการสร้างลูกค้าใหม่ยากกว่าการรักษาลูกค้าเก่าไว้แน่นอน เพราะลูกค้าเก่ารู้จักและเชื่อถือคุณในระดับหนึ่งแล้วสิ่งที่คุณต้องทำจึงมีเพียงแค่การให้บริการที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย ต่างกับคนที่ยังไม่เป็นลูกค้าที่คุณต้องใช้สารพัดวิธีชักชวนให้เขาหันมาสนใจแถมใช้ต้นทุนสูงกว่าด้วย

 

 

โดยสรุปแล้วการทำธุรกิจ E-commerce ยุคใหม่จึงหนีไม่พ้นเรื่องของการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวโดยใช้ Social Media เป็นตัวช่วย เมื่อพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนคุณก็ต้องปรับวิธีการเข้าหาลูกค้า และไม่เพียงการสื่อสารเท่านั้น การบริหารจัดการงานภายในร้านของคุณก็ต้องรักษาประสิทธิภาพให้ดีด้วย เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ในทุกครั้งที่ซื้อ รวมถึงรู้จักใช้เทคโนโลยี หาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาช่วยงานและแบ่งงานให้กับคนที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม

 

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

 

ที่มา : www.krusecontrolinc.com

4 เทคนิคดึงลูกค้าบน Online Marketplace มาเป็นของเรา

ในยุคที่ใครก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายๆ นั้น หนึ่งในปัจจัยที่ส่งเสริมก็คือการมีแพลตฟอร์ม Online Marketplace ที่ออกแบบให้ใช้งานระบบได้ง่าย เงื่อนไขการเป็นสมาชิกก็น้อย แถมมีฟังก์ชั่นส่งเสริมการตลาดช่วยร้านค้าโปรโมตสินค้าที่บางครั้งเจ้าของแพลตฟอร์มก็ใจดีเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทำการตลาดให้ฟรีๆด้วย สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงดึงดูดร้านค้าเข้าไปร่วมทำธุรกิจ แต่รวมถึงลูกค้าที่ถูกดึงดูดเพราะส่วนลด และความสะดวกสบาย แน่นอนว่าร้านค้าปลีกทั้งออฟไลน์และออนไลน์ที่ไม่ได้เติบโตบน Online Marketplace ตั้งแต่แรกต่างก็ได้รับผลกระทบจากที่โดนเจ้าใหญ่แย่งตลาดไป ซึ่งการจะหาทางสู้เพื่อแย่งตลาดคืนมานั้นแทบจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ถ้าคุณเป็นเพียงบริษัทเล็กๆที่ไม่ได้มีทุนหนาหรือมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งพอ เมื่อล้มไม่ได้ก็ต้องปรับตัวโดยใช้ Online Marketplace เป็นทางลัดเติบโตธุรกิจของคุณซะเลย ซึ่งทำได้ดังนี้

 

 

ใช้ Online Marketplace เป็นอีกช่องทางเพิ่มโอกาสขาย

นอกจากมีเว็บไซต์หรือเปิดร้านบน Social Media Platform แล้ว การเปิดร้านบน Online Marketplace ก็เหมือนเป็นการขยายสาขาร้านออกไปยังพื้นที่อื่นที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายซึ่งพร้อมจะซื้อสินค้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเปิดร้านบน Marketplace ที่ตัวระบบจะมีการแนะนำร้านเปิดใหม่บนหน้าแรกหรือร้านที่ขายสินค้าที่ใกล้เคียงกับประวัติการค้นหาของลูกค้าขึ้นมาแนะนำ ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามองเห็นเราได้มากขึ้น หากพิจารณาในแง่ Customer Journey ลูกค้ามี Awareness ในสินค้าของคุณได้ผ่านหลากหลายช่องทาง เช่น รู้จักร้านคุณผ่านการแชร์ต่อบน Social Media Platform เมื่อสนใจในสินค้า พวกเขาก็ต้องการพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งอาจเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มในเว็บไซต์ แล้วไปจบที่การตัดสินใจสั่งซื้อผ่านหน้าร้านบน Online Marketplace ก็เป็นได้ ดังนั้นยิ่งมีช่องทางการขายหลายทางก็ยิ่งได้เปรียบ

 

 

ขายความสะดวกสบายที่เราให้ได้มากกว่า

แม้ว่าจะอยู่บน Online Marketplace แพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ละร้านค้ากลับมีตัวเลือกในการจัดส่งที่แตกต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นการส่งฟรีผ่านตัวแทนทั้งแบบธรรมดาหรือส่งด่วน ร้านเราสามารถเพิ่มทางเลือกที่มากกว่าโดยการให้ลูกค้าไปรับสินค้าที่หน้าร้านได้ (หรือแม้แต่การนัดรับตามสถานที่ต่างๆ) ซึ่งเป็นการเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าที่อยากได้สินค้าเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าก็ได้ตรวจสอบคุณภาพสินค้าจริงก่อน (แถมคุณยังได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งด้วย)

 

 

 

ที่มา : openbusinesscouncil.org


ถือโอกาสโปรโมตร้านบน
Marketplace 

ตามที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้เรื่อง Customer Journey ที่ลูกค้าสามารถเกิด Awareness กับร้านเราได้จากหลายช่องทาง การมีร้านบน Online Marketplace เป็นอีกที่ที่สร้าง Awareness ให้เราได้ ซึ่งหากลูกค้ารู้จักเราแล้วชอบก็อาจไปติดตามบน Social Media หรือ Website ของเราอีกที โดยพวกเขาอาจนำชื่อร้านไปค้นหาต่อเองหรือเห็นช่องทางติดต่อจากที่เราใส่ไว้ในส่วนข้อมูลบนหน้าโปรไฟล์ร้านใน Online Marketplace ไม่เพียงแค่ช่องทางออนไลน์ หากคุณมีหน้าร้านก็สามารถเพิ่มโลเคชั่นลงไปด้วยได้เพื่อให้ลูกค้าที่อยากลองสินค้าจริงสามารถมาเลือกสินค้าที่ร้านได้  (พฤติกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับเทรนด์การซื้อขายแบบ Omni-Channel ที่ลูกค้าจะหาข้อมูลออนไลน์ก่อนจะเลือกชมสินค้าจริงและตัดสินใจซื้อนั่นเอง)

 

 

 

รู้จักใช้ประโยชน์จากการทำการตลาดบน Marketplace

ตามที่เรามักจะเห็นอยู่บ่อยๆ (แทบจะทุกเดือนเลยก็ว่าได้) ที่ Online Marketplace มักกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ต่างๆ ออกมายั่วใจนักช็อป บางแพลตฟอร์มก็ใจป้ำช่วยออกค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดให้บรรดาร้านๆฟรีๆกันไปเลย เรียกได้ว่าแฮปปี้ทั้งเจ้าของร้านที่ได้ประหยัดงบการตลาดและลูกค้าที่ได้ซื้อของถูก หากเรามีร้านบน Online Marketplace ก็ควรใช้โอกาสนี้ในการโปรโมตร้านและสร้างยอดขายได้ ขณะเดียวกันเราก็สามารถเรียนรู้และนำแนวทางการทำการตลาดของ Online Marketplace มาเป็นแนวทางทำกี่ตลาดของเรา เช่น ดูว่าโปรไหนลูกค้าชอบ ช่วงวันและเวลาใดที่ควรทำหรือหลีกเลี่ยงการจัดโปรโมชั่น หรือแม้แต่เพิ่มลูกเล่นให้โปรโมชั่นร้านเราน่าดึงดูดกว่าของเขา

 

อีกเคล็ดลับที่ขอฝากทิ้งท้ายคือการมีระบบ Fulfillment ที่ช่วยจัดการงานสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเห็นได้จากที่ Online Marketplace หลายๆ เจ้าพยายามพัฒนาระบบ Fulfillment ของตัวเองให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพเพราะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ซื้อขายที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งร้านของเราก็สามารถนำแนวคิดนี้มาพัฒนาระบบ Fulfillment ของเราเองได้เหมือนกัน ซึ่งคุณอาจจะมีคลังสินค้าและสร้างระบบด้วยตนเองหรืออีกทางเลือกคือการใช้บริการจากบริษัทเอกชนที่มีความพร้อม ให้ช่วยดูแลงาน Fulfillment แทนเรา

 

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

4 เทคนิค ช่วยประหยัดงบโฆษณา Facebook ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

การกำหนดงบโฆษณา Facebook อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกำหนดได้ยาก ไม่มีสูตรตายตัวเนื่องจากวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา ประเภทคอนเทนต์ งบประมาณที่ต่างกัน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทำให้นักทำโฆษณาไม่สามารถใช้วิธีเหมือนกันได้ซะทีเดียวต้องอาศัยประสบการณ์ การรู้จักพลิกแพลง การสังเกต ปรับปรุงจนกระทั่งมีแนวทางเป็นของตัวเอง และความรู้ที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ก็เป็นเทคนิคที่คุณสามารถนำไปลองใช้และพลิกแพลงจนได้แนวทางในการทำโฆษณาให้ประหยัดขึ้นได้เช่นกัน

 

ปรับปรุง Ad ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละ Placement

 

ในช่วงเริ่มต้นของการทำโฆษณาเราควรเลือกให้โฆษณาไปแสดงบนทุก Placement ปล่อยให้แคมเปญได้ทำงานสักพักแล้วกลับมาดูผลที่ฟังก์ชั่น  Breakdown อีกครั้งว่า Placement ใดให้ผลลัพธ์ดีที่สุด ซึ่งคุณดูได้ด้วยว่าโฆษณาของคุณถูกมองเห็นผ่านช่องทางใดมากที่สุด (desktop mobile app หรือ mobile web)

 

 

หากคุณ Optimized โฆษณาโดยเหลือไว้แค่ Placement ที่ให้ผลดีที่สุดเท่านั้น แล้วตัด Placement อื่นๆ ที่ราคาแพงกว่าและให้ผลลัพธ์น้อยกว่าออก เท่ากับเป็นการจำกัดยอด Reach รวมถึงผลลัพธ์ที่อาจทำได้ดีขึ้นหากปล่อยให้แคมเปญทำงานอีกสักระยะก็เป็นได้  แทนที่จะตัด Placement ออกไปเลย คุณสามารถสร้าง ad ที่ต่างกันสำหรับใช้กับแต่ละ Placement โดยเฉพาะ การทำแบบนี้นอกจากจะเป็นการ Optimized ที่ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแล้ว ยังทำให้คุณได้พิจารณาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจตัด Placement ใดๆ ออกไปเลย

 

 

ทดลองใช้การ Bid หลายๆ แบบ

แม้ว่า Facebook จะมีวิธี bid ให้เลือก 4 แบบ แต่การเลือก Objective และ Ad Delivery ของคุณอาจไปจำกัดตัวเลือกในการ Bid ได้ ถ้าไม่อยากให้ตัวเลือกน้อยลงคุณสามารถสร้างโฆษณาโดยเลือก Objective เป็น Conversion ซึ่งให้ทางเลือกในการ Bid  มากขึ้น จากนั้นไปที่ส่วน Optimization for Ad Delivery เลือกเป็น Conversions

 

 

ส่วนของ Bid Strategy ที่อยู่ถัดไป หากคุณเลือกเป็น Bid Cap ที่ช่วยให้คุณใช้งบไปกับ Impression และ Click ที่ถูกที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็อาจเป็นการตัดโอกาสการมองเห็นจากกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงไปด้วย ส่งผลไปถึง Click Through Rate และ Relevance Score ได้ แต่ถ้าคุณเลือกการ Bid  เป็น Target Cost เป็นการเพิ่มโอกาสให้โฆษณาถูกแสดงบน Placement ที่มีคุณภาพขึ้น ในขณะที่งบประมาณจะมีค่าเฉลี่ยที่คงตัว การได้ Placement ที่ดีขึ้นก็ยิ่งมีโอกาสที่การทำโฆษณาชุดนั้นจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มากขึ้น Click และ Relevance Score ก็สูงขึ้น แต่ Cost Per Result ถูกลง

 

 

กล่าวโดยสรุปคือ Bid Strategy ที่คุณเลือกมีผลต่อจำนวนงบประมาณและเวลาที่คุณจะใช้ไปกับงบก้อนนั้น ดังนั้นการลองใช้ Bid Strategy หลายๆแบบร่วมกับการใช้ Target Cost จะช่วยให้คุณได้แนวทางในการ Bid ที่ได้ผลลัพธ์ราคาถูกและคุ้มยิ่งขึ้น

 

 

ตั้งค่าให้ Ad แสดงเฉพาะวันและเวลาที่ให้ผลลัพธ์ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนจะตั้งค่าโฆษณาให้แสดงตามวันและเวลา เราต้องรู้ก่อนว่าวันและช่วงเวลาใดมีผลลัพธ์ที่ดีบ้าง ซึ่งดูได้จาก Facebook Ads Dashboard เลือก Reports drop-down menu แล้วเลือก All > Time of Day (Viewer) เมื่อเข้าสู่หน้า Report จะมีเมนูซ้ายมือให้เลือกแท็บ Metrics และพิมพ์Spent ในช่องค้นหา จากนั้นจะมีผลลัพธ์แสดงขึ้นมาด้านล่าง ให้คลิกเลือกAmount Spent เพื่อเพิ่มการวัดผล Amount Spent เข้าไปใน Report ช่วยให้เห็นช่วงเวลาและวันที่มีการแสดงโฆษณาแต่ไม่เกิด Conversion ที่สร้างรายได้ การที่คุณตั้งค่าไม่ให้โฆษณาแสดงในช่วงเวลานั้นจึงช่วยคุณประหยัดงบประมาณได้ แต่หากวัตถุประสงค์ของคุณไม่ได้เน้นให้เกิด Conversion ที่เป็นรายได้คุณสามารถปรับที่การเลือกโฆษณาในช่วงเวลาที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด

 

ก่อนที่คุณจะเข้าไปตั้งค่าให้โฆษณาแสดงตามเวลา คุณต้องไปเปลี่ยน Budget ให้เป็น Lifetime Budget ในส่วน Budget & Schedule จากนั้นเลือก Start และ End Date เลื่อนลงมาที่ส่วน Ad Scheduling ให้เลือก Run Ads on a Schedule จะมีตารางเวลาขึ้นมาให้คุณเลือกไฮไลท์เฉพาะวันและเวลาที่คุณต้องการให้โฆษณาแสดง

 

 

เลือกใช้ Saved Audience ร่วมกับ Lookalike Audience และ Custom Audience

โดยทั่วไป Facebook Custom Audiences และ Lookalike Audiences ช่วยเพิ่ม Relevance Score และมักให้ผลที่ดีกว่า Saved Audiences  ดังนั้นการรวม Audience ทั้งสามประเภทจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงที่สุด

 

 

ขั้นแรกคุณต้องดูก่อนว่า Audience ในแคมเปญนั้นๆให้ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ดูได้ที่ส่วน Breakdown อาจเลือกดูผลการ Delivery ตามช่วงอายุ (Age) หรือเพศ (Gender) โดยคุณสามารถ Optimized กลุ่ม Audience ได้ด้วยการเลือกตัดอายุหรือเพศที่ให้ผลลัพธ์ไม่ดีออกไป แต่หากตัดเพศใดเพศหนึ่งออกไปเลยจะทำให้จำนวน Audience ของคุณลดลงไปเยอะ ดังนั้นคุณอาจสร้าง Ad Sets และ Ads ที่ต่างกันสำหรับ Audience แต่ละเพศเพื่อให้การวัดผลทำได้แม่นยำขึ้น

 

 

นอกจากการปรับตามที่เพิ่งยกตัวอย่างไปคุณยังเลือกปรับที่ตั้ง (Location) ภาษา (Language) การลดหรือเพิ่มคุณลักษณะอื่นๆลงไปทั้ง  ความสนใจ (Interests) พฤติกรรม (Behaviors) และข้อมูลประชากร (Demographic Data) ยิ่งคุณเจาะจงได้มากเท่าไรก็ยิ่งช่วยให้คุณได้กลุ่มเป้าหมายที่ใกล้เคียงมากขึ้น

แต่ถ้าคุณปรับ Audience ตามที่ยกตัวอย่างนี้แล้ว สิ่งที่คุณควรระวังอย่างหนึ่งคือจำนวน Audience ที่เป็น Potential Reach อาจจะเหลือน้อยมาก รวมทั้งค่า Ad Frequency ที่พุ่งสูงขึ้นทำให้ Audience กลุ่มเป้าหมาย ยิ่งเห็นโฆษณาบ่อยจนเกิดความรำคาญและเลือกปิดโฆษณาไม่ให้แสดงอีกต่อไปได้

 

ปรับปรุงโฆษณาออนไลน์เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมจัดการงานหลังบ้านให้เรียบร้อย ดูแลลูกค้า จัดการงานสต็อก ตรวจสอบงานให้เป็นไปตามคุณภาพเสมอ หากคุณรู้จักวางระบบให้ดีไม่ว่าจะงานขั้นตอนไหนก็จัดการได้ตรงตามมาตรฐาน แต่ถ้าไม่อยากสร้างระบบจัดการสต็อกเองก็ปรึกษาผู้ให้บริการ Fulfillment ที่รับจัดการงานสต็อกตั้งแต่การ QC และจัดเก็บของในโกดัง ช่วยดูแลงานแพ็คสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งที่รวดเร็วทันเวลา ที่ช่วยคุณประหยัดทั้งแรงและเวลา ไม่ต้องกังวลเรื่องการควบคุมคุณภาพงาน ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย

 

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา : www.socialmediaexaminer.com