preloder

แพ็กของแพงไม่ให้พัง ป้องกันสินค้าชำรุดง่ายจนถึงปลายทาง

ลุ้นกว่าของที่ส่งจะถึงเมื่อไหร่คือการลุ้นว่าของข้างในจะเสียหายหรือเปล่า ยิ่งเป็นของราคาแพง เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา กล้องถ่ายรูป น้ำหอม แล้วเปิดกล่องมาเจอว่าได้รับความเสียหายก็คงจะแทบทรุดลงไปนั่งกับพื้น โดยเฉพาะคนค้าขายที่ต้องรับผิดชอบความเสียหายจากการแพ็กไม่ดีพอ ฉะนั้นป้องกันตั้งแต่ของยังอยู่ในมือเราคือทางออกที่ดีที่สุดเพราะเราเท่านั้นที่รู้ว่าของในกล่องคืออะไร เสียหายง่ายแค่ไหน สร้างความมั่นใจได้ด้วยการแพ็กที่แน่นหนาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย และหากทำตามเคล็ดลับการแพ็กของที่เรานำมาฝากในบทความนี้รับรองว่าพัสดุของคุณปลอดภัยหายห่วงจนถึงปลายทางแน่นอน

 

 

แพ็กของต้องใช้อะไรบ้าง

  • กล่องกระดาษ
  • เชือก เทปกาว
  • หนังสือพิมพ์เก่าหรือกระดาษฝอย โฟมตัวหนอน
  • บับเบิ้ล
  • อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ซองพลาสติก วัสดุเสริมความแข็งแรงของกล่อง

 

เริ่มต้นจากกล่องพัสดุที่ใช่

เลือกกล่องให้ขนาดพอดีหรือใกล้เคียงกับของที่เราจัดส่งมากที่สุด เพราะยิ่งเหลือที่ว่างในกล่องน้อย โอกาสได้รับการกระแทกก็น้อยลง ทั้งนี้ยังช่วยประหยัดค่าส่งได้ด้วยเนื่องจากตัวแทนจัดส่งบางบริษัทมีการคิดค่าบริการตามขนาด นอกจากนี้กล่องพัสดุที่ใช้กระดาษ ความหนา จำนวนชั้นที่ต่างกัน ก็มีความแข็งแรง คงทนและคุณสมบัติในการกันกระแทกที่ต่างกัน มีตั้งแต่ความหนา 2 3 และ 5 ชั้น ถ้าต้องการส่งของขนาดใหญ่ น้ำหนักมากหรือของที่เสียหายได้ง่ายก็ควรเลือกใช้กล่องที่มีความหนา 5 ชั้นที่ไม่ฉีกขาดง่าย ลดแรงกระแทกได้ดี

 

เพิ่มความแน่นหนาสักนิดถ้าคิดส่งของเหลวหรือของมีคม

หากจะส่งของเหลว เช่น น้ำหอม ครีม เจลต่างๆ ควรเช็คความแน่นหนาของตัวบรรจุภัณฑ์ว่าปิดมาอย่างดี และใช้เทปกาวติดที่ฝาเพื่อป้องกันไม่ให้ฝาหลุด จากนั้นแพ็กในถุงพลาสติกก่อนห่อด้วยบับเบิ้ลอีกที ทั้งนี้เป็นการป้องกันหากของเหลวไหลซึมออกมาจะได้ไม่ทำให้ของชิ้นอื่นๆ ในกล่องเดียวกันเสียหายตามไปด้วย ถ้าคุณส่งของในหน้าฝนการห่อด้วยถุงพลาสติกอีกชั้นยังสามารถช่วยป้องกันความเสียหายจากความเปียกชื้นได้ด้วย หากจำเป็นต้องส่งของมีคม เช่น มีด กรรไกร ควรใส่โฟมกันกระแทกที่ปลายแหลมคมก่อนห่อด้วยบับเบิ้ลอีกชั้น

 

 

เสริมความแกร่งด้วยวัสดุกันกระแทก วางในตำแหน่งที่เหมาะสม

นอกจากการห่อด้วยบับเบิ้ลที่มักทำกันโดยทั่วไปแล้ว ควรมีการใส่กระดาษฝอย โฟมรูปตัวหนอน หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อเติมช่องว่างในกล่องให้เต็มลดโอกาสที่ของจะไหลไปกระแทกกับจุดต่างๆในกล่อง และช่วยป้องกันการกระแทกที่เกิดระหว่างกระบวนการจัดส่งด้วย ในการจัดของลงกล่องก็ควรคำนึงถึงทิศทางการวาง ไม่ให้ของไหลมาชนกันเอง ไม่วางส่วนที่บอบบางในจุดที่มีโอกาสถูกกระแทกได้สูง ระวังส่วนที่มีคมไม่ให้ทะลุออกมาจากบับเบิ้ลที่ห่อไว้ มีการกระจายน้ำหนักที่เหมาะสมในกล่อง สำหรับใครที่นำกล่องที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้ซ้ำก็ควรเช็คความเรียบร้อย ดูว่าไม่มีจุดที่ฉีกขาด ควรใช้โฟมรองที่มุมกล่องเพื่อเสริมความหนาแน่นและช่วยให้รองรับการกระแทกได้ดีขึ้นด้วย (สำหรับร้านค้าแนะนำว่าใช้กล่องใหม่จะดีกว่า เพื่อภาพลักษณ์ของร้านนะครับ)

 

 

เช็คให้มั่นใจก่อนส่ง

หลังจากแพ็กของลงกล่องแล้วควรลองเขย่าดูว่ามีพื้นที่ในกล่องเหลือเยอะหรือไม่ ถ้าเขย่าแล้วของยังเลื่อนไปมา ควรเปลี่ยนกล่องให้ไซซ์เล็กลงหรือยัดวัสดุกันกระแทกเข้าไปเพิ่ม แพ็กของเรียบร้อยแล้วก็ติดเทปกาวบนฝากล่องเป็นรูปตัว H คือแปะตรงที่ฝากล่องมาชนกันตรงกลาง ตามด้วยขอบกล่องด้านข้างอีกสองด้าน โดยแปะเป็นแนวยาวให้กล่องยึดติดกันตลอดแนว หากของในกล่องบอบบาง เสียหายง่ายควรติดป้าย Fragile (แตกหักง่าย) หรือเขียนข้อความตัวใหญ่ๆ ในจุดที่มองเห็นง่าย เพื่อให้ผู้จัดส่งเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

 

 

การห่อของที่เสียหายง่ายอาจจะใช้เวลาสักหน่อย แต่ก็เป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ไม่ต้องมาหัวเสียเมื่อของส่งถึงที่แล้วเสียหาย ต้องชดเชยให้ลูกค้าแถมชื่อเสียร้านอาจเสียหายไปด้วย สำหรับใครที่เวลาน้อยแต่ต้องการจัดการงานละเอียดให้เสร็จทันเวลาก็ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระบบ Fulfillment อย่าง Akita Warehouse ดูได้ นอกจากจะดูแลของให้อย่างดีตั้งแต่รับเข้ามาเก็บที่คลังสินค้าแล้ว ยังมีบริการแพ็กสินค้าที่คุณ Customized ได้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่แตกหักง่ายอย่างเครื่องประดับ นาฬิกา กล้องถ่ายรูป น้ำหอม หรือสินค้าประเภทไหนๆ ก็จัดการห่อให้ได้หลากหลายรูปแบบ จัดส่งเร็วทันใจผ่านตัวแทนทั้งไปรษณีย์ไทยและเอกชนแบบไม่มีตกหล่น

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!