preloder
Subscription Box

เทคนิคจัดการสต็อกสินค้า สำหรับธุรกิจ Subscription Box

การเริ่มทำ Subscription Box นั้นคุณต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจเป็นปีในการวางแผนธุรกิจตั้งแต่การสร้างแบรนด์ สร้างเอกลักษณ์ของสินค้า การดีไซน์รูปแบบ Packaging ซึ่งเป็นหนึ่งในงานที่เกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการสต็อกสินค้า ที่ถือเป็นงานที่ยากและท้าทาย เนื่องจากระบบจัดการสต็อกควรมีการอัปเดตสถานะทันทีที่มีการเคลื่อนไหวของสินค้าในสต็อกเพื่อให้จำนวนสินค้าคงคลังถูกต้องอยู่เสมอ ป้องกันความผิดพลาดในการประมาณการจำนวนสินค้าที่ต้องเตรียมสั่งมาเพิ่ม

การคำนวณที่ผิดพลาดสามารถส่งผลโดยตรงถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการ การต้องเก็บรักษาสินค้าจำนวนมากหมายถึงการที่คุณต้องใช้ทรัพยากรในการดูแลที่มากขึ้น ทั้งพื้นที่ พลังงาน เวลา และกำลังคน ขณะเดียวกันการมีสินค้าคงคลังไม่เพียงพอจำนวนออเดอร์ส่งผลให้การทำงานล่าช้า ลูกค้าได้รับสินค้าช้ากว่ากำหนด สร้างความเสียหายให้ธุรกิจทั้งในแง่ยอดขายและโดยเฉพาะชื่อเสียงของแบรนด์

การจะสร้างระบบจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพนั้น คุณต้องอาศัยการค้นคว้า เก็บข้อมูล และการทำความเข้าใจในแบรนด์อย่างลึกซึ้ง เพื่อปูทางไปสู่การวางแผนจัดการที่สอดคล้องกับตัวสินค้าและทิศทางของแบรนด์ให้ได้มากที่สุด และสำหรับ Subscription Box คุณสามารถเริ่มได้จากขั้นตอนพื้นฐานที่เรากำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้

 

Subscription-Box_fulfillment-warehouse

ใช้ประโยชน์จาก Sales Forecasting

โดยทั่วไปแล้วเรามักจะประมาณการยอดขายล่วงหน้าผ่านข้อมูลยอดขายช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความต้องการสินค้าในช่วงเวลานั้น (เช่น ร่มมักขายดีในหน้าฝน ช็อกโกแลตขายดีวันวาเลนไทน์) ซึ่งหากคุณมีข้อมูลที่จำเป็นเพียงพอก็ทำให้การคำนวณสต็อกสินค้าแม่นยำยิ่งขึ้น

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มทำ Subscription Box มักจะยังไม่มีข้อมูลยอดขายเพื่อใช้ประมาณการจำนวนสต็อกสินค้าล่วงหน้า สิ่งที่คุณทำได้คือการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการตลาดที่คุณกำลังใช้งานอยู่ เช่น Social Media การทำแบบสำรวจออนไลน์ ซึ่งช่วยให้คุณได้มาซึ่งข้อมูลที่บอกความสนใจและแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย Subscription Box ได้

 

Subscription-Box_inventory management

 

 

สั่งสินค้าในปริมาณที่คุณต้องการจริงๆ เท่านั้น

เป็นที่รู้กันว่าการสั่งสินค้าล็อตใหญ่ทำให้คุณได้สินค้าราคาเหมาจ่ายที่ถูกลง แต่ขณะเดียวกันการมีสินค้าจำนวนมากนั่นหมายถึงพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ต้องเตรียมไว้รองรับเพิ่มขึ้นด้วย เกิดค่าใช้จ่ายในการจัดการที่เพิ่มขึ้นตาม ทั้งพลังงาน บุคลากร ถ้ามีออเดอร์เข้ามาต่อเนื่องก็คงไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่เมื่อใดที่ออเดอร์เข้ามาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ คุณก็จะมีสินค้าคงคลังค้างสต็อกจำนวนมากและยังคงต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสต็อกอย่างต่อเนื่อง ก่อนคิดจะยังสินค้าล็อตใหญ่ทีเดียวคุณควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเป็นไปว่าสินค้าเหล่านี้จะไม่เหลือค้างสต็อกนานเกินไป

 

วางแผนบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจัยหลักที่เจ้าของธุรกิจต้องคํานึงถึง คือ Shelf Life หรืออายุของสินค้า และ Safety Stock หรือสินค้าคงคลังขั้นตํ่า เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างจํานวนสินค้า และจํานวนสมาชิกของแต่ละธุรกิจ

การสร้างความสมดุลนั้นไม่มีสูตรตายตัว เนื่องจากแต่ละธุรกิจมีปัจจัยที่ต้องคํานึงแตกต่างกัน เช่น สินค้าที่มีวันหมดอายุ อย่าง อาหาร เครื่องสําอาง การประเมินจํานวนสมาชิกที่คาดว่าจะเพิ่มหรือลดเป็นสิ่งที่จําเป็นเพราะหากคํานวณผิดพลาด นั่นหมายถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุนสำหรับดูแลสินค้าและต้นทุนที่เสียไปกับสินค้าที่เก็บค้างในคลังจนเน่าเสีย

หากมีแนวโน้มที่จะเกิดสินค้าคงคลังมากเกินไปตามที่กล่าวมา ผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงได้ โดยการจัดส่งสินค้าคงคลังนั้นๆ เป็น Surprise Box ให้ผู้บริโภค หรือปะปนไปกับสินค้ายอดนิยมเพื่อให้สมาชิกได้ลองสินค้าใหม่ๆ นอกจากได้ระบายสินค้าแล้วยังได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ


Subscription-Box_fulfillment-warehouse

 

ใช้บริการ Outsource ที่มีระบบและมืออาชีพพร้อมช่วยงานได้ทันที

อีกหนึ่งทางลัดที่ช่วยให้คุณไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดการสต็อก และการแพ็คของสำหรับ Subscription Box คือการส่งต่องานให้ผู้ให้บริษัทเอกชนที่มีบริการ Fulfillment Warehouse เข้ามาช่วยงานได้ทันที เพราะบริการเหล่านี้มีพร้อมทั้งระบบจัดการคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน และโปรแกรมจัดการสต็อกสินค้าที่อัปเดตสถานะสต็อกได้แบบเรียลไทม์ คุณจึงสามารถติดตามงานได้ทุกขั้นตอนผ่านโปรแกรมจัดการสต็อกสินค้าแม้ไม่ได้ลงมือทำเอง

ด้วยรูปแบบของ Subscription Box ที่ค่อนข้างจุกจิกในขั้นตอนการหยิบสินค้าและแพ็คลงกล่อง เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนจะได้รับสินค้าที่ต่างกันไปตามแพ็กเกจสมาชิกที่เลือก  การที่คุณใช้บริการ Fulfillment Warehouse จึงเป็นการดึงงานที่จุกจิกเสียเวลาส่วนนี้ออกไป อีกทั้งคุณยังเลือกปรับแต่งรูปแบบการแพ็คได้ตามต้องการ ที่สำคัญคือคุณสามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้แม่นยำ เพราะบริการ Fulfillment Warehouse มักมีความยืดหยุ่นในการคิดค่าบริการ โดยจะคิดตามการใช้งานจริงของคุณเท่านั้น  แน่นอนว่าคุ้มค่ากว่าคุณสร้างคลังทั้งหลังเองและแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องต้นทุนการจัดการตามที่เราได้กล่าวไปแล้ว

 

คลิก! เพื่ออ่าน >> รวมบทความ Fulfillment

 

อยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าแทนคุณ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

ที่มา

Source

Source