preloder

ทำความเข้าใจ 4P หลักการตลาดที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นขายของออนไลน์ต่างประเทศ

หลักการตลาด 4P คือหลักการพื้นฐานที่คนทำธุรกิจทุกรูปแบบควรเข้าใจ เพื่อใช้ในการเป็นไกด์ไลน์สำหรับการวางแผนการตลาด โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ Product Price Place และ Promotion โดยเราต้องวางแผนให้แต่ละส่วนมีความสอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน

ในส่วนของการขายออนไลน์นั้นไม่ได้จบแค่การอัปโหลดรูปสินค้า ใส่ข้อมูล ราคา และยิ่งคุณต้องการเริ่มต้นขายสินค้าไปต่างประเทศ ไม่ว่าจสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง หรือขายบนแพลตฟอร์ม Marketplace ชื่อดัง เช่น Amazon eBay Alibaba ที่คุณต้องแข่งขันกับผู้ค้าอีกหลายราย และสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ ต่างวัฒนธรรม ที่คาดเดาพฤติกรรมและความต้องการได้ยากกว่าการตีตลาดในบ้านเราเอง ดังนั้นคุณต้องวางแผนให้ดีว่าสิ่งที่คุณจะขาย ควรตั้งราคาเท่าไหร่ เหมาะจะขายบนช่องทางใด และควรโปรโมตอย่างไรเพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ค้ารายอื่นได้ ซึ่งทั้ง 4 อย่างนี้ก็คือการนำหลักการตลาด 4P มาประยุกต์ใช้นั่นเอง

4p-marketing
ที่มา: www.ionos.com

จะประยุกต์การตลาด 4P สำหรับการขายออนไลน์ต่างประเทศอย่างไร

สินค้าของคุณคืออะไร

ในการเลือกสินค้าที่จะขายนั้นคุณมักจะเกิดความคิดที่ขัดแย้งกันเอง ระหว่างคุณจะขายในสิ่งที่คุณอยากขาย หรือ ขายในสิ่งที่เป็นที่ต้องการในตลาด คุณต้องไม่ลืมว่าในการทำธุรกิจสิ่งที่คุณส่งมอบให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินให้คุณ ต้องสร้างความพึงพอใจให้พวกเขาได้ ดังนั้นลองถามตัวเองอีกครั้งว่าสิ่งที่คุณอยากขายสามารถเป็นคำตอบให้กับโจทย์นี้ได้หรือไม่

หากคุณคิดจะเริ่มต้นขายของออนไลน์ไปต่างประเทศ การค้นคว้าข้อมูลสินค้าทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือใกล้เคียงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยศึกษาทั้งสถิติการขายจากแพลตฟอร์มที่คุณสนใจ และแพลตฟอร์มใกล้เคียง นอกจากดูอันดับความนิยมแล้ว ควรหาข้อมูลในส่วนของคำค้นหาด้วย เริ่มจากลองคิดในมุมลูกค้า ถ้าคุณเป็นลูกค้าคุณจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร จากนั้นลองค้นหาด้วยคำดังกล่าวแล้วดูว่าผู้ค้ารายอื่นที่สินค้าได้รับความนิยมใช้คำในลักษณะเดียวกันหรือไม่

อีกเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้ามคือในการขายของไปต่างประเทศนั้นบางครั้งปัจจัยในเรื่องวัฒนธรรม เทรนด์ การรับรู้แบรนด์ generation ของผู้บริโภคในประเทศ อาจส่งผลต่อผลการค้นหาสินค้า หรือแม้แต่ความพึงพอใจของลูกค้า คุณต้องไม่ลืมคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนคิดจะขายสินค้าในประเทศนั้นด้วย

ควรจะขายราคาเท่าไหร่

บางคนอาจคิดว่าราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่คนตัดสินใจซื้อ และพยายามตั้งราคาให้ถูกที่สุดเพื่อหวังจะเปิดตลาดในต่างประเทศให้ได้ แต่หากทำแบบนี้มันดีต่อธุรกิจในระยะยาวจริงหรือ? ลองมองให้กว้างอีกนิดไปถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณว่าเขาเป็นคนแบบไหน มีพฤติกรรม ความคิดอย่างไร และคนเหล่านี้ให้คุณค่ากับสินค้าราคาถูกจริงหรือ

ขอยกตัวอย่างผู้บริโภคในญี่ปุ่นให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ แน่นอนว่าผู้บริโภคบางส่วนก็มองว่ารู้สึกคุ้มค่าที่ได้ซื้อของราคาถูก แต่การใช้กลยุทธ์ด้านราคากับสินค้าแบรนด์เนมนั้นดูจะให้ผลในทางลบกับแบรนด์ซะมากกว่า ด้วยความที่กลุ่มเป้าหมายเป็นคนมีฐานะซึ่งไม่นิยมซื้อสินค้าลดราคา เพราะรู้สึกว่าคุณค่าของสินค้าถูกลดทอนลงไปด้วย

นอกจากนี้แต่ละแบรนด์ยังสะท้อนภาพที่ต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับมุมมองของคนในประเทศนั้น ๆ จากการสอบถามการรับรู้ต่อแบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นอย่าง UNIQLO ในมุมมองของคนสวีเดน คนที่ถูกสัมภาษณ์ยังคงมองว่า H&M ซึ่งเป็นแบรนด์ของสวีเดนเองเป็นแบรนด์ราคาประหยัด แต่ในขณะที่คนญี่ปุ่นกลับมองว่า UNIQLO ซึ่งมีต้นกำเนิดในประเทศพวกเขามีการออกแบบที่เรียบง่าย เข้าถึงผู้ซื้อทุกคนได้ และมีมาตรฐานสินค้าค่อนข้างสูง

ดังนั้นแทนที่คุณจะตั้งราคาให้ถูกเข้าไว้ คุณควรขายในราคาที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่คุณต้องการสื่อกับผู้ซื้อในประเทศนั้น เพราะการตั้งราคาถูกเกินไปอาจส่งผลกับการจดจำภาพลักษณ์แบรนด์ จนทำให้เป็นการยากหากต้องการยกระดับสินค้าและราคาให้สูงขึ้นในอนาคต

4p-marketing

จะขายสินค้าที่ไหน

เริ่มพิจารณาจากประสบการณ์การซื้อของคุณเองในฐานะผู้บริโภค เวลาซื้อของแต่ละประเภทคุณมักจะซื้อได้ที่ไหน ร้านค้าออนไลน์ หรือ ไปที่หน้าร้าน และเมื่อไปที่หน้าร้านอะไรที่สามารถดึงดูดสายตาของคุณได้ และหากคุณเคยซื้อสินค้าจากต่างประเทศ หรือแม้แต่ไปเที่ยวต่างประเทศคุณสังเกตเห็นอะไรจากพฤติกรรมของผู้ซื้อบ้าง

ในประเทศญี่ปุ่นที่แม้จะมีการใช้บัตรเครดิตอย่างแพร่หลาย ก็ยังมีผู้บริโภคบางส่วนเลือกที่จะจับจ่ายด้วยเงินสด ในการซื้อสินค้าออนไลน์จึงมักมีตัวเลือกจัดเก็บเงินที่ปลายทางให้ลูกค้าที่ชอบจ่ายเงินสดได้เลือกด้วย

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะขายสินค้าออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ คุณต้องเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าของคุณด้วยว่าเขารู้สึกสะดวกที่จะซื้อผ่านช่องทางไหน รวมไปถึงตัวเลือกการชำระเงินตามที่ได้ยกตัวอย่าง เพราะถึงแม้ว่าสินค้าของคุณจะเป็นที่ต้องการแต่ลูกค้ากลับพบความยุ่งยากในขั้นตอนชำระเงินก็มีโอกาสที่จะเลิกซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านร้านค้าของคุณ แล้วหันไปหาร้านอื่นที่มีตัวเลือกหลากหลายกว่าก็เป็นได้

จะวางแผนโปรโมตอย่างไร

คุณอาจจะใช้การโปรโมตแบบเดียวกับการขายของที่ไทยไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่าคนแต่ละประเทศอาจไม่ได้มีพฤติกรรมการซื้อแบบเดียวกัน เช่น แม่บ้านญี่ปุ่นที่ไม่เพียงแค่เช็คราคาสินค้าและโปรโมชั่นจากโบรชัวร์และสื่อโฆษณาต่าง ๆ แต่ยังเข้าไปเช็คราคาสินค้าผ่านคอนเทนต์ออนไลน์เพื่อดูว่าซื้อสินค้าจากที่ไหนจะได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด และจากตัวอย่างนี้ผมจึงขอย้ำอีกครั้งว่าการศึกษาลูกค้าของคุณให้ดีเป็นสิ่งจำเป็นมาก อาจจะดูจากผู้ค้าในประเทศนั้นว่าเขาใช้การโปรโมตแบบไหน ในส่วนของคำบรรยายสินค้าก็สำคัญ พยายามใช้สำนวนแบบคนท้องถิ่นให้ได้เพราะมีส่วนอย่างมากในการเรียกความสนใจจากลูกค้าให้เข้ามาชมสินค้าในร้านออนไลน์ของคุณ อีกเรื่องที่สำคัญคือการออกแบบร้านค้าให้มีทั้ง User Interface และ User Experiences ที่สร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีให้ลูกค้า (พูดง่าย ๆ คือ ออกแบบให้ดูดี ใช้งานง่ายและลื่นไหล) เมื่อลูกค้าชมสินค้าในร้านออนไลน์ได้ไม่มีสะดุดเขาก็อยากจะใช้เวลาเลือกดูสินค้าอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

โดยสรุปการจะเริ่มต้นขายออนไลน์ต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยเพราะเรามีเทคโนโลยีช่วยให้เข้าถึงช่องทางและตัวช่วยทำธุรกิจอย่างหลากหลาย แต่สิ่งที่ยากคือการจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคหาคุณเจอและชื่นชอบในสินค้าของคุณมากกว่าของผู้ค้ารายอื่นที่ขายสินคาแบบเดียวกันบนช่องทางเดียวกัน 4P จึงเป็นหลักการตลาดที่สามารถเป็นไกด์ไลน์เปิดทางไม่ว่าคุณจะอยากเริ่มต้นธุรกิจอะไรก็ตาม

อีกหนึ่งตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสการวางแผนธุรกิจมากขึ้น หมดกังวลเรื่องการดูแลสต็อกสินค้า เพียงคุณนำสินค้ามาส่งที่คลังเก็บสินค้า แล้วให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลและจัดเก็บให้ หากต้องการจัดส่งสินค้าก็เพียงส่งออเดอร์มาให้เจ้าหน้าที่ช่วยหยิบมาแพ็ค และจัดส่งผ่านตัวแทนชั้นนำที่คุณเลือกได้ทั้งเอกชนและไปรษณีย์ไทย จะส่งในประเทศหรือต่างประเทศก็ดำเนินการให้ได้ และทั้งหมดนี้คือบริการ Fulfillment ที่จะช่วยสนับสนุนให้คุณธุรกิจเติบโตได้ตามต้องการ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1]

เข้าหา ผู้บริโภคจีน อย่างเข้าใจ สร้างกำไรธุรกิจส่งออกได้แน่นอน

ในขณะที่คุณอยากเริ่มส่งออกสินค้าไปจีน หนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่าลืมว่าคุณยังมีคู่แข่งเป็นนักธุรกิจรายอื่นที่จ้องจะฉวยโอกาสนี้เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่คุณทำได้คือการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด การรู้จักเพียงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้ง Taobao, Tmall, Aliexpress & JD.com ยังไม่เพียงพอที่จะให้คุณเริ่มธุรกิจได้ และอย่างที่รู้กันว่าจีนยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก มีการพัฒนาในทุก ๆ ด้าน การทำความเข้าใจ “ผู้บริโภคจีน” จึงต้องเรียนรู้ในทุกมุมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคของพวกเขาให้มากที่สุด

กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แล้วทำความเข้าใจพฤติกรรมที่ต่าง

กลุ่ม Gen Y (เกิดในช่วง 1980-1990) ที่มีศักยภาพในการซื้อ จะเป็นกลุ่มชั้นกลางที่ชื่นชอบความทันสมัย มีอำนาจซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในเมืองชั้นนำอย่างมหานครเซี่ยงไฮ้ และเมืองในฝั่งตะวันออกของจีนเพราะเป็นเมืองท่านำเข้าสินค้า ขณะที่เมืองชั้นรองที่อยู่ถัดเข้าไปก็ยังคงน่าเข้าไปเปิดตลาดเช่นกัน (เพราะจีนแผ่นดินใหญ่คนต้องกินต้องใช้จึงมีอยู่ทุกที่) แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนแต่ละท้องที่จะมีความชอบและกำลังซื้อที่เหมือนกันทั้งประเทศ คุณจึงต้องวางแผนเจาะตลาดให้สอดคล้องกับคนในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย

อีกกลุ่มที่ไม่ควรมองข้ามคือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มประชากรสูงขึ้นเรื่อย ๆ (มูลค่าทางการตลาดก็สูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย) สถิติจาก Tmall เผยว่ามีลูกค้ากลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปเกือบ 30 ล้านคน โดยเฉลี่ยซื้อสินค้า 5,000 หยวน/ปี ลักษณะการซื้อมีทั้งลูกซื้อสินค้าสำหรับพ่อแม่ และพ่อแม่ซื้อสินค้าสำหรับลูกหลาน ซึ่งจะมีทั้งสินค้าสุขภาพและสินค้าแฟชั่น

export-china_sokochan

อยากขายได้ต้องสร้างความแปลกใหม่และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผู้บริโภคจีนชอบสินค้าที่แปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ที่แสดงถึงลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น เช่น ผลไม้อบแห้ง ยาดม แผ่นปิดหลังบรรเทาปวดตราเสือ ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว นมอัดเม็ดสวนจิตรลดา พูดง่าย ๆ คือมักเป็นสินค้าสำหรับอุปโภคและบริโภคที่ใช้แล้วหมดไปแต่ละวันหรือแต่ละเดือน อ่านถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปว่าคุณจะขายสินค้าที่ว่านี้ให้กับคนจีนได้ทุกคน โดยเฉพาะกับคนจีนชนชั้นกลางที่มีกำลังทรัพย์ค่อนข้างสูง หรือเรียกได้ว่าเป็น “เศรษฐีใหม่” ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างฐานะ และมักจะใช้จ่ายเงินเพื่อปรนเปรอตนเองในแง่ความสะดวกสบาย เช่น บ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจีนในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมไม่มีโอกาสได้รับ

ชีวิตขาดเงินสดได้ แต่ขาดอินเตอร์เน็ตไม่ได้

นี่คือคำนิยามใหม่ของวิถีชีวิตชาวจีนในเมือง ซึ่งธุรกิจไทยควรปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคนี้ การใช้อินเทอร์เน็ตของชาวจีนเป็นสิ่งที่ทำควบคู่กับการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น WeChat Weibo จนแทบจะแยกจากกันไม่ออกและการเข้าไปอ่านรีวิวสินค้าก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกเขามักเข้าไปดูบนโซเชียลมีเดีย ดังนั้นหากคุณอยากให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในหมู่คนจีนคุณต้องพาแบรนด์ไปแนะนำตัวผ่านช่องทางนี้ด้วย (การใช้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยริวิวแบ่งปันประสบการณ์การใช้ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจไม่น้อย) สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ก็จะนิยมสั่งซื้อผ่านเว็บอีคอมเมิร์ซยอดนิยม เช่น Taobao Tmall Aliexpress JD.com

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีก็ดูจะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผู้สูงอายุอีกต่อไป เนื่องจากการพัฒนาของสมาร์ทโฟน แอปพลิเคชั่นบนมือถือ และการชำระเงินในรูปแบบ e-payment ผ่าน  Alipay WeChat Pay ที่ใช้งานสะดวก ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ชื่อดัง

export-china_mycloudfulfillment

เพราะใคร ๆ ก็ไม่ชอบของแพง ราคาขายต้องปรับให้เหมาะสม

อย่างที่พูดไปแล้วว่าผู้บริโภคจีนก็ชอบดูรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อไม่ต่างจากผู้บริโภคจากภูมิภาคอื่นบนโลกเช่นกัน ซึ่งรีวิวนั้นนอกจากจะดูเพื่อหาข้อมูลเรื่องคุณภาพแล้ว ก็จะเปรียบเทียบราคาควบคู่ไปด้วย อีกทั้งตลาดออนไลน์ในจีนมีการแข่งขันด้านราคาที่ค่อนข้างดุเดือด ดังนั้นเจ้าของธุรกิจต้องเปรียบเทียบราคากับสินค้าของคู่แข่งด้วยว่าคุณไม่ได้ตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาดเกินไป หรือถ้าหากคุณเข้าไปเปิดตลาดจีนในฐานะเจ้าของแบรนด์ที่ไม่ได้เปิดการขายด้วยตัวเอง แต่มีคนกลางที่นำสินค้าเข้าไปขายให้อีกที คุณก็ต้องกำหนดและควบคุมราคาสินค้าให้ชัดเจนตัวแทนจะกำหนดราคาตามใจชอบไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์และสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์นั่นเอง

เรียกได้ว่าการทำธุรกิจส่งออกต้องรู้รอบด้านและใส่ใจทุกขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด โดยเฉพาะการทำการตลาดเพื่อแข่งขันบนสมรภูมิการค้าที่ดุเดือด ดังนั้นถ้าอยากเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้นอีกระดับ ลองปรึกษาผู้ให้บริการ Fulfillment มืออาชีพ อย่างเช่น Akita Warehouse เพื่อให้มืออาชีพช่วยลดงานกินเวลาที่คุณไม่ต้องทำด้วยตัวเองก็ได้ ซึ่งก็คืองานบริหารสต็อก ที่เจ้าหน้าที่จะช่วยตั้งแต่ดูความเรียบร้อยของสินค้าก่อนเก็บเข้าคลัง จากนั้นก็ช่วยจัดเก็บให้ในคลังสินค้าที่ได้มาตรฐาน พอได้ออเดอร์สินค้ามาคุณก็ส่งต่อมาให้เจ้าหน้าที่คลังช่วยหยิบจากชั้นวางสินค้า มาแพ็คให้เรียบร้อย พร้อมจัดการส่งให้ลูกค้าของคุณ โดยเลือกได้ทั้งตัวแทนจัดส่งเอกชนรวมทั้งบริการของไปรษณีย์ไทย อยากส่งไปต่างประเทศก็ช่วยประสานงานให้ได้

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1], [2] & [3]

ส่งออกสินค้าทำยากหรือไม่ รวมข้อสรุปคลายสงสัยฉบับเข้าใจง่าย

การส่งออกถือเป็นโอกาสในการเติบโตธุรกิจวิธีหนึ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจกันมาก และยิ่งเริ่มเปิดตลาดในประเทศที่กำลังซื้อสูงได้เป็นรายแรกๆ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเติบโตได้ไม่ยาก แต่บางท่านก็อาจจะกล้าๆกลัวๆ เนื่องจากยังไม่รู้ช่องทาง กลัวขั้นตอนที่ซับซ้อน ซึ่งหากได้ทำความเข้าใจดีๆแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้ยากและน่ากลัวอย่างที่คิด มาเรียนรู้ขั้นตอนการส่งออกฉบับเข้าใจง่ายที่ทีมงานได้สรุปมาให้อ่านในบทความนี้ไปพร้อมกันครับ

การเลือกสินค้าและการผลิต

การเลือกสินค้าของผู้ส่งออกรายใหม่ควรทดลองกับสินค้าที่ไม่มากชนิดก่อน เน้นศึกษาถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า ทั้งในด้านกฏระเบียบข้อจำกัด การกำหนดโควต้า หรือการคุ้มครองในประเทศผู้นำเข้าให้ละเอียดก่อน ต้องมีความพร้อมในการออกแบบสินค้าหรือปรับปรุงสินค้าให้เหมาะสมกับผู้ซื้อ

เนื่องจากผู้บริโภคในแต่ละตลาดย่อมมีรสนิยมและความต้องการที่แตกต่างกัน ต้องควบคุมสินค้าให้มีความสม่ำเสมอในด้านคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ผู้ซื้อ ดูว่าสินค้าที่เราจะขายนั้นสามารถผลิตเองได้ หรือต้องซื้อจากผู้ผลิตรายอื่น หรือเป็นการจ้างผลิต ที่สำคัญมากๆอีกเรื่องคือควรเข้าใจหลักเกณฑ์ในการตั้งราคาเพื่อการส่งออกโดยคำนึงถึงค่าใช้จ่าย และภาวะการแข่งขันในตลาดด้วย

export ส่งออกสินค้า ส่งออกนอก
ตรวจสอบว่าเป็นสินค้าของเราเป็นสินค้าควบคุมหรือไม่

มีหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ และมีกฎหมายหรือระเบียบใดที่ควบคุมสินค้านี้อยู่ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ที่กระทรวงพาณิชย์ และนำข้อมูลที่ได้ไปทำการจดทะเบียน 3 แบบดังนี้
1. ผู้ประกอบการต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์เป็นนิติบุคคล ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
2. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
3. จดทะเบียนตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า ตามชนิดของสินค้าที่จำหน่าย เช่น ผลไม้สด หรือแช่แข็ง ต้องไปจดทะเบียนสวนผลไม้เพื่อการส่งออกที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เครื่องสําอางที่ทํามาจากสมุนไพร ต้องมีใบอนุญาตผลิต จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

การหาช่องทางในการจำหน่ายสินค้า

1.ออกงานแฟร์ตามประเทศต่าง ๆ ที่เป็นเป้าหมายของเราวิธีนี้ทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงมีความเสี่ยง เพราะไม่ได้การันตีว่าเราจะขายของได้
2. เปิดเว็บไซต์ และหาลูกค้าโดยการโปรโมตสินค้าของเราทางอินเตอร์เน็ต หรือหาลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์ International Trade เช่น ebay Alibaba Amazon เป็นต้น และหากต้องการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นเราก็สามารถทำการโฆษณาผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ด้วย

export ส่งออกสินค้า ส่งออกนอก งานแฟร์ มหกรรมส่งออก
ที่มา : Bangkok Post

การทำสัญญาซื้อขาย

เมื่อมีการเสนอราคาและตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อและผู้ขาย หรือตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่าย จะทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
– Proforma Invoice เป็นเอกสารที่ผู้ขายส่งให้ผู้ซื้อเพื่อเป็นการเสนอราคาและเงื่อนไขต่างๆ ในการขายสินค้า
– Purchase Order เมื่อผู้ซื้อตกลงตามราคา และเงื่อนไขใน Proforma Invoice แล้วจะส่งหนังสือการสั่งซื้อ (Purchase Order) มาให้ผู้ขายเพื่อเป็นการตอบรับและสั่งซื้อสินค้าตามราคา และเงื่อนไขดังกล่าว
– Sale Confirmation เป็นสัญญาการซื้อขาย ซึ่งผู้ขายส่งให้แก่ผู้ซื้อเพื่อเป็นการยืนยัน หรือตอบรับการสั่งซื้อนั้นอีก (ในทางปฏิบัติบางครั้งอาจไม่จำเป็นก็ได้)

การชำระเงิน

  1. การชำระเงินล่วงหน้า (Advance Payment)คือ ผู้ซื้อต้องชำระเงินหรือโอนเงินให้ผู้ขายก่อน แล้วผู้ขายจึงจะส่งสินค้าให้ โดยผู้ขายจะเป็นคนจัดทำเอกสารการส่งออกส่งให้ผู้ซื้อ แต่วิธีนี้ความเสี่ยงจะตกอยู่ที่ผู้ซื้อเพราะว่าจ่ายเงินไปแล้ว อาจได้สินค้าไม่ตรงสเป็ก จัดส่งช้า หรืออาจไม่ได้รับสินค้าเลย ซึ่งผู้ซื้อสามารถป้องกันได้โดยการให้ผู้ขายทำหนังสือค้ำประกัน
  2. การเปิดบัญชีขายเชื่อ (Open Account)คือ ผู้ขายต้องส่งสินค้าไปก่อน แล้วผู้ซื้อถึงจะชำระเงิน ผู้ขายจะเป็นคนจัดทำเอกสารการส่งออกส่งให้ผู้ซื้อ วิธีนี้ผู้ขายต้องแบกรับความเสี่ยงโดยตรงเพราะต้องส่งสินค้าไปก่อน แต่อาจได้รับเงินช้าหรือไม่ได้รับเงินเลยก็ได้ ซึ่งผู้ขายสามารถป้องกันความเสี่ยงด้วยการให้ผู้ซื้อทำหนังสือค้ำประกัน
  3. การชำระเงินโดยตั๋วเรียกเก็บ (Bill for Collection) 2 วิธีแรกผู้ซื้อและผู้ขายมีการติดต่อกันโดยตรงและใช้บริการธนาคารเรื่องการโอนเงินเท่านั้น แต่วิธีที่ 3 นี้ ผู้ขายจะนำเอกสาร Shipping มาฝากให้ธนาคารฝั่งผู้ขายส่งไปธนาคารฝั่งผู้ซื้อให้เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากผู้ซื้ออีกต่อหนึ่ง โดยธนาคารจะรับผิดชอบส่งมอบเอกสารให้ผู้ซื้อเมื่ออมีการส่งมอบเอกสารให้ผู้ซื้อเมื่มีการชำระค่าสินค้าให้ธนาคารก่อน
  4. เลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit หรือ L/C) คือตราสารที่ธนาคารออกให้กับผู้ขาย โดยการร้องขอหรือตามคำสั่งของผู้ซื้อว่าถ้าผู้ขายยื่นเอกสารครบถ้วนตามที่ L/C ระบุแล้วธนาคารก็จะจ่ายเงินทันที หรือตามระยะเวลาที่กำหนด โดยขั้นตอนคือผู้ซื้อจะไปขอให้ธนาคารเปิด L/C ไปยังผู้ขาย จากนั้นผู้ขายก็จะจัดส่งเอกสารเพื่อใช้ในการออกสินค้าให้ครบถ้วนตามที่ระบุใน L/C แล้วส่งมายังธนาคารผู้เปิด L/C เพื่อขอให้จ่ายเงิน
export ส่งออกสินค้า ส่งออกนอก
ที่มา : www.kasikornbank.com

พิธีการศุลกากร

คือขั้นตอนในการนำสินค้าเข้าหรือออกนอกประเทศ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้  อาจจะดำเนินการด้วยตัวเอง หรือใช้บริการ Shipping Agent เพื่อทำหน้าที่ส่งสินค้าไปต่างประเทศก็ได้ โดยขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรมีดังนี้

ตรวจสอบสิทธิพิเศษ เนื่องจากสินค้าบางชนิดอาจมีข้อยกเว้นด้านภาษี หรือมีสิทธิพิเศษเมื่อส่งออก หากผู้ประกอบการยังไม่ทราบรายละเอียดก็สามารถตรวจสอบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรได้ที่กรมศุลกากร และใช้เอกสารต่างๆ ดังนี้

  1. ใบรับรองทางด้านความปลอดภัยและมาตรฐานสินค้า (ตามชนิดของสินค้า)
  2. ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ผู้นำเข้าได้รับการลดหย่อนภาษี
  3. บริษัทขนส่ง (เรือบรรทุก หรือเครื่องบิน) พร้อมทำเรื่องการประกันภัยสินค้า
  4. วางแผนจัดการส่งออกตามเงื่อนไขที่ผู้ซื้อระบุไว้ในหนังสือสั่งซื้อสินค้า
  5. จัดทำเอกสารเพื่อผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งจะต้องมีเอกสาร เพิ่มเติม ได้แก่ ใบขนสินค้าขาออก, บัญชีราคาสินค้า, บัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อ (Packing List), คำร้องขอให้ในการตรวจสินค้าและบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์

ขั้นตอนอาจจะเยอะสักหน่อย แต่อาจจะเหนื่อยแค่ช่วงแรกเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ให้บริการส่งออกสินค้าที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องทำเองทุกขั้นตอน

สำหรับในขั้นตอนการจัดการออเดอร์ไม่ว่าจะงาน QC งานแพ็คของ Akita เองก็ยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่ออเดอร์ล้นจนจัดการเองไม่ไหว หากต้องการส่งออกสินค้าทางเราก็ช่วยประสานงานจัดส่งกับไปรษณีย์ไทยและเอกชนให้ได้เหมือนกัน

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!