preloder

จัดการคลังสินค้าแบบลีน (LEAN) เหนื่อยน้อยลงแต่ได้ผลงานเพิ่มขึ้น

จัดการคลังสินค้าแบบลีน (LEAN) เหนื่อยน้อยลงแต่ได้ผลงานเพิ่มขึ้น โดยการลดการใช้ทรัพยากรและตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และประยุกต์หลักการ 5S จัดการคลังสินค้า

 

การจัดการแบบลีน (Lean Management) คืออะไร

คือการใช้ทรัพยากรในทุกกระบวนการให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด  ไม่ว่าจะเป็น เวลา แรงงานคน เครื่องมือ และพื้นที่ปฏิบัติงาน แล้วได้ผลงานมากขึ้นหรือใกล้เคียงความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ลีนจึงไม่ใช่การทำงานให้หนักขึ้นหรือเร็วขึ้น แต่เป็นการค้นหาความสูญเปล่า และเปลี่ยน ให้เป็นคุณค่าที่ผู้รับผลงานของเราต้องการ (ที่มา : http://psdg.anamai.moph.go.th)

 

lean_warehouse คลังสินค้า ลีน โกดัง

 

คลังสินค้าจะใช้การจัดการแบบลีนได้อย่างไร

การบริหารคลังสินค้าในปัจจุบันไม่ได้ว่าด้วยเรื่องของพื้นที่จัดเก็บสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในอีกหลายๆขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้ามาที่คลัง การจัดเก็บ การหยิบสินค้ามาแพ็ก การจัดส่งสินค้า และอื่นๆ การใช้ลีนกับคลังสินค้าจึงเป็นการลดการใช้ทรัพยากรไปกับขั้นตอนต่างๆข้างต้น หรือแม้แต่ตัดบางขั้นตอนที่เป็นการใช้ทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ออกไปเลย สามารถทำได้โดยการประยุกต์ใช้หลักการ 5S เข้ากับในงานบริหารคลังสินค้า ซึ่งทำได้ดังนี้

1. การแบ่งประเภท จัดหมวดหมู่ (Sort) แยกสิ่งของที่ต้องการและไม่ต้องการออกจากกัน กำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากสต็อกเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บและพื้นที่ทำงาน ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยลดเวลาการทำงาน เช่น เครื่องสแกนบาร์โค้ดแทนการใช้กระดาษบันทึกข้อมูล จัดทางเดินให้พนักงานสามารถเคลื่อนที่ระหว่างชั้นวางสินค้าให้เดินข้ามไปมาได้อย่างสะดวกเพื่อย่นระยะการเคลื่อนไหวและทำงานได้คล่องตัวขึ้น

 

lean_warehouse คลังสินค้า ลีน โกดัง
ที่มา : www.dexion-anglia.co.uk

 

2. จัดการอย่างเป็นระเบียบ (straighten) จัดสินค้าหรือสิ่งของที่ถูกใช้บ่อยๆอยู่ในบริเวณที่เข้าถึงได้ง่าย มีไกด์ไลน์การทำงาน ติดตั้งป้ายบนสต๊อกเพิ่มประหยัดเวลาในการจัดวางสิ่งของ หรือแม้แต่สัญลักษณ์บนพื้นหรือทางเดินป้องกันการสับสนในการเดินไปยังจุดต่างๆ ใกล้กับจุดเก็บอุปกรณ์ควรติดป้ายเตือนพนักงานให้ชาร์จไฟอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกครั้งหลังจบงานในแต่ละกะ

 

lean_warehouse คลังสินค้า ลีน โกดัง

 

3. ทำความสะอาด (Shine) หลังจบงานในแต่ละกะควรทำความสะอาดทุกๆ พื้นที่ในการทำงานให้เรียบร้อย การทำเช่นนี้ทำให้เราเห็นสิ่งผิดปกติหรือจุดที่เกิดความเสียหาย และสามารถรายงานเพื่อเกิดการแก้ไขได้ในทันที มีการติดตั้งถังขยะอยู่ส่วนหน้าของทางเดินระหว่างชั้นวางของทุกจุด เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดให้พร้อมใช้งาน

4. วางมาตรฐานการทำงาน (Standardize) ให้ครอบคลุมการทำงานทุกขั้นตอน มีการจัดทำเป็นโปสเตอร์และนำไปติดตั้งในตำแหน่งที่พนักงานทุกคนจะมองเห็นได้ง่าย ออกแบบเนื้อหาให้กระชับไม่ยืดยาว พนักงานสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย อ่านแล้วมองเห็นภาพ นำไปสู่การปฏิบัติตามที่ถูกต้อง นอกจากนี้การจัดเทรนนิ่ง การจัดทำวิดีโอที่อธิบายวิธีการทำงาน กฎ หรือข้อควรระวังต่างๆ ยังช่วยกระตุ้นให้พนักงานใหม่เกิดความตระหนักและเข้าใจในระเบียบวิธีการทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย

 

lean_warehouse 5ส 5S คลังสินค้า โกดัง ลีน

 

5. ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง (Sustain) มีการตรวจสอบระบบการทำงานประจำปี เพื่อดูว่ามีการปฏิบัติตามกฎไหม รวมทั้งกฎข้อไหนควรมีการปรับเปลี่ยนหรือควรเพิ่มเติมอะไรเข้าไปอีก เปิดรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานที่ปฏิบัติงานในแต่ละส่วนเพื่อให้ได้ข้อคิดเห็นที่สะท้อนความเป็นจริง มีการประเมินและให้รางวัลพนักงานที่ปฏิบัติตามระเบียบและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความสมัครใจและตั้งใจทำตามระเบียบต่อไป

 

lean_warehouse คลังสินค้า ลีน โกดัง

 

ประโยชน์จากการให้หลักการลีนกับการบริหารคลังสินค้า

  • ลดเวลาการทำงานเนื่องจากขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็นได้ถูกตัดออกไป
  • ลดต้นทุนแรงงานเนื่องจากไปต้องแก้งานใหม่หรือทำงานซ้ำซ้อน
  • ลดระยะเวลาและระยะทางในการเคลื่อนย้ายสินค้าไปยังจุดต่างๆ
  • ลดปริมาณสินค้าค้างสต็อก จากการสต็อกเฉพาะสินค้าที่เป็นที่ต้องการในช่วงเวลาหนึ่ง
    (ที่มา: https://articles.cyzerg.com)

แต่สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมจะบริหารคลังสินค้าด้วยตัวเอง หรืออยากลดขั้นตอนการทำงานส่วนนี้ออกไปเลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการใช้หลักการลีนบริหารองค์กรในภาพใหญ่ คุณสามารถเลือกใช้บริการ Fulfillment จากบริษัทที่ไว้ใจได้อย่าง Akita Warehouse กับทีมงานมืออาชีพที่พร้อมรับงานบริหารสต็อกมาดูแลแทนคุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่เก็บ แพ็ก ส่ง ไม่ต้องสร้างและดูแลระบบเอง งานจบตรงเวลาไม่มีพลาด ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะจ่ายจริงตามจำนวนที่ใช้เท่านั้น

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

6 เทคนิคจัดระเบียบโกดัง ให้ทำงานลื่นไหลอย่างโปร

6 เทคนิคจัดระเบียบโกดัง ให้ทำงานลื่นไหลอย่างโปร

ในฐานะเจ้าของธุรกิจ มีความจำเป็นอย่างมากที่คุณต้องเข้าไปมีบทบาทและทำความเข้าใจในทุกขั้นตอนของงานส่วนโกดังเก็บสินค้า เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลกระทบถึงงานโดยรวมได้ ดังนั้นคุณจึงต้องหมั่นสังเกต ประเมินผล และหาทางปรับปรุงในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน จะมีวิธีใดบ้างที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบการทำงานในโกดังเก็บสินค้า เราขอสรุปเป็น 6 ข้อสั้นๆ ที่ไม่ว่าธุรกิจประเภทไหนก็หยิบไปใช้ได้เหมือนกันดังนี้

1. ลดเวลาการเคลื่อนย้ายหรือลำเลียงสินค้าในโกดัง

การเคลื่อนย้ายหรือลำเลียงสินค้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ตั้งแต่เดินไปหยิบสินค้า บรรจุภัณฑ์ เตรียมการบรรจุ ไปจนถึงการลำเลียงไปยังจุดขนส่ง ซึ่งหากไม่จัดการงานส่วนนี้ให้ดีก็จะส่งผลกระทบกับขั้นตอนการทำงานทั้งหมด การจะย่นระยะเวลาในการลำเลียงสินค้าไปยังจุดต่างๆได้ คุณต้องปรับปรุงเส้นทางการลำเลียง ให้ขั้นตอนการทำงานที่ต่อเนื่องกันอยู่ใกล้กัน ย่นระยะเวลาการเดินไปหยิบสิ่งของจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งให้น้อยที่สุด

efficiency_warehouse จัดระเบียบ โกดัง คลังเก็บสินค้า
ที่มาภาพ: www.bastiansolutions.com

2. ระบบชั่งน้ำหนักที่เหมาะสม

หนึ่งในทางวิธีมีมีประสิทธิภาพคือทำการใช้รถยกแบบโฟคลิฟท์ ซึ่งคุณสามารถยก ชั่งน้ำหนัก เคลื่อนย้ายและบันทึกน้ำหนักของสิ่งที่บรรทุกได้ในคราวเดียวกัน เพราะรถโฟคลิฟท์มีเซ็นเซอร์อิเล็กทรอนิคที่ชั่งน้ำหนักสิ่งที่บรรทุกได้แม่นยำ เครื่องชั่งน้ำหนักทำจากวัสดุที่คงทน ไม่มีสปริงหรือระบบไฮดรอลิค ซึ่งมั่นใจได้ว่ามีความทนทานและแม่นยำในทุกสภาพการทำงาน

efficiency_warehouse จัดระเบียบ โกดัง คลังเก็บสินค้า

3. การจัดโปรแกรมฝึกอบรมให้พนักงาน

การจัดอบรมทำให้พนักงานของคุณมีความเข้าใจและเห็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแต่ละขั้นตอนการทำงาน ซึ่งการฝึกอบรมไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วจบไป แต่เป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง คุณต้องส่งเสริมให้พนักงานรู้จักการรับมือกับปัญหาตั้งแต่ต้น รู้จักติดตามและรายงานผลการทำงาน รวมทั้งรู้จักอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเสมอ

4. มีระบบจัดการสต็อกที่ดูการเคลื่อนไหวได้แบบ Real-Time

ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพราะการติดตามสต็อกแบบ Real-Time ต้องการพิจารณาตัวเลขซึ่งเปลี่ยนแปลงตามจำนวนออเดอร์ที่เข้ามาแทบจะตลอดเวลา จึงน่าจะดีกว่าหากคุณมีเครื่องมือที่ช่วยจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันต่องานที่คุณจัดการในช่วงเวลานั้นๆ

efficiency_warehouse จัดระเบียบ โกดัง คลังเก็บสินค้า

5. มีการตรวจสอบ ซ่อมบำรุงเครื่องมือการทำงานอยู่เสมอ

สร้างความมั่นใจในทุกขั้นตอนการทำงานโดยการกำหนดช่วงเวลาสำหรับตรวจเช็คความพร้อม จัดให้มีการซ่อมบำรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ระหว่างนี้คุณยังหาทางป้องกันความบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นจากการที่คุณมองเห็นจุดที่อาจเป็นปัญหาในอนาคตและหาทางป้องกันไว้ก่อนจะเกิดขึ้นจริง หรือแม้แต่ได้มีโอกาสแก้ไขความบกพร่องที่ยังเป็นเรื่องเล็กน้อยอยู่ก่อนจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะแก้ไข นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น เพราะคุณไม่ต้องมาเสียเวลาซ่อมเครื่องมือในระหว่างเวลาการทำงาน ซึ่งทำให้งานต้องหยุดชะงักไป

efficiency_warehouse จัดระเบียบ โกดัง คลังเก็บสินค้า
ที่มาภาพ: www.dimassasrl.com

6. ประยุกต์แนวคิดแบบ Lean เข้ากับระบบจัดการโกดัง

Lean คือแนวคิดในการบริหารจัดการการผลิตหรือองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้ทรัพยากรไปโดยไม่เกิดประโยชน์ในวงจรการผลิตหรือในขั้นตอนการทำงาน สำหรับการจะใช้หลักการ Lean จัดการระบบงานในโกดังต้องส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานตั้งแต่การร่วมแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจ ลดการใช้ทรัพยากรโดยสูญเปล่า ซึ่งยังช่วยให้คุณใช้ต้นทุนอย่างคุ้มค่า เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้า บริการ ไปจนถึงขั้นตอนการจัดส่ง
(เนื้อหาจาก: supplychainminded.com)

หากคุณมีการวางแผนและมีระบบจัดการโกดังตั้งแต่เริ่มต้นรับรองว่าคุณจะไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ซึ่งทำให้งานต้องหยุดชะงักหรือล่าช้าไปเกิดกำหนด แต่สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมมีโกดังสินค้าเป็นของตัวเองหรือไม่ต้องการรับภาระงานบริหารสต็อกและดูแลโกดังเก็บสินค้า Akita Warehouse ก็พร้อมที่จะดูแลงานตรงนี้แทนคุณไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่หรือเป็นร้านค้าขายของออนไลน์ ด้วยบริการ Fulfillment โดยทีมงานมืออาชีพที่ดูแลสินค้าให้ตั้งแต่เช็คความเรียบร้อยก่อนจัดเก็บสินค้าเข้าโกดัง มีบริการ Pick และ Pack จัดของลงกล่องที่สามารถ Customize รูปแบบการแพ็กได้ตามที่คุณต้องการ พร้อมบริการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าของคุณผ่านทั้งไปรษณีย์ไทยและตัวแทนเอกชน สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีหน้าร้านบนห้างสรรพสินค้าเราก็มีบริการเติมสินค้าให้ที่ร้าน หรือใครที่ขายสินค้าแบบระบบตัวแทนเราก็มีบริการช่วยกระจายสินค้าไปยังตัวแทนจำหน่ายของคุณด้วย

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

เทคนิคระบายสินค้าให้ ขายเยอะ หมดไว ถูกใจนักช็อปด้วยถุงโชคดี

เทคนิคระบายสินค้าให้ ขายเยอะ หมดไว ถูกใจนักช็อปด้วยถุงโชคดี

ช่วงปลายปีเรามักจะเห็นโปรโมชั่นหลากหลายรูปแบบที่ห้างร้านต่างๆจัดขึ้นมาเอาใจนักช็อปเพื่อหวังจะได้โปรโมตร้าน กระตุ้นยอดขาย ที่สำคัญคือได้ระบายสินค้าที่ตกเทรนด์แล้วเพื่อเคลียร์สต็อกเตรียมพื้นที่รับสินค้าล็อตใหม่ การใช้กลยุทธ์กระหน่ำลดราคาดูจะเป็นวิธีที่ทำง่ายและเป็นที่นิยมมาตลอด แต่ก็อาจต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าสินค้าที่เกินความต้องการของผู้ซื้อซึ่งค้างในสต็อกจำนวนมากจะขายได้หมด

เมื่อปีใหม่คือช่วงเวลาของการเริ่มต้น  การเปิดรับโชคและโอกาสใหม่ ประเทศผู้นำเทรนด์สุดล้ำอย่างญี่ปุ่นก็มีโปรโมชั่นที่ช่วยระบายสต็อกได้อย่างเนียนๆ เรียกว่าฟุคุบุคุโระหรือถุงโชคดี ที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มาสร้างประสบการณ์ซื้อที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นให้ลูกค้า โดยที่ลูกค้าจะต้องมาลุ้นกันอีกทีว่ามีอะไรอยู่ในถุงบ้าง

luckybag 2019 - 2020 ถุงโชคดี
ที่มาภาพ: matcha-jp.com

โดยทั่วไปแล้วถุงโชคดีจะประกอบด้วยสินค้าที่ร้านค้าตั้งใจจะลดราคาอยู่แล้ว ถูกนำมาจัดรวมกันเป็นเซท ซึ่งมักจะเริ่มวางจำหน่ายระหว่างวันที่ 1-3 มกราคม ทั้งในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่น ร้านขายยา แม้แต่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีถุงโชคดีขายด้วย แต่ละร้านค้า แต่ละแบรนด์ก็มีการออกแบบถุงโชคดีที่ต่างกันไปตามประเภทสินค้าที่ขาย ยกตัวอย่างเช่นร้านเสื้อผ้าก็จะมีการคละแบบ สี ไซซ์ ซึ่งลูกค้าก็ต้องไปลุ้นอีกทีว่าจะได้เสื้อที่ไซซ์ใหญ่เกินไปหรือเปล่า ร้านขายยามีการจัดชุดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ แบรนด์เครื่องสำอางจัดชุดผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีการจัดชุดอุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เมื่อนำสินค้ามาจัดเซทถุงโชคดีแบบนี้ก็ทำให้ปริมาณการขายต่อผู้ซื้อ 1 คน เพิ่มมากขึ้น ตัวลูกค้าเองนอกจากจะได้ความตื่นเต้นขณะเปิดถุงแล้ว ยังได้สินค้าหลายชิ้นในราคาที่ถูกลงกว่าครึ่ง ด้วย (ถึงแม้จะไม่อยากได้สินค้าบางอย่างที่ถูกรวมมาจริงๆ ก็ตาม แต่คิดจากราคาขายแยกชิ้นก็ยังคุ้มอยู่ดี)

 

luckybag_2019 - 2020 ถุงโชคดี
ที่มา: facebook.com/japanplanning

ในระยะหลังนี้ถุงโชคดีก็เริ่มมีการปรับรูปแบบเอาใจลูกค้า และสร้างความน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น บางแบรนด์เพิ่มสิทธิ์ลุ้นรับสินค้าที่พรีเมียมยิ่งขึ้นซึ่งจะมีอยู่ในถุงโชคดีเพียงบางถุงเท่านั้น หรือทำสินค้าพิเศษรุ่นลิมิเต็ดที่ออกวางขายในจำนวนจำกัด และเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ได้ ทำถุงที่สามารถมองเห็นข้างในว่ามีสินค้าอะไรบ้าง พร้อมคำอธิบายรายละเอียดสินค้า การทำแบบนี้นอกจากจะเป็นการเอาใจลูกค้าให้สามารถเลือกได้มากขึ้น ยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ว่าไม่ได้เอาสินค้ามีตำหนิมาขาย แต่ตั้งใจจะมอบของขวัญสมนาคุณส่งท้ายปีเพื่อขอบคุณลูกค้าจริงๆ (และได้ขายของไปในตัว)

 

มาดูกันว่าแต่ละแบรนด์ทำถุงโชคดีออกมาอย่างไรบ้าง

 

1. Starbucks

luckybag_2019 - 2020 ถุงโชคดี
ที่มา: jpninfo.com

เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 1 มกราคม และมีแค่บางสาขาเท่านั้น ซึ่งในวันที่ 1 มกราคมลูกค้าต้องเดินทางไปที่ร้านค้าเพื่อรับคูปองซื้อถุงโชคดีที่จำกัดการซื้อ 1 คนต่อ 1 ถุง และคูปองจะใช้ได้เฉพาะในวันที่รับคูปองและร้านที่รับคูปองมาเท่านั้น

 

2. Apple

luckybag_2019 - 2020 ถุงโชคดี
ที่มา: specphone.com

ถุงโชคดีในตำนานที่หลายคนยอมไปต่อแถวรอกันเป็นวันๆ ซึ่งปกติจะวางขายในวันที่ 2 มกราคม ของที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยมากๆ เพราะภายในถุงโชคดีราคา 36,000 เยน (ประมาณ 10,500 บาท) ได้ลุ้นทั้ง MacBook Air iPhone iMac iPad Apple Watch และอุปกรณ์เสริมต่างๆ

 

3. Adidas

luckybag_2019 - 2020 ถุงโชคดี

ถุงโชคดี Adidas จะขายราคาตั้งแต่ 10,000 – 20,000 เยน เริ่มวางขายวันที่ 1 มกราคม ซึ่งของในถุงก็จะมีพวกเสื้อผ้า เสื้อกีฬา ถุงมือ ถุงเท้า เสื้อยืด หมวก กระเป๋า และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย

 

4. BNK48 Lucky Bag

ถุงโชคดี

มาดูการตลาดฝั่งไทยกันบ้าง Girl Group ชื่อดังขวัญใจโอตะก็ขอทำ Lucky Bag รวมของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีพไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ด ปฏิทิน Wristband และของที่ระลึกอีก 2 ชิ้นที่ต้องลุ้นเอาว่าจะได้อะไร โดยขายที่ราคาถุงละ 690 บาท มีจำกัดเพียง 5,000 ถุง ดังนั้นจึงมีกติกาว่าต้องลงชื่อเพื่อขอรับสิทธิ์ในการสั่งซื้อซะก่อน นอกจากนี้ยังมีความพิเศษเพิ่มเข้ามาอีกตรงที่ผู้ซื้อได้ลุ้นรางวัลพิเศษจากการจับฉลากรับรางวัลสุดพรีเมียม เช่น สิทธิ์เข้าชมการแสดง รูปภาพจาก CD ครบเซท ใครเป็นโอตะเรียกว่าเกินคำว่าคุ้ม

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับไอเดียจัดโปรโมชั่นสุดสร้างสรรค์ที่จะช่วยให้คุณระบายสินค้าได้เยอะและเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันคนที่ทำถุงโชคดีแล้วขายดีไม่ได้มีแต่แบรนด์ใหญ่เท่านั้น ร้านออนไลน์ก็ขายดีได้ด้วยวิธีนี้เช่นกัน แต่ถ้ากลัวว่าจะทำงานไม่ทันเพราะแค่ขาย แพ็ก ส่งเองทุกวันนี้ก็ยุ่งอยู่แล้ว ยังต้องมานั่งจัดเซทสินค้าเพิ่มอีก ลองปรึกษาคลังสินค้า Akita มืออาชีพด้านการบริหารสต็อก ที่มีทั้งบริการพื้นที่เก็บสินค้า บริการ Pick และ Pack จัดของลงกล่องได้ไม่มีพลาด ที่สามารถ Customize รูปแบบการแพ็กให้สวยงามได้ ไม่ว่าจะจัดถุง ผูกโบว์ ติดการ์ด และอื่นๆ ก็ยินดีทำให้ตามคำขอ พร้อมรับจัดส่งให้ลูกค้าของคุณอย่างรวดเร็วผ่านตัวแทนทั้งไปรษณีย์ไทยและเอกชนด้วย โดยคิดค่าบริการตามจริงแบบคุ้มค่าสุดๆ

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ส่งออกสินค้าทำยากหรือไม่ รวมข้อสรุปคลายสงสัยฉบับเข้าใจง่าย

การส่งออกถือเป็นโอกาสในการเติบโตธุรกิจวิธีหนึ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจกันมาก และยิ่งเริ่มเปิดตลาดในประเทศที่กำลังซื้อสูงได้เป็นรายแรกๆ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเติบโตได้ไม่ยาก แต่บางท่านก็อาจจะกล้าๆกลัวๆ เนื่องจากยังไม่รู้ช่องทาง กลัวขั้นตอนที่ซับซ้อน ซึ่งหากได้ทำความเข้าใจดีๆแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้ยากและน่ากลัวอย่างที่คิด มาเรียนรู้ขั้นตอนการส่งออกฉบับเข้าใจง่ายที่ทีมงานได้สรุปมาให้อ่านในบทความนี้ไปพร้อมกันครับ

การเลือกสินค้าและการผลิต

การเลือกสินค้าของผู้ส่งออกรายใหม่ควรทดลองกับสินค้าที่ไม่มากชนิดก่อน เน้นศึกษาถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า ทั้งในด้านกฏระเบียบข้อจำกัด การกำหนดโควต้า หรือการคุ้มครองในประเทศผู้นำเข้าให้ละเอียดก่อน ต้องมีความพร้อมในการออกแบบสินค้าหรือปรับปรุงสินค้าให้เหมาะสมกับผู้ซื้อ

เนื่องจากผู้บริโภคในแต่ละตลาดย่อมมีรสนิยมและความต้องการที่แตกต่างกัน ต้องควบคุมสินค้าให้มีความสม่ำเสมอในด้านคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อถือแก่ผู้ซื้อ ดูว่าสินค้าที่เราจะขายนั้นสามารถผลิตเองได้ หรือต้องซื้อจากผู้ผลิตรายอื่น หรือเป็นการจ้างผลิต ที่สำคัญมากๆอีกเรื่องคือควรเข้าใจหลักเกณฑ์ในการตั้งราคาเพื่อการส่งออกโดยคำนึงถึงค่าใช้จ่าย และภาวะการแข่งขันในตลาดด้วย

export ส่งออกสินค้า ส่งออกนอก
ตรวจสอบว่าเป็นสินค้าของเราเป็นสินค้าควบคุมหรือไม่

มีหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ และมีกฎหมายหรือระเบียบใดที่ควบคุมสินค้านี้อยู่ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ที่กระทรวงพาณิชย์ และนำข้อมูลที่ได้ไปทำการจดทะเบียน 3 แบบดังนี้
1. ผู้ประกอบการต้องทำการจดทะเบียนพาณิชย์เป็นนิติบุคคล ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
2. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
3. จดทะเบียนตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้า ตามชนิดของสินค้าที่จำหน่าย เช่น ผลไม้สด หรือแช่แข็ง ต้องไปจดทะเบียนสวนผลไม้เพื่อการส่งออกที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เครื่องสําอางที่ทํามาจากสมุนไพร ต้องมีใบอนุญาตผลิต จากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

การหาช่องทางในการจำหน่ายสินค้า

1.ออกงานแฟร์ตามประเทศต่าง ๆ ที่เป็นเป้าหมายของเราวิธีนี้ทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก รวมถึงมีความเสี่ยง เพราะไม่ได้การันตีว่าเราจะขายของได้
2. เปิดเว็บไซต์ และหาลูกค้าโดยการโปรโมตสินค้าของเราทางอินเตอร์เน็ต หรือหาลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์ International Trade เช่น ebay Alibaba Amazon เป็นต้น และหากต้องการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้นเราก็สามารถทำการโฆษณาผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ด้วย

export ส่งออกสินค้า ส่งออกนอก งานแฟร์ มหกรรมส่งออก
ที่มา : Bangkok Post

การทำสัญญาซื้อขาย

เมื่อมีการเสนอราคาและตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อและผู้ขาย หรือตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่าย จะทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
– Proforma Invoice เป็นเอกสารที่ผู้ขายส่งให้ผู้ซื้อเพื่อเป็นการเสนอราคาและเงื่อนไขต่างๆ ในการขายสินค้า
– Purchase Order เมื่อผู้ซื้อตกลงตามราคา และเงื่อนไขใน Proforma Invoice แล้วจะส่งหนังสือการสั่งซื้อ (Purchase Order) มาให้ผู้ขายเพื่อเป็นการตอบรับและสั่งซื้อสินค้าตามราคา และเงื่อนไขดังกล่าว
– Sale Confirmation เป็นสัญญาการซื้อขาย ซึ่งผู้ขายส่งให้แก่ผู้ซื้อเพื่อเป็นการยืนยัน หรือตอบรับการสั่งซื้อนั้นอีก (ในทางปฏิบัติบางครั้งอาจไม่จำเป็นก็ได้)

การชำระเงิน

  1. การชำระเงินล่วงหน้า (Advance Payment)คือ ผู้ซื้อต้องชำระเงินหรือโอนเงินให้ผู้ขายก่อน แล้วผู้ขายจึงจะส่งสินค้าให้ โดยผู้ขายจะเป็นคนจัดทำเอกสารการส่งออกส่งให้ผู้ซื้อ แต่วิธีนี้ความเสี่ยงจะตกอยู่ที่ผู้ซื้อเพราะว่าจ่ายเงินไปแล้ว อาจได้สินค้าไม่ตรงสเป็ก จัดส่งช้า หรืออาจไม่ได้รับสินค้าเลย ซึ่งผู้ซื้อสามารถป้องกันได้โดยการให้ผู้ขายทำหนังสือค้ำประกัน
  2. การเปิดบัญชีขายเชื่อ (Open Account)คือ ผู้ขายต้องส่งสินค้าไปก่อน แล้วผู้ซื้อถึงจะชำระเงิน ผู้ขายจะเป็นคนจัดทำเอกสารการส่งออกส่งให้ผู้ซื้อ วิธีนี้ผู้ขายต้องแบกรับความเสี่ยงโดยตรงเพราะต้องส่งสินค้าไปก่อน แต่อาจได้รับเงินช้าหรือไม่ได้รับเงินเลยก็ได้ ซึ่งผู้ขายสามารถป้องกันความเสี่ยงด้วยการให้ผู้ซื้อทำหนังสือค้ำประกัน
  3. การชำระเงินโดยตั๋วเรียกเก็บ (Bill for Collection) 2 วิธีแรกผู้ซื้อและผู้ขายมีการติดต่อกันโดยตรงและใช้บริการธนาคารเรื่องการโอนเงินเท่านั้น แต่วิธีที่ 3 นี้ ผู้ขายจะนำเอกสาร Shipping มาฝากให้ธนาคารฝั่งผู้ขายส่งไปธนาคารฝั่งผู้ซื้อให้เป็นผู้เรียกเก็บเงินจากผู้ซื้ออีกต่อหนึ่ง โดยธนาคารจะรับผิดชอบส่งมอบเอกสารให้ผู้ซื้อเมื่ออมีการส่งมอบเอกสารให้ผู้ซื้อเมื่มีการชำระค่าสินค้าให้ธนาคารก่อน
  4. เลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit หรือ L/C) คือตราสารที่ธนาคารออกให้กับผู้ขาย โดยการร้องขอหรือตามคำสั่งของผู้ซื้อว่าถ้าผู้ขายยื่นเอกสารครบถ้วนตามที่ L/C ระบุแล้วธนาคารก็จะจ่ายเงินทันที หรือตามระยะเวลาที่กำหนด โดยขั้นตอนคือผู้ซื้อจะไปขอให้ธนาคารเปิด L/C ไปยังผู้ขาย จากนั้นผู้ขายก็จะจัดส่งเอกสารเพื่อใช้ในการออกสินค้าให้ครบถ้วนตามที่ระบุใน L/C แล้วส่งมายังธนาคารผู้เปิด L/C เพื่อขอให้จ่ายเงิน
export ส่งออกสินค้า ส่งออกนอก
ที่มา : www.kasikornbank.com

พิธีการศุลกากร

คือขั้นตอนในการนำสินค้าเข้าหรือออกนอกประเทศ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้  อาจจะดำเนินการด้วยตัวเอง หรือใช้บริการ Shipping Agent เพื่อทำหน้าที่ส่งสินค้าไปต่างประเทศก็ได้ โดยขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรมีดังนี้

ตรวจสอบสิทธิพิเศษ เนื่องจากสินค้าบางชนิดอาจมีข้อยกเว้นด้านภาษี หรือมีสิทธิพิเศษเมื่อส่งออก หากผู้ประกอบการยังไม่ทราบรายละเอียดก็สามารถตรวจสอบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรได้ที่กรมศุลกากร และใช้เอกสารต่างๆ ดังนี้

  1. ใบรับรองทางด้านความปลอดภัยและมาตรฐานสินค้า (ตามชนิดของสินค้า)
  2. ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ผู้นำเข้าได้รับการลดหย่อนภาษี
  3. บริษัทขนส่ง (เรือบรรทุก หรือเครื่องบิน) พร้อมทำเรื่องการประกันภัยสินค้า
  4. วางแผนจัดการส่งออกตามเงื่อนไขที่ผู้ซื้อระบุไว้ในหนังสือสั่งซื้อสินค้า
  5. จัดทำเอกสารเพื่อผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งจะต้องมีเอกสาร เพิ่มเติม ได้แก่ ใบขนสินค้าขาออก, บัญชีราคาสินค้า, บัญชีรายละเอียดการบรรจุหีบห่อ (Packing List), คำร้องขอให้ในการตรวจสินค้าและบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์

ขั้นตอนอาจจะเยอะสักหน่อย แต่อาจจะเหนื่อยแค่ช่วงแรกเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ให้บริการส่งออกสินค้าที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณ โดยที่คุณไม่ต้องทำเองทุกขั้นตอน

สำหรับในขั้นตอนการจัดการออเดอร์ไม่ว่าจะงาน QC งานแพ็คของ Akita เองก็ยินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่ออเดอร์ล้นจนจัดการเองไม่ไหว หากต้องการส่งออกสินค้าทางเราก็ช่วยประสานงานจัดส่งกับไปรษณีย์ไทยและเอกชนให้ได้เหมือนกัน

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!