preloder

4 วิธีลับการเพิ่มยอด ขายของออนไลน์ ( Online Sales ) ที่แม่ค้ายุคใหม่ไม่ควรพลาด

ปี 2020 การซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ได้รับความนิยมไม่มีตก การเพิ่มยอด Online Sales เป็นเป้าหมายหลักในการทำการตลาดของแม่ค้ายุคใหม่ ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากที่มีช่องทางการนอกเหนือจากออฟไลน์ดั่งเช่นอดีต แต่ถ้าหากไม่มีวิธี กลยุทธ์ที่ดึงดูดใจลูกค้าได้เพียงพอก็ไม่มีความหมาย รวบรวม “กลยุทธ์ลับ 4 วิธี การเพิ่มยอด ที่แม่ค้ายุคใหม่ไม่ควรพลาด”

1. หากลยุทธ์ใหม่ๆ พิชิตใจลูกค้า

ในการขายปัจจุบันนี้ร้านค้าออนไลน์มีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ละร้านต้องมีกลยุทธ์ที่โดดเด่นในการเรียกลูกค้า เช่น แม่ค้าถ่ายทอดสด ขายของออนไลน์ ( Online Sales ) บน Facebook จัดโปรโมชั่น พิเศษสำหรับผู้รับชมอยู่ในขณะนั้น

ย้อนกลับไปปี 2018 เจ๊น้ำ เจ้าของวลีเด็ดรุงรัง และวร้ายวร้าย แม่ค้าผู้เคยโด่งดังในโลกโซเชียลจากการขายเสื้อผ้าด้วยวิธีการขายที่เผ็ดมันส์ไม่เหมือนใคร มาพร้อมความฮา คลายเครียดได้เป็นอย่างดี ทำให้สินค้าของเธอขายดีเทน้ำเทท่า นอกเหนือจากนี้กลยุทธ์อื่นๆ ที่สามารถทำได้ เช่น จัดโปรโมชันพิเศษในช่วงเทศกาลต่างๆ หรือวันเกิด, สะสมแต้ม, ซื้อ 1 แถม 1, ซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท รับคูปองเงินสด 100 บาทเพื่อแลกใช้ในครั้งถัดไป กลยุทธ์เหล่านี้ทำให้ร้านค้าของคุณมีความน่าสนใจ จะช่วยกระตุ้นยอดขายมากขึ้น แถมโปรโมตร้านไปในตัวได้อย่างแน่นอน

2. ใช้การลดราคาเป็นข้อเสนอพิเศษ

การลดราคาเป็นข้อเสนอพิเศษที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการเพิ่มยอดขายของออนไลน์ การลดราคาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) การลดราคาเป็นตัวเลข 2) การลดราคาเป็นเปอร์เซ็นต์

การลดราคาเป็นตัวเลขมักได้ผลลัพธ์ที่ดีในสินค้าที่มีราคาสูง ในขณะที่การลดราคาเป็นเปอร์เซ็นต์เหมาะกับสินค้าที่มีราคาไม่สูงมากนัก จริงๆ แล้วสินค้าอาจจะลดราคาเท่ากัน แต่ตัวเลขส่งผลต่อจิตวิทยาในการตัดสินใจซื้อสินค้า เช่น หากสินค้าราคา 50 บาท ลด 20% ดูมีค่ามากกว่า การที่จะบอกลูกค้าว่าลด 8 บาท และอีกตัวอย่าง สินค้าราคา 500 บาท ลด 100 บาท จะดูมีค่ามากกว่าการบอกลูกค้าว่าลด 20%

3. อำนวยความสะดวกช่องทางที่ชำระเงิน

ช่องทางที่ชำระเงินที่หลากหลายทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้น การซื้อขายออนไลน์เน้นความสะดวก และรวดเร็ว หากช่องทางการชำระเงินล่าช้า ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าที่ร้านอื่นแทนได้ ปัจจุบันมีตัวเลือกมากมาย อาทิ การโอนเงินผ่านพร้อมเพย์, Mobile Banking, Internet Banking, บัตร Credit & e-Wallet นอกเหนือจากนี้ Cash-on delivery (ชำระเงินปลายทาง) คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยม หากร้านใดไม่มีช่องทางชำระเงินที่ลูกค้าต้องการ อาจทำให้เสียลูกค้าไปง่ายๆ การปรับตัวให้ทันกระแสเป็นเรื่องที่ควรเอาใจใส่อย่างยิ่ง

4. พูดคุย-ตอบคำถามลูกค้าในโซเชียลมีเดีย

การมีส่วนร่วมกับลูกค้าบนโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์คุณ เป็นช่องทางที่ลูกค้าสามารถรับรู้แบรนด์ และการขาย การตอบคำถามหรือคอมเมนต์ต่างๆ ด้วยความรวดเร็วและตรงไปตรงมา เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มยอดขาย จะทำลูกค้าเห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับลูกค้า

คุณจะมีเวลาไปดูแลธุรกิจในส่วนอื่นมากยิ่งขึ้น หากคุณใช้เลือกใช้บริการของเรา ทำแทนได้ทุกขั้นตอน “Akita Warehouse” บริการ fulfillment ครบวงจร ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าแทนคุณ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1] & [2]

ทำความเข้าใจ 4P หลักการตลาดที่ควรรู้ก่อนเริ่มต้นขายของออนไลน์ต่างประเทศ

หลักการตลาด 4P คือหลักการพื้นฐานที่คนทำธุรกิจทุกรูปแบบควรเข้าใจ เพื่อใช้ในการเป็นไกด์ไลน์สำหรับการวางแผนการตลาด โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ Product Price Place และ Promotion โดยเราต้องวางแผนให้แต่ละส่วนมีความสอดคล้องและไปในทิศทางเดียวกัน

ในส่วนของการขายออนไลน์นั้นไม่ได้จบแค่การอัปโหลดรูปสินค้า ใส่ข้อมูล ราคา และยิ่งคุณต้องการเริ่มต้นขายสินค้าไปต่างประเทศ ไม่ว่าจสร้างเว็บไซต์ของตัวเอง หรือขายบนแพลตฟอร์ม Marketplace ชื่อดัง เช่น Amazon eBay Alibaba ที่คุณต้องแข่งขันกับผู้ค้าอีกหลายราย และสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ ต่างวัฒนธรรม ที่คาดเดาพฤติกรรมและความต้องการได้ยากกว่าการตีตลาดในบ้านเราเอง ดังนั้นคุณต้องวางแผนให้ดีว่าสิ่งที่คุณจะขาย ควรตั้งราคาเท่าไหร่ เหมาะจะขายบนช่องทางใด และควรโปรโมตอย่างไรเพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ค้ารายอื่นได้ ซึ่งทั้ง 4 อย่างนี้ก็คือการนำหลักการตลาด 4P มาประยุกต์ใช้นั่นเอง

4p-marketing
ที่มา: www.ionos.com

จะประยุกต์การตลาด 4P สำหรับการขายออนไลน์ต่างประเทศอย่างไร

สินค้าของคุณคืออะไร

ในการเลือกสินค้าที่จะขายนั้นคุณมักจะเกิดความคิดที่ขัดแย้งกันเอง ระหว่างคุณจะขายในสิ่งที่คุณอยากขาย หรือ ขายในสิ่งที่เป็นที่ต้องการในตลาด คุณต้องไม่ลืมว่าในการทำธุรกิจสิ่งที่คุณส่งมอบให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินให้คุณ ต้องสร้างความพึงพอใจให้พวกเขาได้ ดังนั้นลองถามตัวเองอีกครั้งว่าสิ่งที่คุณอยากขายสามารถเป็นคำตอบให้กับโจทย์นี้ได้หรือไม่

หากคุณคิดจะเริ่มต้นขายของออนไลน์ไปต่างประเทศ การค้นคว้าข้อมูลสินค้าทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือใกล้เคียงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยศึกษาทั้งสถิติการขายจากแพลตฟอร์มที่คุณสนใจ และแพลตฟอร์มใกล้เคียง นอกจากดูอันดับความนิยมแล้ว ควรหาข้อมูลในส่วนของคำค้นหาด้วย เริ่มจากลองคิดในมุมลูกค้า ถ้าคุณเป็นลูกค้าคุณจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร จากนั้นลองค้นหาด้วยคำดังกล่าวแล้วดูว่าผู้ค้ารายอื่นที่สินค้าได้รับความนิยมใช้คำในลักษณะเดียวกันหรือไม่

อีกเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้ามคือในการขายของไปต่างประเทศนั้นบางครั้งปัจจัยในเรื่องวัฒนธรรม เทรนด์ การรับรู้แบรนด์ generation ของผู้บริโภคในประเทศ อาจส่งผลต่อผลการค้นหาสินค้า หรือแม้แต่ความพึงพอใจของลูกค้า คุณต้องไม่ลืมคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ก่อนคิดจะขายสินค้าในประเทศนั้นด้วย

ควรจะขายราคาเท่าไหร่

บางคนอาจคิดว่าราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่คนตัดสินใจซื้อ และพยายามตั้งราคาให้ถูกที่สุดเพื่อหวังจะเปิดตลาดในต่างประเทศให้ได้ แต่หากทำแบบนี้มันดีต่อธุรกิจในระยะยาวจริงหรือ? ลองมองให้กว้างอีกนิดไปถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณว่าเขาเป็นคนแบบไหน มีพฤติกรรม ความคิดอย่างไร และคนเหล่านี้ให้คุณค่ากับสินค้าราคาถูกจริงหรือ

ขอยกตัวอย่างผู้บริโภคในญี่ปุ่นให้เห็นภาพมากขึ้นนะครับ แน่นอนว่าผู้บริโภคบางส่วนก็มองว่ารู้สึกคุ้มค่าที่ได้ซื้อของราคาถูก แต่การใช้กลยุทธ์ด้านราคากับสินค้าแบรนด์เนมนั้นดูจะให้ผลในทางลบกับแบรนด์ซะมากกว่า ด้วยความที่กลุ่มเป้าหมายเป็นคนมีฐานะซึ่งไม่นิยมซื้อสินค้าลดราคา เพราะรู้สึกว่าคุณค่าของสินค้าถูกลดทอนลงไปด้วย

นอกจากนี้แต่ละแบรนด์ยังสะท้อนภาพที่ต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับมุมมองของคนในประเทศนั้น ๆ จากการสอบถามการรับรู้ต่อแบรนด์เสื้อผ้าญี่ปุ่นอย่าง UNIQLO ในมุมมองของคนสวีเดน คนที่ถูกสัมภาษณ์ยังคงมองว่า H&M ซึ่งเป็นแบรนด์ของสวีเดนเองเป็นแบรนด์ราคาประหยัด แต่ในขณะที่คนญี่ปุ่นกลับมองว่า UNIQLO ซึ่งมีต้นกำเนิดในประเทศพวกเขามีการออกแบบที่เรียบง่าย เข้าถึงผู้ซื้อทุกคนได้ และมีมาตรฐานสินค้าค่อนข้างสูง

ดังนั้นแทนที่คุณจะตั้งราคาให้ถูกเข้าไว้ คุณควรขายในราคาที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่คุณต้องการสื่อกับผู้ซื้อในประเทศนั้น เพราะการตั้งราคาถูกเกินไปอาจส่งผลกับการจดจำภาพลักษณ์แบรนด์ จนทำให้เป็นการยากหากต้องการยกระดับสินค้าและราคาให้สูงขึ้นในอนาคต

4p-marketing

จะขายสินค้าที่ไหน

เริ่มพิจารณาจากประสบการณ์การซื้อของคุณเองในฐานะผู้บริโภค เวลาซื้อของแต่ละประเภทคุณมักจะซื้อได้ที่ไหน ร้านค้าออนไลน์ หรือ ไปที่หน้าร้าน และเมื่อไปที่หน้าร้านอะไรที่สามารถดึงดูดสายตาของคุณได้ และหากคุณเคยซื้อสินค้าจากต่างประเทศ หรือแม้แต่ไปเที่ยวต่างประเทศคุณสังเกตเห็นอะไรจากพฤติกรรมของผู้ซื้อบ้าง

ในประเทศญี่ปุ่นที่แม้จะมีการใช้บัตรเครดิตอย่างแพร่หลาย ก็ยังมีผู้บริโภคบางส่วนเลือกที่จะจับจ่ายด้วยเงินสด ในการซื้อสินค้าออนไลน์จึงมักมีตัวเลือกจัดเก็บเงินที่ปลายทางให้ลูกค้าที่ชอบจ่ายเงินสดได้เลือกด้วย

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะขายสินค้าออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ คุณต้องเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าของคุณด้วยว่าเขารู้สึกสะดวกที่จะซื้อผ่านช่องทางไหน รวมไปถึงตัวเลือกการชำระเงินตามที่ได้ยกตัวอย่าง เพราะถึงแม้ว่าสินค้าของคุณจะเป็นที่ต้องการแต่ลูกค้ากลับพบความยุ่งยากในขั้นตอนชำระเงินก็มีโอกาสที่จะเลิกซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านร้านค้าของคุณ แล้วหันไปหาร้านอื่นที่มีตัวเลือกหลากหลายกว่าก็เป็นได้

จะวางแผนโปรโมตอย่างไร

คุณอาจจะใช้การโปรโมตแบบเดียวกับการขายของที่ไทยไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่าคนแต่ละประเทศอาจไม่ได้มีพฤติกรรมการซื้อแบบเดียวกัน เช่น แม่บ้านญี่ปุ่นที่ไม่เพียงแค่เช็คราคาสินค้าและโปรโมชั่นจากโบรชัวร์และสื่อโฆษณาต่าง ๆ แต่ยังเข้าไปเช็คราคาสินค้าผ่านคอนเทนต์ออนไลน์เพื่อดูว่าซื้อสินค้าจากที่ไหนจะได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด และจากตัวอย่างนี้ผมจึงขอย้ำอีกครั้งว่าการศึกษาลูกค้าของคุณให้ดีเป็นสิ่งจำเป็นมาก อาจจะดูจากผู้ค้าในประเทศนั้นว่าเขาใช้การโปรโมตแบบไหน ในส่วนของคำบรรยายสินค้าก็สำคัญ พยายามใช้สำนวนแบบคนท้องถิ่นให้ได้เพราะมีส่วนอย่างมากในการเรียกความสนใจจากลูกค้าให้เข้ามาชมสินค้าในร้านออนไลน์ของคุณ อีกเรื่องที่สำคัญคือการออกแบบร้านค้าให้มีทั้ง User Interface และ User Experiences ที่สร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีให้ลูกค้า (พูดง่าย ๆ คือ ออกแบบให้ดูดี ใช้งานง่ายและลื่นไหล) เมื่อลูกค้าชมสินค้าในร้านออนไลน์ได้ไม่มีสะดุดเขาก็อยากจะใช้เวลาเลือกดูสินค้าอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

โดยสรุปการจะเริ่มต้นขายออนไลน์ต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยเพราะเรามีเทคโนโลยีช่วยให้เข้าถึงช่องทางและตัวช่วยทำธุรกิจอย่างหลากหลาย แต่สิ่งที่ยากคือการจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคหาคุณเจอและชื่นชอบในสินค้าของคุณมากกว่าของผู้ค้ารายอื่นที่ขายสินคาแบบเดียวกันบนช่องทางเดียวกัน 4P จึงเป็นหลักการตลาดที่สามารถเป็นไกด์ไลน์เปิดทางไม่ว่าคุณจะอยากเริ่มต้นธุรกิจอะไรก็ตาม

อีกหนึ่งตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้คุณมีเวลาไปโฟกัสการวางแผนธุรกิจมากขึ้น หมดกังวลเรื่องการดูแลสต็อกสินค้า เพียงคุณนำสินค้ามาส่งที่คลังเก็บสินค้า แล้วให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแลและจัดเก็บให้ หากต้องการจัดส่งสินค้าก็เพียงส่งออเดอร์มาให้เจ้าหน้าที่ช่วยหยิบมาแพ็ค และจัดส่งผ่านตัวแทนชั้นนำที่คุณเลือกได้ทั้งเอกชนและไปรษณีย์ไทย จะส่งในประเทศหรือต่างประเทศก็ดำเนินการให้ได้ และทั้งหมดนี้คือบริการ Fulfillment ที่จะช่วยสนับสนุนให้คุณธุรกิจเติบโตได้ตามต้องการ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1]

นักช็อปเมืองรอง โอกาสทองทางธุรกิจที่ไม่ควรมองข้าม

จากรายงาน “เปิดประตูสู่เมืองรอง” โดยนีลเส็น ที่ทำการศึกษาเฉพาะจังหวัดที่มีประชากร 1-5 ล้านคน และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด คิดเป็น 35% พบว่าไทยมีเมืองรอง 18 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเมืองรอง จะมีการขยายตัวของสังคมเมืองเพิ่มเป็น 62% เมื่อเทียบกับกรุงเทพฯที่มี 18% ขณะเดียวกัน ประชากรส่วนใหญ่ของเมืองรอง คือ กลุ่มอายุ 12-39 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 77% ของประชากร โดยคนกลุ่มนี้กล้าใช้จ่าย กล้าลองอะไรใหม่ ๆ

 

อีกศักยภาพที่น่าสนใจ คือ ความสามารถในการดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว จากการศึกษาพบว่ารายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ใช้จ่ายในเมืองรองสูงถึง 30% ของรายได้นักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มีมูลค่าประมาณ 3 ล้านล้านบาท และนั่นก็หมายถึงเมืองรองกำลังจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต ประกอบกับอีก 5-10 ปีข้างหน้ารัฐบาลจะมีโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่าง ๆ กระจายเข้าไปในแต่ละจังหวัดทำให้อัตราการจ้างงานมีโอกาสเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจในจังหวัดนั้น ๆ ก็จะโตขึ้น นำมาซึ่งโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

เรามองเห็นโอกาสแล้วก็จริง แต่ก็ต้องมาคิดกันต่อว่าจะเข้าหาผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างไร เพราะไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรองแต่ละภาคก็ไม่ได้เหมือนกันไปซะทีเดียว ผู้ประกอบการจึงต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละภาคให้ชัดเจน และสร้างกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับภูมิภาคนั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือมีความคล้ายกันเรื่องการอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าไซซ์เล็ก เพราะมีกำลังซื้อน้อย ส่วนภาคใต้ชอบสินค้าพรีเมี่ยม เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ประชากรมีรายได้สูง ส่วนภาคกลางจะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะมีคนจากที่ต่าง ๆ ย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงาน ทำให้สินค้าที่มีนวัตกรรมขายดี เป็นต้น

 

อยากเข้าถึงคนเมืองรอง ต้องเริ่มที่การเข้าใจพฤติกรรม

 

มีอิสระในการสร้างทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น

สะท้อนได้จากการเลือกประกอบอาชีพ เดิมในต่างจังหวัดพ่อแม่คาดหวังให้ลูกเป็นข้าราชการ เพื่อความมั่นคงในชีวิต แต่อาชีพของคนในปัจจุบันรวมทั้งเมืองรองต้องการในสิ่งที่อยากทำ อยากเป็นนายตัวเองกันมากขึ้น พ่อแม่เองก็ไม่บังคับให้เป็นข้าราชการแล้ว เพราะเห็นว่าอาชีพอื่น ๆ ก็มีโอกาสสร้างรายได้เช่นกัน
ในแง่การใช้ชีวิตประจำวันหรือการใช้เวลาว่างไปกับงานอดิเรกที่ชอบก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากคนกรุง เพราะทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายขึ้น รวมทั้งการเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้สามารถซื้อสินค้าทุกอย่างได้แบบคนเมือง บริการขนส่งสินค้าก็ทำได้สะดวกรวดเร็วขึ้น จากการขยายพื้นที่และการปรุบปรุงบริการของทั้งบริษัทขนส่งเอกชนและไปรษณีย์ไทยให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพขึ้น

 

ภาพจาก: Tesco Lotus

 

 

อีคอมเมิร์ซสำคัญแต่ผู้บริโภคยังต้องการการปฏิสัมพันธ์กับคน

คนกลุ่มนี้จะมองหา Trust Point (ประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ) ไม่ใช่ Touch Point คือทั้งสินค้าและช่องทางอีคอมเมิร์ซต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จะต้องไม่หลอกลวง หรือ สร้างความผิดหวังให้กับผู้บริโภค แม้อีคอมเมิร์ซเติบโตแต่การจ่ายเงินยังเป็นรูปแบบการจ่ายเงินปลายทาง (Cash on delivery) สำหรับกลุ่มที่เรียนรู้การใช้งาน Mobile Banking หรือ Mobile Payment หากเริ่มต้นใช้บริการกับธนาคารใดจะมีความภักดี (Loyalty) สูงมากและไม่เปลี่ยนใจไปใช้ของแบรนด์อื่น และในขณะเดียวกันการซื้อสินค้าเพื่อบริโภคในชีวิตประจำวันที่หน้าชั้นวางยังเป็นช่องทางที่คนต่างจังหวัดชอบ เพราะผู้บริโภคต้องการสัมผัสสินค้าจริง รวมทั้งได้พูดคุยกับพนักงานเพื่อให้แนะนำสินค้าและโปรโมชั่น

 

ความคุ้มค่ายังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา

ชาวเมืองรองมีความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ในตัว มีการวางแผนการใช้ชีวิตทุกด้าน ทั้งการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ต และพื้นที่จัดเก็บในมือถือ ที่ต้องใช้งานอย่างคุ้มค่า การเห็นโฆษณาแบรนด์ต่าง ๆ แล้วตั้งใจจะไปซื้อสินค้าที่ชั้นวาง บางครั้งก็ลืม หรือ เห็นแบรนด์อื่นให้ข้อเสนอโปรโมชั่นที่คุ้มค่ากว่าก็เปลี่ยนใจได้เช่นกัน ดังนั้นการสื่อสารเพื่อย้ำเตือนแบรนด์ที่ชั้นวางยังมีความจำเป็น หรือ การย้ำเตือนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อและข้อเสนอโปรโมชั่นก็ต้องทำ เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมซื้อสินค้าที่คุ้มราคา

 

 

 

พฤติกรรมการรับชมและเข้าถึงสื่อที่เปลี่ยนไป

ตอนนี้ “อายุ” ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกรับสื่อแล้ว แต่เป็นเรื่องของ “พฤติกรรมและความสนใจ” เป็นตัวกำหนดการเสพคอนเทนต์ ในปัจจุบันประชากรไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 82% มีการใช้งานในทุกวัย เมื่อมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ผู้บริโภคพร้อมที่จะค้นหาคอนเทนต์นั้น ๆ ซึ่งก่อนจะไปถึงขั้นการค้นหาเราต้องทำให้ผู้บริโภครู้จักคอนเทนต์ก่อน โดยการโปรโมตผ่านหลาย ๆ ช่องทาง ปีนี้คอนเทนต์ก็ยังมีความสำคัญกับผู้บริโภคสูงสุด ดังนั้นคอนเทนต์จึงไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอยู่แค่บนหน้าจออุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ต้องไปได้ในทุกที่กับสื่อทุกรูปแบบ และแบรนด์ควรโฟกัสเรื่องความสนใจระดับปัจเจก (individual) เข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยข้อมูลที่อ้างอิงถึงพฤติกรรมด้วย ไม่ใช่แค่ข้อมูลประชากรศาสตร์

 

แม้จะนิยมแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่ออฟไลน์ก็ยังไม่หายไปไหน

“ฟอร์แมต” หรือ รูปแบบของสื่อ มีความสำคัญมากกับการรับชมคอนเทนต์ในยุคนี้ แม้สื่อสิ่งพิมพ์จะได้รับความนิยมลดลง แต่ความต้องการในสื่อนั้น ๆ จากผู้บริโภคยังคงอยู่ วันนี้คนยังต้องการอ่านข่าว แม้กลุ่มที่อ่านข่าวผ่านสื่อรูปเล่มลดลงและเปลี่ยนไปชมผ่านออนไลน์แทน แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากลุ่มที่บริโภคสื่อแบบรูปเล่มจะหายไปทั้งหมด
Live Content เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเมืองรองให้ความสนใจรับชมเช่นกัน ทั้งไลฟ์ของคนทั่วไป ไลฟ์ของคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ คนขายของ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากช่องทาง Facebook ดูเพราะสนุกเหมือนดูคอนเทนต์บันเทิงทั่วไป และดูเพราะสนใจซื้อสินค้า ซึ่งขณะที่ดูสินค้าผ่าน Facebook Live ยังถามคำถามจากผู้ขายได้เลย ทำให้เกิดความมั่นใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งการซื้อขายรูปแบบนี้เรียกว่า Conversational Commerce ที่สำคัญคือการทำคอนเทนต์เพื่อสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ ต้องมีความย่อยง่าย เข้าใจง่าย ตลก บันเทิงและจริงใจ เช่น เพจตามใจตุ๊ด เทยเที่ยวไทย เป็นคอนเทนต์ที่ใช้ภาษาเข้าใจง่าย รู้สึกสมจริงและเป็นเรื่องความสนใจใกล้ตัว

 

*เปิดตลาดได้แล้วอยากได้ผู้ช่วยทำงานหลังบ้านตั้งแต่ดูแลสินค้าในสต็อก แพ็ค และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าแทนคุณ

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา:
prachachat.net
positioningmag.com

กระตุ้นยอดขาย หลังหยุดยาวด้วยเคล็ดลับเพิ่มยอดต่อเนื่อง

หลังวันหยุดยาวใครๆ ก็มักจะไม่อยากใช้จ่ายสักเท่าไหร่เพราะจ่ายหนักไปแล้วกับการท่องเที่ยวช่วงวันหยุด หรือแม้แต่เสียเงินช็อปปิ้งให้กับร้านค้าที่แข่งขันกันจัดโปรโมชั่นก่อนหยุดยาว ร้านค้าจึงอาจจะทำยอดขายได้ยากสักหน่อยเมื่อต้องเจอสภาวะแบบนี้ แต่ก็อย่าเพิ่งถอดใจไปเพราะยังมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยได้ ‘กระตุ้นยอดขาย’ บางวิธีก็ทำได้เลยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก จะมีอะไรบ้างนั้นลองไปติดตามกันต่อได้เลย

 

กระตุ้นยอดขาย-1
ที่มา: www.easynetwork.co.th

นำแคมเปญวันหยุดไปใช้ต่อ /ขยายเวลาจัดโปรโมชั่น

เราสามารถนำแคมเปญที่จัดไปแล้วในช่วงก่อนวันหยุดยาวมาจัดซ้ำอีกได้ หรือแม้แต่ขยายเวลาให้ลูกค้าที่พลาดช่วงเวลาโปรโมชั่นได้มีโอกาสร่วมกิจกรรม หากเคยแจกส่วนลด คูปองต่างๆ ก็ขยายเวลาการใช้สิทธิ์ออกไปอีกนิดหน่อย ซึ่งหนึ่งในจำนวนผู้ที่กลับมาซื้อซ้ำก็คือลูกค้าขาประจำที่ชื่นชอบแบรนด์ของคุณ การขยายระยะเวลาโปรโมชั่นจึงเท่ากับเป็นการสัมนาคุณพวกเขาไปในตัว กระตุ้นยอดขาย ไปอีกด้วย

นำสินค้าสุดฮิตมาจัดโปรโมชั่นหลังหยุดยาว

ใช้ข้อมูลสถิติการขายให้เป็นประโยชน์ ดูว่ามีสินค้าตัวไหนบ้างที่ทำยอดขายได้ดี เป็นที่ต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ ก็เอาออกมาจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายได้ในช่วงนี้ โดยอาจนำมาจับคู่ทำโปรโมชั่นรวมกับสินค้าตัวอื่นเพื่อกระตุ้นยอดคู่กันไปด้วยได้

กระตุ้นยอดขาย-2
ที่มา: tcatcargo.com

 

จัดกิจกรรมร่วมสนุกกับสินค้า

ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำได้ง่ายนั่นคือให้ลูกค้าถ่ายรูปกับสินค้าของคุณ ถ้าเป็นธุรกิจประเภทบริการก็ให้ถ่ายรูปขณะมาใช้บริการหรือเช็คอินสถานที่แล้วโพสต์ลง Social Media โดยคนที่ร่วมกิจกรรมจะได้รับส่วนลดหรือสิทธิ์พิเศษต่างๆ เมื่อซื้อสินค้าในครั้งต่อไป การทำแบบนี้คุณได้ทั้งกระตุ้นยอดขาย ได้สมนาคุณลูกค้าเก่า และยังเป็นการสร้าง Awareness ในกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ตามมาซื้อหลังจากที่เห็นการแชร์โพสต์สินค้าของคุณ

ชวนลูกค้าประจำที่รักคุณมาช่วยทำ Review หรือ Testimonial

ชวนลูกค้าที่ประทับใจในสินค้าและการบริการของคุณมาช่วยเขียน Review ซึ่งอาจจะเป็นการ Review บนคอนเทนต์ที่คุณโพสต์หรือบนฟังก์ชั่น Review ของ Social Media ที่มีพื้นที่ให้เขียนคอมเมนต์และให้คะแนนบนแพลตฟอร์มได้เลย หรือชวนลูกค้าประจำมาช่วยทำ Testimonial บอกเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้สินค้าของคุณ โดยที่คุณสามารถนำคอนเทนต์ Review หรือ Testimonial ไปแชร์ต่อบนช่องทางต่างๆ ได้ นับเป็นการโปรโมตสินค้าผ่านการสร้างความเชื่อมั่นซึ่งช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

กระตุ้นยอดขาย-3
ที่มา: www.listrak.com

ส่งอีเมล์ขอบคุณลูกค้า /แนะนำสินค้าแบบ Personalized

จบช่วงเทศกาลไม่ได้หมายถึงคุณต้องขาดการติดต่อกับลูกค้าแล้วรอจนเทศกาลใหม่มาถึง การสื่อสารกับลูกค้าเป็นสิ่งที่คุณควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะการได้ลูกค้ามาใหม่นั้นทำได้ไม่ยากเท่าการรักษาลูกค้าเก่า หรือแม้แต่การจะเปลี่ยนใจให้คนที่เข้ามาชมสินค้ากลายมาเป็นลูกค้าก็ต้องอาศัยการสื่อสารเช่นกัน นอกจากการสื่อสารบน Social Media การส่งคอนเทนต์ ส่งข้อความไปขอบคุณทางอีเมล์ก็ช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดกับคุณมากขึ้น คุณอาจแนะนำสินค้าใหม่หรือแนะนำสินค้าแบบ Personalized ที่ลูกค้าน่าจะสนใจโดยอ้างอิงจากประวัติการซื้อที่ผ่านมาของพวกเขา

นำสินค้าตัวใหม่มาวางขาย เปิดตัวบริการใหม่

แทนที่คุณจะเปิดตัวสินค้าในช่วงเทศกาลที่ใครๆ ก็แข่งกันจัดโปรโมชั่น  แล้วเลือกเปิดตัวสินค้าใหม่หลังจบเทศกาลที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองและกระตุ้นให้คนสนใจสินค้าใหม่ได้ไม่ยากนักไปพร้อมกับการเปิดตัวแคมเปญการตลาด ซึ่งคุณสามารถใช้วิธีให้ร่วมสนุกกับสินค้า หรือการทำ Review ตามที่ยกตัวอย่างข้างต้นมาเป็นเงื่อนไขในการให้สิทธิพิเศษ ยิ่งลูกค้าคนไหนชอบซื้อสินค้าใหม่ๆ ก็ย่อมไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้ใช้สินค้าก่อนใครแน่นอน

เลือกช่วงเวลาและเลือกทำโปรโมชั่นหลังวันหยุดที่เหมาะกับคุณได้แล้ว ก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมในการจัดการสต็อกให้ดี ต่อให้คุณจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจแค่ไหนแต่ละเลยเรื่องการควบคุมคุณภาพการทำงานจนส่งผลถึงคุณภาพสินค้า เกิดความล่าช้าในการทำงาน จนลูกค้าได้รับสินค้าไม่ตรงตามมาตรฐาน ก็อาจเสียลูกค้าจากความผิดพลาดเหล่านี้ได้ง่ายๆ ซึ่งการทำธุรกิจในยุคนี้คุณไม่จำเป็นจะต้องจัดการเองทุกอย่าง ในส่วนของขั้นตอนบริหารคลังสินค้าที่ประกอบด้วยงานหลักอย่าง เก็บ แพ็ก ส่ง คุณสามารถส่งต่อให้ผู้ให้บริการ Fulfillment ช่วยดูแลแทนคุณได้ ควบคุมคุณภาพงานได้ง่ายแถมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามที่คุณใช้งานจริงเท่านั้น

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1] & [2] 

สูตรลัดปั้นร้านเสื้อผ้าแฟชั่น เคล็ดลับพร้อมใช้เปิดร้านได้เลย!

สูตรลัดปั้นร้านเสื้อผ้าแฟชั่น เคล็ดลับพร้อมใช้เปิดร้านได้เลย!

ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ธุรกิจในฝันของคนยุคใหม่นอกจากจะได้อยู่กับของสวยงามทุกวันแล้ว ยังเป็นธุรกิจที่ทำกำไรง่าย มีตลาดรองรับแน่นอน เมื่อเป็นแบบนี้ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นก็ยิ่งได้รับความนิยม คู่แข่งในตลาดยิ่งมีมาก ฉะนั้นหากคิดจะทำธุรกิจประเภทนี้แล้วก็ต้องรู้จักวางแผนสักหน่อย ซึ่งต้องเป็นแผนธุรกิจที่ครอบคลุมทุกด้านไม่ใช่แค่จะขายอะไรที่ไหนให้ใคร เพราะการบริหารด้านอื่นๆ ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้รอดหรือร่วงได้เช่นกัน สำหรับใครที่ไฟแรง อยากเปิดร้านแล้ว แต่เวลาเตรียมตัวค่อนข้างจำกัดมาลองดูเคล็ดลับเหล่านี้ที่จะช่วยให้คุณวาดภาพธุรกิจและคิดแผนได้เร็วขึ้น

 

ขายเสื้อผ้าแฟชั่น เคล็ดลับ

 

เตรียมแผนการทำธุรกิจและการตลาด

หาว่าอยากขายเสื้อผ้าแบบไหน สำหรับชาย หญิง หรือเด็ก ประเภทของเสื้อผ้า ประเภทของวัสดุ นอกจากนี้ต้องดูความเป็นไปได้ว่าสิ่งที่เราขายกับงบประมาณไปด้วยกันได้หรือไม่ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าของพื้นที่นั้นๆ คนที่จะมาเป็นลูกค้า กฏหมายทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้และหากเกิดความติดขัดในการทำความเข้าใจข้อกฏหมายที่ซับซ้อนควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมาย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่เราศึกษาสามารถนำมาใช้พัฒนาแผนธุรกิจและแผนการตลาดต่อไปได้เป็นอย่างดี

 

วางแผนการเงินให้พร้อม

ทั้งเงินสำหรับซื้อสินค้าและบริหารสต็อก สำหรับบริหารจัดการทุกขั้นตอนของร้านค้า ค่าอุปกรณ์ ค่าจ้างพนักงานและการมีสวัสดิการต่างๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงินถือเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างรอบคอบหากขาดเสถียรภาพก็ทำให้ทุกขั้นตอนชะงักได้ง่ายๆ ซึ่งหลังจากคุณวางแผนงบประมาณและทราบจำนวนเงินทุนที่คุณต้องเตรียมแล้ว คุณก็ต้องหาทางออกต่อไปอีกว่าจะระดมทุนได้จากที่ไหน สถาบันการเงินอะไรที่ช่วยคุณได้  และอีกเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลยคือการมีเงินสำรองเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินอยู่เสมอ

 

ขายเสื้อผ้าแฟชั่น เคล็ดลับ

 

เตรียมเปิดร้านค้าออฟไลน์ / ออนไลน์ (หรือทำทั้ง 2 ช่องทาง)

สำหรับการมีหน้าร้านจริงนอกจากเรื่องตัวอาคาร สถานที่ตั้งของร้านแล้วควรพิจารณาว่าประเภทสินค้าเหมาะจะเปิดร้านข้างในหรือนอกห้างสรรพสินค้า ร้านควรมีขนาดเท่าไรจึงจะพอดีกับสต็อกสินค้าของเรา ดูว่าเรามีโอกาสได้ลูกค้า(ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายและมีกำลังซื้อ) จากพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ด้วย แต่ใครที่อยากเริ่มต้นด้วยการเปิดเป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ก่อน (หรือขายทั้งออนไลน์และหน้าร้านจริงควบคู่กัน) ก็ต้องดูว่าสินค้าของเราเหมาะจะไปอยู่บนแพลตฟอร์มใดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราจะหาเจอ ไม่ว่าจะเป็นการขายผ่าน  Website Social Media หรือ Online Marketplace (ที่นิยม เช่น Lazada Shopee  Looksi Zilingo) และต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้เราปิดการขายได้ง่ายด้วย

 

เตรียมการผลิตหรือหาแหล่งที่จะรับเสื้อผ้ามาขาย

วางแผนเปิดโรงงานสำหรับผลิตเอง หรือหาแหล่งที่เราจะไปรับเสื้อผ้าแฟชั่นมาขายได้ในคุณภาพที่น่าพอใจและราคาสมเหตุสมผล ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ร้านขายส่ง ติดต่อ Supplier งานแสดงสินค้า และที่กำลังนิยมในตอนนี้คือการรับมาจากผู้นำเข้าสินค้าจีน หรือเว็บไซต์ของจีนอย่าง Taobao TMall 1688

tips_fashionstore ขายเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายส่งเสื้อผ้า

 

วางระบบร้านค้าและการสต็อกสินค้า

มีสินค้าจะขายแล้วก็ต้องเตรียมโกดังเก็บสินค้าและระบบจัดการภายใน ขั้นตอนนี้ก็สำคัญมากเพราะการเก็บสินค้าในคลังที่ได้มาตรฐานช่วยรักษาคุณภาพสินค้าได้ การมีพนักงานที่รู้งาน มีเทคโลยีที่เหมาะสมมาช่วยงาน มีระบบบริหารจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บ แพ็ก จัดส่งที่ดี ช่วยทำให้ได้ผลงานคุณภาพเสร็จทันตามเวลาส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยคุณสามารถสร้างระบบขึ้นมาเองซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวสักหน่อยและงบประมาณค่อนข้างสูง หรือเช่าโกดังเก็บสินค้าที่มาพร้อมบริการ Fulfillment ที่คุณใช้บริการได้เลยและวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า

 

วางนโยบายร้านค้า

ทั้งที่เกี่ยวกับการบริหารร้านประจำวัน เวลาทำการ ระเบียบในการทำงานและนโยบายที่เกี่ยวกับการดูแลลูกจ้าง นโยบายในการให้บริการลูกค้า เช่น การรับประกันคุณภาพสินค้า การดูแลหลังการขาย ซึ่งนโยบายเหล่านี้ควรมีการแจ้งให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องทราบโดยทั่วกัน

 

จัดโปรโมชั่น ทำการตลาดเพื่อโฆษณาร้าน บนช่องทางและวิธีที่เหมาะกับสินค้า

บนช่องทางออฟไลน์ โดยการจัดงานเปิดตัวร้านที่มีการแจกส่วนลด ของรางวัลที่หน้าร้าน การโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ของท้องถิ่น รายการวิทยุ การทำป้ายโปรโมต ใบปลิว

บนช่องทางออนไลน์ โปรโมตผ่าน Facebook LINE@ หรือ Website ทั้งของร้านเราเอง พันธมิตรธุรกิจ หรือของชุมชนที่ร้านเราตั้งอยู่ ผ่านการทำคอนเทนต์ การทำกิจกรรมต่างๆให้คนเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้เรายังทำโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ดัวกล่าวนี้ รวมถึงบนหน้า Search Engine  อย่าง Google ที่สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ใช้งบที่ค่อนข้างยืดหยุ่น มีระบบช่วยเก็บสถิติ ทำให้เราวิเคราะห์ผลการลงโฆษณาได้เป็นอย่างดี

 

พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะ ว่าหากจะเริ่มทำร้านเสื้อผ้าแฟชั่นต้องเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง และขอฝากไว้อีกครั้งว่าคุณภาพของสินค้าสำคัญมาก แม้เรามั่นใจว่าได้สินค้าคุณภาพจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ แต่หากเราขาดการจัดการระบบสต็อกที่ตรงตามมาตรฐานก็สามารถส่งผลถึงคุณภาพสินค้าและคุณภาพงานโดยรวมได้ ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าจะจัดการได้ดีไหม หรือต้องการใครสักคนมาแบ่งเบาภาระงานสต็อกเพื่อที่คุณจะมีเวลาคิดแผนขยายธุรกิจมากขึ้นลองปรึกษาผู้ให้บริการ Fulfillment อย่าง Akita Warehouse ที่ยินดีให้คำปรึกษาและจัดแพ็กเกจที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

ที่มา: www.entrepreneur.com