preloder

ศึก 11.11 LAZADA vs SHOPEE บนสังเวียนเซลแห่งนี้ มีทีเด็ดอะไรมาสู้กันบ้าง

ใกล้เข้ามาทุกทีกับเทศกาลเซลจาก Marketplace ชื่อดัง อาทิ LAZADA Shopee JD Central ในวันที่ 11.11 ที่ ต่างเตรียมโปรลด แลก แจก แถม มาแข่งกันโกยยอดขาย สร้างความคึกคักให้นักช็อปกระเป๋าสั่นกันเต็มที่ นอกจาก 11.11 แน่นอนว่า 12.12 ก็มีแววตามมาอีกละรอก เหมือนกับปีที่ผ่าน ๆ มา (เรียกได้ว่าจัดงานเซลกันแทบจะทุกเดือนที่ตัวเลขสวย อย่าง 9.9 หรือ 10.10)

ว่าแล้วเพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมต้องจัดงานเซลวันที่ 11 เดือน 11 นอกจากเหตุผลที่ว่าเลขสวยแล้ว วันนี้มันสำคัญอย่างไรวันนี้ Akita จะมาเล่าให้ฟังไปพร้อมกับกลยุทธ์ที่ Marketplace แต่ละเจ้าเขาเลือกใช้กันด้วยครับ

ทำไมวันที่ 11.11 จึงสำคัญ จนต้องมีการจัดโปรโมชั่นขายของ?

การให้ความสำคัญกับวันที่ 11 เดือน 11 เริ่มจากนักศึกษาในจีนที่จัดกิจกรรมฉลองความโสด (Single’s Day) ขึ้นในวันนี้ จนเกิดเป็นกระแสให้มหาวิทยาลัยอื่น ๆ จัดตาม ลามไปถึง Social Media และหนึ่งในกิจกรรมที่บรรดาคนโสดออกมาทำร่วมกันแล้ว พวกเขายังนิยมซื้อของขวัญฉลองความโสดให้ตัวเอง เมื่อซื้อของคนเดียวมันเหงาก็ต้องช้อปปิ้งผ่านทางออนไลน์ ทาง Alibaba แพลตฟอร์มช็อปปิ้งยอดนิยมของจีนเห็นโอกาสจากปรากฏการณ์นี้จึงเป็นผู้ริเริ่มแคมเปญ 11.11 เอาใจ (และตังค์) จาก คนโสด (และไม่โสด)

 

ปรากฏการณ์ 11.11 ในไทย กับการริเริ่มโดย LAZADA

แคมเปญ 11.11 จัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2015 ซึ่ง LAZADA เป็นผู้นำแคมเปญนี้เข้ามาและยังทำยอดขายได้สูงสุดในวันนั้น โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า LAZADA 11/11 Online Festival จากความสำเร็จในปีแรกทำให้มีการจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาและในปี 2018 ที่ผ่านมา LAZADA ทำยอดขายได้มากถึง 350 ล้านชิ้น และทำการจัดส่งสินค้ามากถึง 1 ล้านครั้ง ในช่วง 3 วันที่มีแคมเปญ

 

รวมทีเด็ด Marketplace เจ้าดังในไทย
กับกลยุทธ์ที่ใช้ในแคมเปญ 11.11 สร้างประสบการณ์ช็อปปิ้ง

 

11.11-lazada-shopee-JD-sale

 

LAZADA กับแคมเปญ  Lazada 11.11 Shopping Festival

LAZADA เริ่มเปิดตัวเปิดแคมเปญในวันที่ 1 พฤศจิกายน ด้วยโปรลดราคาที่หลากหลายกับคูปองส่วนลดที่เตรียมมาจากถึง111 ล้านคูปอง ที่ให้ส่วนลดสูงสุดถึง 90%   ผ่านกิจกรรมใต้คอนเซ็ปต์ Shoppertainment เพื่อสร้างประสบการณ์ช็อปปิ้งที่แปลกหม่จากการกระตุ้นให้ผู้ซื้อมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวเกมสร้างเมืองเสมือนจริง LazCity Wonderland ที่ผู้เล่นสามารถเก็บคูปองจากแบรนด์ดัง กิจกรรม GUESS IT! King ถูกแน่แค่ทาย ที่นักช็อปได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับเซเลบชื่อดัง Lazada 11.11 Super Show รายการวาไรตี้ที่จะไลฟ์สตรีมผ่านแอป Lazada และถ่ายทอดสดผ่านไทยทีวีสีช่อง 33 ซึ่งจะมีช่วง Voucher Rain ที่ให้ผู้ชมเก็บคูปองส่วนลดบนระหว่างโชว์ได้ด้วย
อีกไฮไลท์ในวันที่ 11.11 ของ LAZADA ก็คือ LAZADA Pre-Sale ที่ผู้ซื้อเข้ามาจองสินค้าไว้ (กันสินค้าหมดก่อน ซื้อไม่ทัน )แล้วค่อยสั่งซื้อวันที่ 11.11แต่สำหรับผู้ผลิตหรือร้านค้าที่เอามาขาย ก็จะรู้ว่าตัวเองจะต้องซื้อมาขายเท่าไหร่ งาน Pre-sale จึงเป็นประโยชน์สำหรับ คนซื้อและคนขายบน LAZADA ที่จะทราบได้ว่าต้องเตรียมจำนวนสินค้าจำนวนเท่าไหร่มาจำหน่ายในวันเซลโดยประมาณการได้จากยอดสั่งจองล่วงหน้านี้

 

11.11-lazada-shopee-JD-sale

 

Shopee กับแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale 

โดยเปิดตัวแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ตั้งแต่วันที่ 22-31 ตุลาคม 2562 นับเวลารวมประมาณ 9 วัน และใช้ส่วนลด 50% ดึงความสนใจลูกค้า ซึ่งได้มีการแจกคูปองระหว่างวัน ทั้งโปรโมชั่นลดทั้งร้าน 50% ส่วนลด 50% สินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ ส่วนลดตามแบรนด์อีก 50% และโปรสินค้าราคา 9 บาทขาดตัว มาให้จัดกันฟิน ๆ

ไม่เพียงแค่แจกส่วนลด แต่ Shopee ได้เปิดฟีเจอร์ Shopee Catch ซึ่งจะมีการแจก Coins และโค้ดส่วนลดอื่นๆ ความพิเศษของ Shopee Catch คือเป็นครั้งแรกของเกมที่นำเทคโนโลยี AR เข้ามาใช้ ฟีเจอร์ใหม่ไม่ได้มีแค่เกมเท่านั้น Shopee  ยังเปิดตัว Shopee Feed ตอบรับเทรนด์ Social Shopping ที่ส่งเสริมให้ผู้ใช้และแบรนด์มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้นด้วยฟังก์ชันให้กดติดตามเพื่อน ร้านค้า และแบรนด์ที่ชื่นชอบต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด เกาะติดโปรแรงและสินค้าใหม่ไม่มีพลาด

 

11.11-lazada-shopee-JD-sale

JD Central กับแคมเปญ JD CENTRAL 11.11

JD CENTRAL เลือกเปิดแคมเปญจูงใจลูกค้าด้วยโปรลดราคาสินค้าแบรนด์ของแท้ ตามด้วยโปรลดสินค้าต่างประเทศ   ลดตามหมวดหมู่สินค้า และก่อนถึงงาน 11.11 ก็ส่งโปรมาให้ได้จัดหนักสินค้าลดครึ่งราคา พร้อมกระหน่ำแจกคูปองในวันที่ 10 แบบจุก ๆ ในขณะที่อีกสองเจ้าจัดงาน 11.11 แค่วันเดียว แต่พี่ JD Central ขอยิงยาวถึง 3 วัน ตั้งแต่ 11-13 พฤศจิกายน 2562 และกลับมาจัดแคมเปญลดอีกทีต้อนรับเทศกาล Black Friday ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ด้วย (ต้องรอดูกันอีกทีครับว่าอีกสองเจ้าเขาจะจัด Black Friday ด้วยไหม)

 

ความสำเร็จของ 11.11 ที่เกิดขึ้นมาเพื่อฆ่า Black Friday ในเอเชีย

จากที่ Black Friday และ Cyber Monday ซึ่งเป็นงานเซลสินค้าในโซนยุโรปและอเมริกา เคยเป็นเทศกาลช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อฝั่งเอเชียอย่างเราจัด 11.11 ขึ้นมาบ้างโดยการนำของ Alibaba และ JD.com กลับกลายเป็นว่ายอดการซื้อจากงาน Black Friday และ Cyber Monday ที่เคยสูงที่สุด ต้องสละตำแหน่งแชมป์ให้ 11.11 ขึ้นมาเป็นงานช็อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทน และที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่างาน 11.11 นำแบรนด์หรู และรวมของที่คนอยากได้มากที่สุดมาไว้ในงาน แล้วยังลดราคาเยอะที่สุดในรอบปี โดยที่งาน 11.11 เป็นแคมเปญที่นิยมทั่วทั้งเอเชียและยุโรป ในขณะที่ Black Friday และ Cyber Monday จะดังเฉพาะในโซนอเมริกาและยุโรป

 

เชื่อว่าหลังจบเทศกาลนี้แล้วนอกจากคนซื้อได้ของถูกในราคาสบายกระเป๋า บรรดาร้านค้าทั้งหลายก็ได้โอกาสปล่อยของล็อตใหญ่เลยใช่ไหมครับ แพ็คของกันมือระวิง แถมต้องวิ่งส่งแข่งกันให้ทันใจลูกค้าอีก อย่างที่บอกไปตอนต้นครับว่า Marketplace เหล่านี้มีการจัดแคมเปญเซลกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน และยิ่งช่วงต้นปีที่วันสำคัญและเทศกาลต่าง ๆ เยอะมาก ยิ่งมีโอกาสสูงที่จะจัดงานเซลติดกันทุกเดือน จบงาน 11.11 แล้วแนะนำว่าควรเตรียมรับมือกันไว้แต่เนิ่น ๆ ดีกว่า รับออเดอร์มาเยอะ ของที่ต้องแพ็คก็เยอะ แถมต้องจัดส่งให้ไวเพราะลูกค้าสมัยนี้ไม่ชอบรออะไรนาน ๆ ด้วยสิ ถ้าแพ็คเองไม่ไหวก็ต้องเตรียมกำลังเสริมด่วน หรือจะใช้บริการ Fulfillment ที่จะมารับช่วงต่องานแพ็คสินค้า และจัดส่งให้คุณ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจนะครับ

ขอคำแนะนำจาก Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

ที่มา:

Source 1

Source 2

Source 3

รวมเว็บขายของต่างประเทศ สำหรับร้านที่ไม่อยากหยุดแค่ตลาดไทย

ทำไมเปิดการขายที่เว็บขายของต่างประเทศจึงน่าสนใจ คำตอบก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้ธุรกิจ E-commerce อัตรการเติบโตแต่จะสูงขึ้นทุกปี จากผลการสำรวจของ ETDA ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ใหม่มาแรงธุรกิจ E-commerce 4.0 ที่การขายสินค้าและบริการออนไลน์สู่ต่างประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 23.06% (จากปีก่อนที่มีเพียง 13.47% )

 

ทั้งนี้เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุน E-commerce ไทยให้ขยายตลาดไปได้ทั่วโลก และการเข้าถึงตลาดต่างประเทศนั้นก็ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะเรามีเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อคนทั้งโลกเข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบให้ใครก็เข้าถึงข้อมูลได้ อย่างเช่นเว็บขายหรือ Online Marketplace ของต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้นักธุรกิจจากหลากหลายประเทศเข้ามาเปิดการขายบนช่องทางเดียวกันได้ และนี่คือตัวอย่างของเว็บที่กำลังได้รับความสนใจในตอนนี้

เข้าถึงลูกค้าจากทั่วโลก

 

 

eBay

เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้เข้ามาซื้อหรือขายสินค้ากันได้ที่เว็บไซต์ โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเป็นสมาชิกของ eBay ก่อน รูปแบบการขายที่เป็นจุดเด่นนั่นก็คือการขายทั้งแบบปกติในราคาตายตัว และการขายแบบประมูลราคาที่ผู้ซื้อเสนอราคาสูงสุดที่เขาต้องการจะซื้อ สินค้าที่ขายมีตั้งแต่สินค้ามือสองจากบุคคลทั่วไปหรือสินค้าผลิตเอง ไปจนถึงสินค้าที่ผลิตโดยเจ้าของแบรนด์ ซึ่งต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้าม ยกตัวอย่างเช่น สินค้าปลอม ละเมิลลิขสิทธิ์ อาวุธหรือยาเสพติด เป็นต้น การที่ eBay มีระบบให้ดาวที่ลูกค้าสามารถลงคะแนนให้ร้านค้าได้ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าได้เป็นอย่างมาก สำหรับการชำระเงินสินค้าสามารถชำระผ่าบัตรเครดิต เดบิต หรือโอนข้ามประเทศได้ทันทีผ่านบัญชี Paypal ระบบจ่ายเงินออนไลน์ที่นักช็อปและนักขายสายอินเตอร์คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

 

Amazon

เว็บขายของที่เริ่มจากการขายหนังสือออนไลน์และวิดีโอหนัง จนในช่วงเวลาต่อมาที่มีการขยายกิจการทำให้ Amazon มีการเพิ่มหมวดสินค้าออกเป็นหลายหมวดจนเรียกได้ว่าแทบจะมีทุกอย่างวางขาย จากเดิมที่ Amazon มีเว็บสำหรับให้บริการลูกค้าในอเมริกาเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้ทำเว็บไซต์ย่อยซึ่งเป็นเหมือนเว็บสาขาเพื่อขายสินค้าให้ประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น  (ประเทศอื่นนอกเหนือจากนี้สามารถสั่งสินค้าผ่านเว็บหลักได้) รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรือชำระผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Amazon Pay นอกจากการมีระบบให้คะแนนรีวิวเหมือนแพลตฟอร์มอื่น

Amazon ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการมีระบบ Fulfillment ไว้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าในสังกัด (ซึ่งต้องคุณต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม) มีเครื่องมือสำหรับทำการตลาดที่คุณสร้างโฆษณาและทำโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าบนเว็บ Amazon ที่มีระบบสถิติเพื่อให้คุณนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

Etsy

เว็บนี้จะต่างกับ eBay และ Amazon ที่มีการแข่งขันสูงตรงที่มีความเป็น Community มากกว่า (ค่าธรรมเนียมเปิดร้านค่อนข้างถูกกว่าด้วย) คนขายและคนซื้อต่างเป็นคนที่ชอบงานฝีมือจากทัวโลก ดังนั้นเว็บนี้จึงไม่เน้นขายสินค้าหลายหมวดหมู่ แต่จะเน้นสินค้างาน Handmade งาน Craft ที่เราทำด้วยตัวเองหรือมีส่วนในการออกแบบและผลิต (ซึ่งตรงนี้ต้องระวังให้ดีถ้าใครลักไก่ไปรับสินค้าจากโรงงานมาขายมีสิทธิ์โดนแบนเสียจนเสียชื่อเสียงร้านและโดนห้ามขายได้) และสินค้าวินเทจที่มีอายุมากกว่า 20 ปี สำหรับวิธีรับชำระเงินก็ทำได้ผ่าน Paypal เช่นกัน

 

เน้นลูกค้าจีน

 

 

 

Taobao

เว็บไซต์สัญชาติจีนที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีร้านขายของออนไลน์ของตัวเองได้ เน้นแบรนด์หรือกิจการท้องถิ่น ร้านค้าปลีกส่วนบุคคล รูปแบบการซื้อขายจึงทำในลักษณะ C2C ที่ผู้บริโภคซื้อขายกับผู้บริโภค เงื่อนไขตั้งร้านก็ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก ดังนั้นสินค้าที่ขายจึงมักเป็นของที่ซื้อขายได้เร็ว ผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพมากนักเพราะราคาถูก ใครที่สนใจเปิดร้านกับ Taobao เอกสารที่ต้องเตรียมได้แก่ พาสปอร์ต เบอร์โทรศัพท์ในจีน (แนะนำให้เปิดเบอร์ที่สำนักงานค่ายมือถือเพราะเขาจะใช้พาสปอร์ตของเรายืนยันตัวตนให้เราได้) บัญชี Alipay ที่ยืนยันตัวตนแล้ว และบัญชีธนาคารจีนที่เปิดในประเทศจีน ซึ่งวิธีชำระเงินทำได้ทั้งผ่านบัตรเครดิต  Alipay

 

 

JD Worldwide

เป็นแพลตฟอร์มขายตรงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน เปิดโอกาสให้นักธุรกิจชาวต่างชาติได้ขายตรงสินค้าคุณภาพและของแท้ในราคาจับต้องได้แก่ลูกค้าชาวจีน (ลักษณะการขายแบบ B2C) โดยไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่หรือเปิดบัญชีธนาคารในจีน พูดง่ายๆ คือจุดเด่นของเจ้านี้อาจเปรียบได้กับ Amazon ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเป็นอันดับแรกในการให้ความสำคัญกับระบบ Fulfillment และการจัดส่งที่รวดเร็ว

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการเปิดร้านบน JD Worldwide ต้องเป็นผู้ที่จดทะเบียนนิติบุคคลนอกจีน มีใบอนุญาตประกอบการค้าปลีกและการค้าในต่างประเทศ และเป็นเจ้าของแบรนด์ชาวหรือตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ โดยผู้ขายสามารถสร้าง JD store บนแพลตฟอร์ม JD ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็ต้องมีการเสียค่าประกันโดยจำนวนขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นให้ทางแพลตฟอร์ม สำหรับวิธีชำระเงินมีทั้งบัตรเครดิต WeChat Pay JD Pay

 

นี่เป็นเพียงบางส่วนของเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ E-commerce ที่เราได้นำมาแนะนำ แพลตฟอร์มไหนตอบโจทย์ธุรกิจของคุณก็ลองพิจารณากันดู ไม่เพียงแค่การเลือกแพลตฟอร์มที่ดีจะเป็นการการันตีความสำเร็จของเราได้ ตัวเราเองก็ต้องมีการศึกษาลู่ทาง หาข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมให้ดีด้วย และจะเห็นได้ว่าแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ Fulfillment ของตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อส่งมอบประสบการณ์ซื้อขายที่น่าประทับใจแก่ลูกค้าผ่านสินค้าและบริการที่ได้คุณภาพ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าระบบ Fulfillment จะเหมาะกับบริษัทใหญ่ๆเท่านั้น ไม่ว่านักธุรกิจระดับไหนก็สามารถใช้ได้ แน่นอนว่าถ้าเรามีการจัดการระบบหลังบ้านที่ดี ผลงานออกมาดี เราก็ทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะสร้างระบบ Fulfillment เอง หรืออยากมีผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญระบบ Fulfillment ที่พร้อมให้คำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจของคุณ

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

ที่มา:
www.etda.or.th
www.smmagonline.com
www.digitalfodder.com