preloder

Social Media ช่วยหนุน E-commerce อย่างไร ในวันที่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าผู้บริโภคมักจะศึกษาข้อมูลให้แน่ใจในตัวสินค้าเสียก่อนและโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเข้าถึงข้อมูลนั้นง่ายมาก ไม่เพียงแค่หาข้อมูลเองผ่านสื่อออนไลน์ แต่พวกเขายังมองหารีวิวจากผู้บริโภครายอื่นๆ เพื่อย้ำความน่าเชื่อถือ จะมีช่องทางไหนกันที่พวกเขาจะรับข้อมูลที่มาจากการบอกต่อในกลุ่มเพื่อนถ้าไม่ใช่ Social Media ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว หลายๆองค์กรธุรกิจเองก็เลือกใช้ Social Media เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเช่นกัน เพราะพวกเขาได้พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เมื่อมีเรื่องเร่งด่วนก็สื่อสารได้รวดเร็วขึ้นด้วย  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการใช้ Social Media กับการทำธุรกิจเท่านั้น มาดูกันว่าในระยะยาว Social Media จะช่วยธุรกิจ E-commerce คุณได้อย่างไรบ้าง

ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าตัวจริง (Leads)

จากการที่องค์กรธุรกิจและร้านค้ามักจะมีการเก็บข้อมูลและช่องทางติดต่อลูกค้าผ่านการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ อยู่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการทำโฆษณาออนไลน์ไปหาคนกลุ่มนี้ได้ หรือถ้าอยากกรอง Lead ให้มีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาคือลูกค้าตัวจริงที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าของคุณสูงมาก ก็สามารถทำโฆษณาที่มีการ personalized หรือใส่ตัวแปรด้านความสนใจต่างๆ เข้าไป เพื่อเจาะกลุ่มคัดเฉพาะคนที่สนใจในเรื่องนั้นจริงๆ

ช่วยให้ร้านค้าปิดการขายได้เร็วขึ้น

การมี Social Media เป็นอีกหนึ่งช่องทางการขาย ช่วยให้คุณปิดการขายได้เร็วขึ้นอย่างไร? ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อก็มักจะหาข้อมูลก่อนซื้อ อาจจะใช้เวลามากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ซื้อ เมื่อจุดเด่นของ Social Media คือการสื่อสารกันได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้จึงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจของลูกค้าลงได้ โดยการที่คุณให้แอดมินร้านค้าคอยสังเกตการณ์และตอบคำถามลูกค้าให้เร็วที่สุดเมื่อมีข้อสงสัยเข้ามา และหากมีการคอมเมนต์ การกล่าวพาดพิงถึง แบรนด์แอดมินก็สามารถเข้าไปช่วยตอบคำถาม นำเสนอสินค้าในคอมเมนต์นั้นได้ เมื่อลูกค้ารู้ในสิ่งที่สงสัยเร็วขึ้น ก็ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

ช่วยสร้างการรับรู้ กระจายชื่อเสียงให้แบรนด์

เมื่อ Social Media คือช่องทางยอดนิยมที่คนยุคปัจจุบันใช้รับข่าว เราก็ใช้เป็นช่องทางสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ได้ ก่อนอื่นเราต้องศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าของเรากระจายตัวอยู่บนแพลตฟอร์มไหนบ้าง จากนั้นเราก็เลือกทำคอนเทนต์ขายสินค้าและนำเสนอในแบบที่ “ถูกจริต” ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย และสามารถสื่อสารความเป็นแบรนด์ของเราให้คนจดจำได้ สามารถเลือกทำคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบตามเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่คุณอยากนำเสนอ เช่น บทความสำหรับให้รายละเอียดข้อมูล มีมสำหรับสร้างอารมณ์ร่วมด้วยภาพและข้อความสั้นๆ คอนเทนต์ Real-time โดยอาจจะเป็น LIVE หรือภาพโพสต์ต่างๆที่พูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ เป็นต้น นอกจากสร้างการรับรู้หรือ Awareness แล้ว ยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากคนที่เข้ามาติดตาม และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการขอรีวิวออนไลน์จากลูกค้าเพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ด้วย

รักษาลูกค้าไม่ให้หนีไปไหน

การรักษาลูกค้าไม่ให้หายไปไหน นั่นคือการทำให้เขากลับมาซื้อกับเราต่อเนื่องไม่ใช่แค่ซื้อครั้งเดียวแล้วหายไป ทำได้โดยการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เริ่มจากการที่คุณต้องทำให้เขาเห็นหน้าบ่อยๆ ซึ่งก็กลับไปที่เรื่องการทำคอนเทนต์และการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ท่องไว้เสมอว่าการสร้างลูกค้าใหม่ยากกว่าการรักษาลูกค้าเก่าไว้แน่นอน เพราะลูกค้าเก่ารู้จักและเชื่อถือคุณในระดับหนึ่งแล้วสิ่งที่คุณต้องทำจึงมีเพียงแค่การให้บริการที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย ต่างกับคนที่ยังไม่เป็นลูกค้าที่คุณต้องใช้สารพัดวิธีชักชวนให้เขาหันมาสนใจแถมใช้ต้นทุนสูงกว่าด้วย

โดยสรุปแล้วการทำธุรกิจ E-commerce ยุคใหม่จึงหนีไม่พ้นเรื่องของการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวโดยใช้ Social Media เป็นตัวช่วย เมื่อพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนคุณก็ต้องปรับวิธีการเข้าหาลูกค้า และไม่เพียงการสื่อสารเท่านั้น การบริหารจัดการงานภายในร้านของคุณก็ต้องรักษาประสิทธิภาพให้ดีด้วย เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ในทุกครั้งที่ซื้อ รวมถึงรู้จักใช้เทคโนโลยี หาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาช่วยงานและแบ่งงานให้กับคนที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ที่มา : www.krusecontrolinc.com

ทำโฆษณา Facebook แม่นยำขึ้น! ด้วย Metrics ใหม่ ที่จะเริ่มใช้เร็วๆ นี้

Facebook ได้ออกมาประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าในวันที่ 30 เมษายนนี้ จะยกเลิกการให้คะแนน Relevance Score หรือการวัดคะแนนคุณภาพและประสิทธิภาพ ทำโฆษณา Facebook แบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ 3 Metrics ที่วัดประสิทธิภาพโฆษณาได้ละเอียดกว่า ทำให้การยิงโฆษณาแม่นยำยิ่งขึ้น

3 Metrics ใหม่มีอะไรบ้าง

1. Quality ranking คือการวัดคุณภาพโฆษณาของคุณเปรียบเทียบกับโฆษณาที่แข่งขันในกลุ่มผู้ชมเดียวกัน

2. Engagement rate ranking คือการเปรียบเทียบอัตราส่วนการมีส่วนร่วมในโฆษณาของคุณกับโฆษณาที่แข่งขันในกลุ่มผู้ชมเดียวกัน

3. Conversion rate ranking คือการเปรียบเทียบอัตราส่วน Conversion Rate ในโฆษณาของคุณกับโฆษณาที่มี Optimization Goal เท่ากันและแข่งขันในกลุ่มผู้ชมเดียวกัน

นอกจาก Relevance Score ทาง Facebook ก็เตรียมยกเลิกอีก 6 Metrics และแทนที่ด้วย Metrics ที่วัดผลได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน ซึ่งทั้ง 6 ตัวนั้น ได้แก่

  • ยกเลิก Offers Saved และ Cost Per Offers Saved เปลี่ยนมาเป็น Post Saves ที่บอกเราได้ว่ามีคนกด Save โฆษณาเราไปกี่คน (รวมถึง Offer Ad saves ด้วย) ซึ่ง Post Saves ได้เริ่มใช้ไปแล้วตั้งแต่ 12 มีนาคม โดยจะนับ post saves ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
  • ยกเลิก Messaging Replies Cost Per Messaging Replies เปลี่ยนมาเป็น

          New Messaging Connections ที่จะนับแค่ New Conversation จากคนที่ไม่เคยส่งข้อความเข้ามาถึงคุณเลย

          Messaging Conversations Started ที่จะนับทั้ง New Conversation จากคนที่ไม่เคยส่งข้อความถึงคุณ และจำนวน Conversation จากคนส่งที่ไม่ได้ข้อความถึงคุณในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

  • รวม Mobile App Purchase ROAS และ Web Purchase ROAS กลายเป็น Purchase ROAS คือการคิด ROAS  (Return on Ad Spend) จากทุกช่องทาง ปรับการคิดตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าที่นิยมการซื้อแบบ omni-channel มากขึ้นนั่นเอง

การปรับ Metrics ครั้งนี้ช่วยให้นักโฆษณาอย่างเราสามารถประเมินผล ทำโฆษณา Facebook ได้ดีขึ้นจากการได้ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมด้วย Metrics ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อ Metrics บนแพลตฟอร์มเปลี่ยนเราเองก็ต้องไม่ลืมที่จะเปลี่ยน Metrics แบบใหม่เข้าไปแทนที่ตัวเดิมในรายงานการทำโฆษณาของเราด้วย

จบงานหน้าบ้านก็อย่าลืมดูแลงานหลังบ้านให้ดีควบคู่กันไปด้วยนะ ทั้งการเก็บสินค้ารักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน การแพ็กเพื่อเตรียมส่งให้เรียบร้อยสวยงาม และการจัดส่งที่รวดเร็วได้มาตรฐาน อยากได้งานดีแบบประหยัดแรงและเวลาลองปรึกษา Akita  Warehouse ผู้เชี่ยวชาญได้ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

Source : [1] & [2]

บริการ Fulfillment คืออะไร ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ทำงานง่าย ขายดีขึ้นจริงหรือ?

บริการ Fulfillment คืออะไร ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ทำงานง่าย ขายดีขึ้นจริงหรือ? การจ้างคลังสินค้าเอกชนมาดูแลงาน เก็บ แพ็ค ส่ง สินค้าแทนคุณ จะช่วยงานได้อย่างไร

 

บริการ Fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง คืออะไร?

Fulfillment คือส่วนหนึ่งของระบบคลังสินค้า ที่เริ่มจากการนำสินค้าเข้ามาเก็บที่คลัง ตามด้วยขั้นตอนการนำออกมาแพ็คลงบรรจุภัณฑ์ และจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้า หรือที่มักเรียกกันง่ายๆ ว่า เก็บ แพ็ค ส่ง นั่นเอง

ถ้าเป็นบริษัทที่มีกำลังมากพอก็จะมีคลังสินค้าและจัดการระบบ Fulfillment เอง แต่ในปัจจุบันก็มีเจ้าของกิจการไม่น้อยที่หันมาใช้บริการคลังสินค้าจากบริษัทเอกชนที่มีบริการ Fulfillment ไว้รองรับความต้องการของเจ้าของกิจการที่ไม่สะดวกมีคลังสินค้าเป็นของตัวเองด้วย

 

fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง omnichannel
ที่มา: www.dmit.co.th

 เกิดอะไรขึ้นบ้างในยุคที่พฤติกรรมการซื้อขายเปลี่ยนไปจากเดิม?

จากเดิมที่การซื้อขายจะเกิดขึ้นและจบที่หน้าร้านค้า โดยลูกค้าไปเลือกสินค้าด้วยตัวเองที่ร้าน ชำระเงินและรับสินค้ากลับไปด้วยได้เลย แต่เมื่อเกิดการขายบนตลาด E-Commerce ขึ้นมา รูปแบบและช่องทางการซื้อ – ขายก็เปลี่ยนไป คือลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านออนไลน์ได้แม้อยู่ที่บ้าน เมื่อร้านค้าได้รับคำสั่งซื้อก็จัดการแพ็กและจัดส่งตามออเดอร์ หรืออีกรูปแบบการซื้อคือลูกค้าเห็นสินค้าบนช่องทางออนไลน์ แล้วเข้าไปดูสินค้าจริงที่หน้าร้าน ก่อนจะกลับมาตัดสินใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์

แล้ว Fulfillment สำคัญอย่างไร?

เมื่อเป็นเช่นนี้ร้านค้าก็ต้องปรับวิธีและเพิ่มช่องทางการขายให้ลูกค้าเข้าถึงได้ทุกทางไม่ว่าจะมีร้านค้าออนไลน์หรือหน้าร้านจริงแบบออฟไลน์ หรือที่เรียกว่าการขายแบบ Omni Channel นอกจากการเพิ่มช่องทางการขาย พัฒนาคุณภาพสินค้าแล้วต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับบริการที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต่างกับการสั่งซื้อที่ทำได้เร็วและง่ายแค่ปลายนิ้ว ร้านไหนตอบเร็ว ส่งไว ก็ได้คะแนนความประทับใจจากลูกค้าได้ไม่ยาก ร้านค้าจึงต้องมาแก้โจทย์ตรงนี้ต่อว่าจะทำอย่างไรให้ร้านของตนไปถึงจุดนั้นได้ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่คำตอบก็คือการจัดการระบบ Fulfillment ให้มีประสิทธิภาพ

fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง omnichannel
ที่มา : www.interlakemecalux.com

 

สร้างระบบ Fulfillment เอง กับให้คนอื่นทำให้ แบบไหนดีกว่า?

ธุรกิจทั่วไปที่มีความพร้อมทั้งพื้นที่ ทรัพยากรบุคคล และโดยเฉพาะเงินทุนก็มักจะมีคลังสินค้าและวางระบบ fulfillment เอง แต่สำหรับธุรกิจที่ยังไม่มีความพร้อมทุกด้าน แต่ต้องจัดการสินค้าปริมาณมากด้วยระบบการทำงานแบบเดิม จำนวนพนักงานเท่าเดิมก็เสี่ยงเกิดความเสียหายจากการทำงานไม่ทัน ทำงานผิดพลาด เสียเวลาและเสียโอกาสในการนำเวลาไปพัฒนาสินค้าหรือแผนการขาย และหากคิดจะมีคลังสินค้าเป็นของตัวเองเมื่อลองคำนวณต้นทุนในระยะยาวที่ต้องใช้ไปกับการจัดการเทียบกับมูลค่าธุรกิจอาจจะไม่คุ้มค่านัก

fulfillment เก็บ แพ็ค ส่ง omnichannel

 

ใช้บริการ Fulfillment ดีอย่างไร?

คำตอบคือ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มความสะดวก  ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ นั่นเอง

 

มาดูความข้อดีกันแบบชัด ๆ ทีละข้อไปด้วยกัน!

1. ประหยัดเวลา ไม่ต้องทำงานที่ใช้เวลามากด้วยตัวเอง เพราะงานในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่เก็บ แพ็ก ส่ง ต่างก็ต้องใช้ความละเอียด จึงกินเวลาค่อนข้างมาก ซึ่งหากมีคนมาช่วยรับภาระตรงนี้ไปก็จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปคิดแผนต่อยอดงานด้านอื่นมากขึ้น

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย ระบบ Fulfillment คือส่วนหนึ่งของคลังสินค้า นั่นหมายถึงคุณต้องลงทุนไปกับการสร้างคลัง จัดเตรียมอุปกรณ์ กำลังคนให้พร้อม และยังต้องมีเงินสำรองสำหรับการบริหารจัดการ การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ หากใช้บริการ outsource คุณก็ไม่ต้องแบกรับภาระตรงนี้

3. เพิ่มความสะดวก หากคลังสินค้าของคุณอยู่ไกลจากเขตเมืองก็ทำให้การขนส่งเป็นไปโดยลำบากและอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่หากคุณเลือกใช้บริการคลังสินค้าที่อยู่ในจุดที่เดินทางสะดวกก็จะช่วยให้ขั้นตอนการจัดส่งหรือลำเลียงสินค้าสะดวกและเร็วขึ้นด้วย

4. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ คลังสินค้าที่ให้บริการ Fulfillment จะมีเทคโนโลยีที่เชื่อมระบบงานทุกส่วนเข้าด้วยกัน สามารถจัดการและตรวจสอบแต่ละขั้นตอนการทำงานได้ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน แม้ไม่ได้ทำงานด้วยตัวเองเจ้าของธุรกิจก็สามารถติดตามการทำงานได้ตลอดเวลา

ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดอาจจะดูเหมือนว่าธุรกิจที่เหมาะจะใช้บริการคลังสินค้าและระบบ Fulfillment  จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ไม่ได้มีพื้นที่และทุนมากๆ เป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือกำลังโตและมีปริมาณสินค้าไหลเข้าจำนวนมากจนทำให้ไม่สะดวกในการจัดการเอง แต่จริงๆธุรกิจที่โตแล้วก็ใช้บริการ Fulfillment ได้ เพราะไม่ได้มีเพียงแค่งานเก็บ แพ็ค ส่ง แต่ยังมีบริการกระจายสินค้าไปยังสาขาและตัวแทนจำหน่าย บริการเติมของหน้าร้านบนห้างสรรพสินค้าด้วย ซึ่ง Akita Warehouse ก็มีพร้อมทุกบริการ Fulfillment สำหรับธุรกิจทุกระดับเช่นกัน อยากให้ทีมงานช่วยงานด้านไหนก็ขอคำปรึกษาแพ็กเกจที่ยืดหยุ่นได้ ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงระยะยาวที่ต้องแบกรับ

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

อัพเดท ขนาดรูป Facebook และ Social Media ประจำปี 2020

ขนาดรูป Facebook และ Social Media  จะอัพเดทกันเป็นขนาดไหนบ้างในปี 2020?Blog นี้มีคำตอบ!! (มีทั้ง Instagram, YouTube, Twitter และ แพลตฟอร์มยอดนิยมอื่นๆ ด้วยนะ) ดาวน์โหลดติดคอมพิวเตอร์เอาไว้เป็นไกด์ไลน์ทำภาพทั้งปี

ไม่ว่าจะเจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดต่างก็ใช้แพลตฟอร์ม Social Media เป็นช่องทางทำการตลาดกันทั้งนั้นและด้วยความที่แต่ละแพลตฟอร์มไม่ว่าจะ Facebook, Instagram, YouTube & Twitter ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาทั้งส่วนอัลกอริทึม รวมถึงปรับส่วนหน้าตาแพลตฟอร์มให้สวยงาม ใช้งานได้ดีขึ้น ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คอนเทนต์หรือรูปภาพบนส่วนต่างๆ ตั้งแต่รูปโปรไฟล์ คัฟเวอร์ และภาพโพสต้องปรับไซซ์ให้แสดงผลได้อย่างพอเหมาะ

Facebook

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-social-media-image-sizes-2020-facebook

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-social-media-image-sizes-2020-facebook


YouTube

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-social-media-image-sizes-2020-youtube

Instagram

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-social-media-image-sizes-2020-instagram

Twitter

social-media-image-sizes-2020-twitter

LinkedIn

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-social-media-image-sizes-2020-linkedin

Pinterest

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-2020-pinterest

Snapchat

ขนาดรูป Facebook และ Social Media-social-media-image-sizes-2020-snapchat

WeChat

social-media-image-sizes-2020-wechatsocial-media-image-sizes-2020-wechat

Weibo

social-media-image-sizes-2020-weibo

อย่ามัวโพสต์ Social Media จนลืมไปดูแลลูกค้าหละ ขั้นตอนอื่นๆ ในการทำธุรกิจก็สำคัญไม่แพ้กับการตลาดเลย โดยเฉพาะธุรกิจ E-commerce ที่ปิดการขายได้แล้วก็ต้องดูแลเรื่องการส่งของให้ลูกค้าอีก ทำหลายอย่างจนหัวหมุนเกินจะรับไหว ก็อยากแนะนำให้ลองหาผู้ช่วย หรือระบบ Fulfillment อย่าง Akita Warehouse มาช่วยงานก็น่าสนใจไม่น้อยนะครับ มีคนดูแลงานให้อย่างดีอีกแรงจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพงาน แถมมีเวลาส่วนตัว และเวลาไปคิดแผนธุรกิจเพิ่มขึ้นเห็นๆ

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

ที่มา : Source 1  Source 2