preloder

Social Media ช่วยหนุน E-commerce อย่างไร ในวันที่พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าผู้บริโภคมักจะศึกษาข้อมูลให้แน่ใจในตัวสินค้าเสียก่อนและโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การเข้าถึงข้อมูลนั้นง่ายมาก ไม่เพียงแค่หาข้อมูลเองผ่านสื่อออนไลน์ แต่พวกเขายังมองหารีวิวจากผู้บริโภครายอื่นๆ เพื่อย้ำความน่าเชื่อถือ จะมีช่องทางไหนกันที่พวกเขาจะรับข้อมูลที่มาจากการบอกต่อในกลุ่มเพื่อนถ้าไม่ใช่ Social Media ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว หลายๆองค์กรธุรกิจเองก็เลือกใช้ Social Media เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าเช่นกัน เพราะพวกเขาได้พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง เมื่อมีเรื่องเร่งด่วนก็สื่อสารได้รวดเร็วขึ้นด้วย  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการใช้ Social Media กับการทำธุรกิจเท่านั้น มาดูกันว่าในระยะยาว Social Media จะช่วยธุรกิจคุณได้อย่างไรบ้าง

 

 

ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าตัวจริง (Leads)

จากการที่องค์กรธุรกิจและร้านค้ามักจะมีการเก็บข้อมูลและช่องทางติดต่อลูกค้าผ่านการกรอกแบบฟอร์มต่างๆ อยู่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการทำโฆษณาออนไลน์ไปหาคนกลุ่มนี้ได้ หรือถ้าอยากกรอง Lead ให้มีคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาคือลูกค้าตัวจริงที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าของคุณสูงมาก ก็สามารถทำโฆษณาที่มีการ personalized หรือใส่ตัวแปรด้านความสนใจต่างๆ เข้าไป เพื่อเจาะกลุ่มคัดเฉพาะคนที่สนใจในเรื่องนั้นจริงๆ

 

ช่วยให้ร้านค้าปิดการขายได้เร็วขึ้น

การมี Social Media เป็นอีกหนึ่งช่องทางการขาย ช่วยให้คุณปิดการขายได้เร็วขึ้นอย่างไร? ก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อก็มักจะหาข้อมูลก่อนซื้อ อาจจะใช้เวลามากน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าที่ซื้อ เมื่อจุดเด่นของ Social Media คือการสื่อสารกันได้โดยตรงอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้จึงเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจของลูกค้าลงได้ โดยการที่คุณให้แอดมินร้านค้าคอยสังเกตการณ์และตอบคำถามลูกค้าให้เร็วที่สุดเมื่อมีข้อสงสัยเข้ามา และหากมีการคอมเมนต์ การกล่าวพาดพิงถึง แบรนด์แอดมินก็สามารถเข้าไปช่วยตอบคำถาม นำเสนอสินค้าในคอมเมนต์นั้นได้ เมื่อลูกค้ารู้ในสิ่งที่สงสัยเร็วขึ้น ก็ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

 

 

ช่วยสร้างการรับรู้ กระจายชื่อเสียงให้แบรนด์

เมื่อ Social Media คือช่องทางยอดนิยมที่คนยุคปัจจุบันใช้รับข่าว เราก็ใช้เป็นช่องทางสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ได้ ก่อนอื่นเราต้องศึกษาว่ากลุ่มลูกค้าของเรากระจายตัวอยู่บนแพลตฟอร์มไหนบ้าง จากนั้นเราก็เลือกทำคอนเทนต์ขายสินค้าและนำเสนอในแบบที่ “ถูกจริต” ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย และสามารถสื่อสารความเป็นแบรนด์ของเราให้คนจดจำได้ สามารถเลือกทำคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบตามเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่คุณอยากนำเสนอ เช่น บทความสำหรับให้รายละเอียดข้อมูล มีมสำหรับสร้างอารมณ์ร่วมด้วยภาพและข้อความสั้นๆ คอนเทนต์ Real-time โดยอาจจะเป็น LIVE หรือภาพโพสต์ต่างๆที่พูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจ เป็นต้น นอกจากสร้างการรับรู้หรือ Awareness แล้ว ยังช่วยสร้างการมีส่วนร่วมจากคนที่เข้ามาติดตาม และอย่าลืมให้ความสำคัญกับการขอรีวิวออนไลน์จากลูกค้าเพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ด้วย

 

รักษาลูกค้าไม่ให้หนีไปไหน

การรักษาลูกค้าไม่ให้หายไปไหน นั่นคือการทำให้เขากลับมาซื้อกับเราต่อเนื่องไม่ใช่แค่ซื้อครั้งเดียวแล้วหายไป ทำได้โดยการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เริ่มจากการที่คุณต้องทำให้เขาเห็นหน้าบ่อยๆ ซึ่งก็กลับไปที่เรื่องการทำคอนเทนต์และการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง ท่องไว้เสมอว่าการสร้างลูกค้าใหม่ยากกว่าการรักษาลูกค้าเก่าไว้แน่นอน เพราะลูกค้าเก่ารู้จักและเชื่อถือคุณในระดับหนึ่งแล้วสิ่งที่คุณต้องทำจึงมีเพียงแค่การให้บริการที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย ต่างกับคนที่ยังไม่เป็นลูกค้าที่คุณต้องใช้สารพัดวิธีชักชวนให้เขาหันมาสนใจแถมใช้ต้นทุนสูงกว่าด้วย

 

 

โดยสรุปแล้วการทำธุรกิจ E-commerce ยุคใหม่จึงหนีไม่พ้นเรื่องของการสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวโดยใช้ Social Media เป็นตัวช่วย เมื่อพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนคุณก็ต้องปรับวิธีการเข้าหาลูกค้า และไม่เพียงการสื่อสารเท่านั้น การบริหารจัดการงานภายในร้านของคุณก็ต้องรักษาประสิทธิภาพให้ดีด้วย เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ในทุกครั้งที่ซื้อ รวมถึงรู้จักใช้เทคโนโลยี หาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาช่วยงานและแบ่งงานให้กับคนที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม

 

ติดต่อ Akita ผู้ให้บริการ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

 

 

ที่มา : www.krusecontrolinc.com

ทำโฆษณา Facebook แม่นยำขึ้น! ด้วย Metrics ใหม่ ที่จะเริ่มใช้เร็วๆ นี้

Facebook ได้ออกมาประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าในวันที่ 30 เมษายนนี้ จะยกเลิกการให้คะแนน Relevance Score หรือการวัดคะแนนคุณภาพและประสิทธิภาพโฆษณาแบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ 3 Metrics ที่วัดประสิทธิภาพโฆษณาได้ละเอียดกว่า ทำให้การยิงโฆษณาแม่นยำยิ่งขึ้น

 

3 Metrics ใหม่มีอะไรบ้าง

 

1. Quality ranking คือการวัดคุณภาพโฆษณาของคุณเปรียบเทียบกับโฆษณาที่แข่งขันในกลุ่มผู้ชมเดียวกัน

 

2. Engagement rate ranking คือการเปรียบเทียบอัตราส่วนการมีส่วนร่วมในโฆษณาของคุณกับโฆษณาที่แข่งขันในกลุ่มผู้ชมเดียวกัน

 

3. Conversion rate ranking คือการเปรียบเทียบอัตราส่วน Conversion Rate ในโฆษณาของคุณกับโฆษณาที่มี Optimization Goal เท่ากันและแข่งขันในกลุ่มผู้ชมเดียวกัน

 

 

นอกจาก Relevance Score ทาง Facebook ก็เตรียมยกเลิกอีก 6 Metrics และแทนที่ด้วย Metrics ที่วัดผลได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่นกัน ซึ่งทั้ง 6 ตัวนั้น ได้แก่

  • ยกเลิก Offers Saved และ Cost Per Offers Saved เปลี่ยนมาเป็น Post Saves ที่บอกเราได้ว่ามีคนกด Save โฆษณาเราไปกี่คน (รวมถึง Offer Ad saves ด้วย) ซึ่ง Post Saves ได้เริ่มใช้ไปแล้วตั้งแต่ 12 มีนาคม โดยจะนับ post saves ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
  • ยกเลิก Messaging Replies Cost Per Messaging Replies เปลี่ยนมาเป็น

          New Messaging Connections ที่จะนับแค่ New Conversation จากคนที่ไม่เคยส่งข้อความเข้ามาถึงคุณเลย

          Messaging Conversations Started ที่จะนับทั้ง New Conversation จากคนที่ไม่เคยส่งข้อความถึงคุณ และจำนวน Conversation จากคนส่งที่ไม่ได้ข้อความถึงคุณในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

  • รวม Mobile App Purchase ROAS และ Web Purchase ROAS กลายเป็น Purchase ROAS คือการคิด ROAS  (Return on Ad Spend) จากทุกช่องทาง ปรับการคิดตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าที่นิยมการซื้อแบบ omni-channel มากขึ้นนั่นเอง

การปรับ Metrics ครั้งนี้ช่วยให้นักโฆษณาอย่างเราสามารถประเมินผลการทำโฆษณาได้ดีขึ้นจากการได้ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมด้วย Metrics ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อ Metrics บนแพลตฟอร์มเปลี่ยนเราเองก็ต้องไม่ลืมที่จะเปลี่ยน Metrics แบบใหม่เข้าไปแทนที่ตัวเดิมในรายงานการทำโฆษณาของเราด้วย

จบงานหน้าบ้านก็อย่าลืมดูแลงานหลังบ้านให้ดีควบคู่กันไปด้วยนะ ทั้งการเก็บสินค้ารักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน การแพ็กเพื่อเตรียมส่งให้เรียบร้อยสวยงาม และการจัดส่งที่รวดเร็วได้มาตรฐาน อยากได้งานดีแบบประหยัดแรงและเวลาลองปรึกษา Akita  Warehouse ผู้เชี่ยวชาญได้ Fulfillment ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!

 

 

ที่มา:

marketingland.com

www.facebook.com/business/news

Fulfillment คืออะไร ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ทำงานง่าย ขายดีขึ้นจริงหรือ?

Fulfillment คือส่วนหนึ่งของระบบคลังสินค้า ที่เริ่มจากการนำสินค้าเข้ามาเก็บที่คลัง ตามด้วยขั้นตอนการนำออกมาแพ็กลงบรรจุภัณฑ์ และจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้า หรือที่มักเรียกกันง่ายๆ ว่า เก็บ แพ็ก ส่ง นั่นเอง

ถ้าเป็นบริษัทที่มีกำลังมากพอก็จะมีคลังสินค้าและจัดการระบบ Fulfillment เอง แต่ในปัจจุบันก็มีเจ้าของกิจการไม่น้อยที่หันมาใช้บริการคลังสินค้าจากบริษัทเอกชนที่มีระบบ Fulfillment ไว้รองรับความต้องการของเจ้าของกิจการที่ไม่สะดวกมีคลังสินค้าเป็นของตัวเองด้วย

 

ที่มา: www.dmit.co.th

 

Fulfillment สำคัญอย่างไร ในยุคที่พฤติกรรมการซื้อขายเปลี่ยนไปจากเดิม

จากเดิมที่การซื้อขายจะเกิดขึ้นและจบที่หน้าร้านค้า โดยลูกค้าไปเลือกสินค้าด้วยตัวเองที่ร้าน ชำระเงินและรับสินค้ากลับไปด้วยได้เลย แต่เมื่อเกิดการขายบนตลาด E-Commerce ขึ้นมา รูปแบบและช่องทางการซื้อ – ขายก็เปลี่ยนไป คือลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านออนไลน์ได้แม้อยู่ที่บ้าน เมื่อร้านค้าได้รับคำสั่งซื้อก็จัดการแพ็กและจัดส่งตามออเดอร์ หรืออีกรูปแบบการซื้อคือลูกค้าเห็นสินค้าบนช่องทางออนไลน์ แล้วเข้าไปดูสินค้าจริงที่หน้าร้าน ก่อนจะกลับมาตัดสินใจสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อเป็นเช่นนี้ร้านค้าก็ต้องปรับวิธีและเพิ่มช่องทางการขายให้ลูกค้าเข้าถึงได้ทุกทางไม่ว่าจะมีร้านค้าออนไลน์หรือหน้าร้านจริงแบบออฟไลน์ หรือที่เรียกว่าการขายแบบ Omni Channel นอกจากการเพิ่มช่องทางการขาย พัฒนาคุณภาพสินค้าแล้วต้องไม่ลืมให้ความสำคัญกับบริการที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต่างกับการสั่งซื้อที่ทำได้เร็วและง่ายแค่ปลายนิ้ว ร้านไหนตอบเร็ว ส่งไว ก็ได้คะแนนความประทับใจจากลูกค้าได้ไม่ยาก ร้านค้าจึงต้องมาแก้โจทย์ตรงนี้ต่อว่าจะทำอย่างไรให้ร้านของตนไปถึงจุดนั้นได้ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่คำตอบก็คือการจัดการระบบ Fulfillment ให้มีประสิทธิภาพ

ที่มา : www.interlakemecalux.com

 

สร้างระบบ Fulfillment เอง กับให้คนอื่นทำให้ แบบไหนดีกว่า

ธุรกิจทั่วไปที่มีความพร้อมทั้งพื้นที่ ทรัพยากรบุคคล และโดยเฉพาะเงินทุนก็มักจะมีคลังสินค้าและวางระบบ fulfillment เอง แต่สำหรับธุรกิจที่ยังไม่มีความพร้อมทุกด้าน แต่ต้องจัดการสินค้าปริมาณมากด้วยระบบการทำงานแบบเดิม จำนวนพนักงานเท่าเดิมก็เสี่ยงเกิดความเสียหายจากการทำงานไม่ทัน ทำงานผิดพลาด เสียเวลาและเสียโอกาสในการนำเวลาไปพัฒนาสินค้าหรือแผนการขาย และหากคิดจะมีคลังสินค้าเป็นของตัวเองเมื่อลองคำนวณต้นทุนในระยะยาวที่ต้องใช้ไปกับการจัดการเทียบกับมูลค่าธุรกิจอาจจะไม่คุ้มค่านัก

 

ใช้บริการ Fulfillment ดีอย่างไร

1. ประหยัดเวลา ไม่ต้องทำงานที่ใช้เวลามากด้วยตัวเอง เพราะงานในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่เก็บ แพ็ก ส่ง ต่างก็ต้องใช้ความละเอียด จึงกินเวลาค่อนข้างมาก ซึ่งหากมีคนมาช่วยรับภาระตรงนี้ไปก็จะช่วยให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปคิดแผนต่อยอดงานด้านอื่นมากขึ้น

2. ประหยัดค่าใช้จ่าย ระบบ Fulfillment คือส่วนหนึ่งของคลังสินค้า นั่นหมายถึงคุณต้องลงทุนไปกับการสร้างคลัง จัดเตรียมอุปกรณ์ กำลังคนให้พร้อม และยังต้องมีเงินสำรองสำหรับการบริหารจัดการ การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ หากใช้บริการ outsource คุณก็ไม่ต้องแบกรับภาระตรงนี้

3. เพิ่มความสะดวก หากคลังสินค้าของคุณอยู่ไกลจากเขตเมืองก็ทำให้การขนส่งเป็นไปโดยลำบากและอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่หากคุณเลือกใช้บริการคลังสินค้าที่อยู่ในจุดที่เดินทางสะดวกก็จะช่วยให้ขั้นตอนการจัดส่งหรือลำเลียงสินค้าสะดวกและเร็วขึ้นด้วย

4. ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ คลังสินค้าที่ให้บริการ Fulfillment จะมีเทคโนโลยีที่เชื่อมระบบงานทุกส่วนเข้าด้วยกัน สามารถจัดการและตรวจสอบแต่ละขั้นตอนการทำงานได้ผ่านคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน แม้ไม่ได้ทำงานด้วยตัวเองเจ้าของธุรกิจก็สามารถติดตามการทำงานได้ตลอดเวลา

ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดอาจจะดูเหมือนว่าธุรกิจที่เหมาะจะใช้บริการคลังสินค้าและระบบ Fulfillment  จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ไม่ได้มีพื้นที่และทุนมากๆ เป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือกำลังโตและมีปริมาณสินค้าไหลเข้าจำนวนมากจนทำให้ไม่สะดวกในการจัดการเอง แต่จริงๆธุรกิจที่โตแล้วก็ใช้บริการ Fulfillment ได้ เพราะไม่ได้มีเพียงแค่งานเก็บ แพ็ค ส่ง แต่ยังมีบริการกระจายสินค้าไปยังสาขาและตัวแทนจำหน่าย บริการเติมของหน้าร้านบนห้างสรรพสินค้าด้วย ซึ่ง Akita Warehouse ก็มีพร้อมทุกบริการ Fulfillment สำหรับธุรกิจทุกระดับเช่นกัน อยากให้ทีมงานช่วยงานด้านไหนก็ขอคำปรึกษาแพ็กเกจที่ยืดหยุ่นได้ ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงระยะยาวที่ต้องแบกรับ

 

ติดต่อ Akita ได้ตามช่องทางด้านล่างนี้เลย

Add LINE: http://bit.ly/2O3nLFc

Inbox: m.me/akita.wh

โทร: 02-0263-250

ลงชื่อเพื่อขอคำแนะนำเรื่องการทำสต็อก ฟรี!